กำลังโด่งดังอย่างมากในโลกโซเชียว ซึ่งผู้คนกำลังกล่าวขวัญถึงสองเด็กน้อยพี่น้องที่อายุยังน้อยแค่เพียง 10 ขวบกับ 4 ขวบก็สามารถตามพ่อแม่ไปเป็นกู้ภัย อาสาสมัครคอยช่วยเหลือคนยามที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหากมีการคุยเล่ากันมาคงคิดว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ จึงมีการการส่งภาพแชร์ต่อๆกันมาว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ เด็กหญิงชื่อพลอยคนพี่ และคนน้องเป็นผู้ชายชื่อมาตัง  ทั้งคู่ทำงานเป็นอาสาสมัครกู้ภัย

โดยคุณพ่อของเด็กได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวถึงเรื่องนี้ว่าแต่เดิมคุณพ่อเปิดอู่ซ่อมรถและทางรถกู้ภัยก็มักจะมาปะยางที่ร้านเป็นประจำทำให้รู้จักกันดี และอยากลองช่วยเหลือสังคมดูบ้างจึงได้ชักชวนเมียและลูกลองไปช่วยทางกู้ภัยทำงาน ซึ่งลูกทั้งสองคนก็ชอบและไม่ได้กลัวอะไร คนโตน้องพลอยจะมีหน้าที่ช่วยเหลือในการแต่งหน้าศพ โดยจะมีคุณแม่เป็นคนสอนแต่งหน้าให้ ส่วนคนน้อง น้องมาตังยังตัวเล็กจึงให้ช่วยเพียงหยิบจับของ ส่งยาส่งผ้าพันแผลให้ ซึ่งเด็กๆทั้งสองคนต่างก็ชอบงานนี้และไม่ได้กลัว

และที่ผ่านมาผลการเรียนของลูกก็ยังคงเรียนดีอยู่ ซึ่งคุณพ่อบอกว่าการที่ลูกออกมาช่วยเหลือสังคมแบบนี้ดีกว่าที่จะปล่อยให้ลูกนอนดูทีวีอยู่บ้านซึ่งอาจจะติดเกม ติดมือถือ     ซึ่งในปีนี้น้องทั้งสองคนได้รับเรื่องให้เป็นตัวดีเด่นแห่งปี ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับพ่อและแม่เป็นอย่างมาก

              เมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์น้องพลอย น้องก็บอกมาว่าชอบงานด้านจิตอาสาที่พ่อกับแม่พามา หากมีเวลาว่างก็จะขอให้พ่อแม่พามาเรื่อยๆ เมื่อถามถึงเรื่องการแต่งหน้าศพ น้องพลอยบอกว่าไม่กลัว เพราะต้องการที่จะแต่งให้พวกเขามีใบหน้าที่สวยงามและตอนที่แต่งหน้าก็คิดว่าคนที่เราแต่งหน้าให้เขาแค่เพียงนอนหลับเท่านั้น ซึ่งตั้งแต่ทำงานจิตอาสามาน้องพลอยก็นอนหลับสนิทดีตลอดและไม่ได้รู้สึกกลัว หรือกังวลอะไร

            ซึ่งการที่พ่อแม่สามารถสอนลูกและนำพาให้ลูกไปปฏิบัติแบบนี้ได้ ถือว่าคนเป็นพ่อแม่มีความคิดที่สุดยอดมากต้องปรบมือให้ เด็กหลายคนในวัยนี้ยังแทบจะไม่รู้เรื่องอะไร รู้เพียงแต่การเล่น กับการเรียนหนังสือเท่านั้น แต่เด็กสองคนนี้มีความคิดที่ก้าวไกลเป็นผู้พร้อมที่จะเป็นคนที่เสีย คอยช่วยเหลือสังคม ต้องทำงานในช่วงกลางคืนที่คนอื่นนอนกลับพักผ่อน และยังไม่กลัวกับทั้งเลือดและศพที่ต้องไปเห็น ถือได้ว่าน้องสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับคำยกยอ่งจากประชาชนทุกคน

                     

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์์

พ้นสภาพความอาจารย์สอนดนตรีที่ข่มขืนเด็กถูกให้พ้นสภาพการเป็นครูเรียบร้อยแล้ว

จากกรณีที่มีพ่อของเด็กหญิงคนหนึ่งพาเด็กหญิงอายุ  12 ปี มาแจ้งความที่สถานีตำรวจเบอร์ลูกสาวของตนเองถูกอาจารย์ซึ่งสอนวิชาดนตรีที่โรงเรียนลูกสาวเรียนอยู่ได้หรอกพาไปข่มขืนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งตั้งแต่ช่วงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชุมพรซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาพยานหลักฐานนำมาจับกุมอาจารย์คนดังกล่าวผลปรากฏว่าน่าจะมีผู้ก่อเหตุเพิ่ม

เนื่องจากว่าในกล้องวงจรปิดจะเห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซต์ขับมารับเด็กผู้หญิงที่ถูกข่มขืนแล้วพาออกไปจากโรงเรียนทำให้ตำรวจสงสัยว่าคนที่มารับเด็กนักเรียนหญิงที่เสียหายอาจจะรู้เห็นเป็นใจและช่วยเหลือคุณครูสอนดนตรีในการก่อเหตุในครั้งนี้ซึ่งจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลองไปสอบถามเด็กนักเรียนคนอื่นๆที่เป็นเด็กในชั้นเรียนเดียวกันกับเด็กผู้หญิงที่เสียหายต่างก็เราให้จะอาทีตำรวจฟังว่าอาจารย์คนนี้มักจะชอบถูกเนื้อต้องตัวเด็กนักเรียนโดยมักจะชอบ มาถูกเนื้อถูกตัวเด็กนักเรียนผู้หญิงที่หน้าตาดี

และคนที่มีหน้าอกตัวโตมากชอบใช้สายตาลวนลามเด็กเด็กและบางครั้งก็ชอบเรียกเด็กที่หน้าตาดีและนมโตไปนั่งใกล้คุณครูเวลาที่ครูสอนซึ่งมีครั้งหนึ่งครูคนนี้เคยถามเด็กนักเรียนว่าเธอเคยเสียตัวแล้วบ้างแล้วชอบหรือไม่โดยครูคนดังกล่าวมักจะให้เด็กนักเรียนผู้หญิงทำเสียงร้องครวญครางให้ฟังจนเด็กเด็กพากันแอบตั้งฉายาว่าอาจารย์สอนดนตรีจอมหื่น มีรายงานข่าวว่าตอนนี้ครูสอนดนตรีคนนั้นกล่าวได้เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้วแต่ทางครูสอนตรีเอง

ก็ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยยืนยันว่าไม่ได้พาเด็กไปข่มขืนแต่ในขณะนี้ได้มีรายงานข่าวเข้ามาว่าได้มีคำสั่งปลดอาจารย์คนดังกล่าวให้ผลสภาพการเป็นอาจารย์สอนหนังสือแต่ยังมีการยึดใบอนุญาตการประกอบอาชีพครูอีกด้วย จากข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ปกครองควรจะต้องมีความระมัดระวังและอบรมสั่งสอนบุตรหลานของตัวเองให้ระวังเนื้อระวังตัวมากกว่าเดิม

เพราะทุกวันนี้เราไม่สามารถไว้ใจใครแม้แต่อาจารย์ที่เป็นคนสอนลูกศิษย์ได้เลยและจากข่าวที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้เด็กหลายหลายคนอย่าไว้ใจอาจารย์ผู้ชายให้มากหากอาจารย์ชวนไปไหนสองต่อสองก็ไม่ควรไปเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ซึ่งทางฝั่งคุณครูเองถึงแม้จะไม่ได้คิดอะไรกับเด็กก็ไม่ควรจะชวนเด็กไปไหนสองต่อสองเพื่อป้องกันคำครหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน             

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ มือถือ

          มีตำรวจได้รับแจ้งเหตุคดีหญิงสาวถูกทำร้ายโดนคนร้ายใช้มีดปาดคอได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะนี้ผู้บาดเจ็บมีการถูกสักตัวนำไปโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วแล้วจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้บาดเจ็บชื่อว่าคุณณิชานันท์เป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโดยบาดเจ็บช่วงที่มีการลงไปคุมงานก่อสร้างอยู่ ซื่อคนร้ายก็คือหลานชายของผู้บาดเจ็บเองชื่อนายธนวัฒน์ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นชื่อคุณณิชานันท์

        ลูกสาวของผู้บาดเจ็บได้เล่าให้กับตำรวจฟังว่านายธนวัฒน์คนก่อเหตุคือหลานชายของคุณณิชานันท์ซึ่งคุณนิชนันท์นำมาชุบเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังเด็กและเป็นหนึ่งในคนงานก่อสร้างของคุณ นิชานันนั่นเองโดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นสาเหตุเนื่องจากว่านายธนวรรธน์เป็นคนชอบกินเหล้า และวันเกิดเหตุนายธนวัฒน์ก็กินเหล้าหลังจากเมาได้ที่นายธนวัฒน์ก็ไปที่ไซต์งานก่อสร้างแล้วไปทะเลาะกับคนงานก่อสร้างซึ่งคุณนิชานันอยู่ที่นั่นด้วย จึงได้พยายามแยกคนงานและนายธนวัฒน์

ออกจากการแต่นายธนาวัฒน์ไม่ยอมหยุดทำให้คุณณิชานันท์ได้มีการตวาดไล่ออกจากไซต์งานก่อสร้างหลังจากนั้นนายธนวัฒน์ก็ออกไปและเหมือนมีการจัดใจเพราะไม่นานก็ย้อนกลับที่คุณ นิชานันกำลังยืนหันหลังคนงานก่อสร้าง นายธนวัฒน์ก็แอบมาเอามีดปาดคอทางด้านหลังหลังจากนั้นก็หลบหนีไป

ซึ่งระหว่างทางที่รถนี้นั้นเนื่องจากนายธนวัฒน์กินเหล้าเมาหนักมากจึงทำให้รถล้มได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งขณะนี้นายธนวัฒน์เองก็รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเช่นเดียวกันในขณะที่คุณณิชานันท์ก็ได้รับการศึกษาต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วคุณหมอทำการเย็บแผลให้ถึง 20 เข็มด้วยกันโดยตอนนี้ทางคุณนิชนันท์อาการดีขึ้นมากแล้วแต่ก็ยังมีอาการหวาดกลัวมีตลอดเวลา  จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทางญาติของผู้บาดเจ็บได้พากันต่อว่านายธนวัฒน์รวมถึงตัดจากความเป็นญาติกันเลยทีเดียวเพราะมองว่านายธนวัฒน์ไม่รู้จักบุญคุณเนื่องจากคุณณิชานันท์ตั้งแต่นายธนวัฒน์ยังเป็นเด็กแต่ก็ยังสามารถทำร้ายร่างกายผู้มีพระคุณได้

ลูกสาวของคุณวิชาญเปิดเผยว่าหากมีที่นายธวัชนำมาปาดคอแม่ของตนเองนั้นไม่ทื่อก็อาจจะทำให้แม่ของเธอเสียชีวิตลงก็ได้เพราะร่องรอยบาดแผลพบว่ามีการพยายามปาดอยู่หลายครั้งแต่มีดมันไม่คมจึงทำให้แต่ไม่ค่อยลึกมาก น้องชายของนายธนวัฒน์ บอกว่า นายธนวัฒน์ เป็นบุคคลอันตราย เคยทำร้ายทุบตีพ่อแม่ มาหลายครั้งแล้ว เคยทุบตีแม่ของตัวเอง จนขาหัก ทางด้านน้องชายของนายธนวัฒน์ ยืนยันจะไม่มีใครไปประกันตัวนายธนวัฒน์ออกมาจากคุกแน่นอน เพราะทุกคนมีแต่ความหวาดกลัวว่านายธนวัฒน์จะมาทำร้ายการที่เห็นนายธนวัฒน์ ติดคุกจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นว่าสมควรโดนแล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

      มีรายงานข่าวที่น่าเชื่อถือจากสำนักข่าว CNN ได้มีการรายงานว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน USS ซึ่งเป็นเรือของประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการติดต่อความร่วมมือกับทางกระทรวงกลาโหมของประเทศอเมริกาโดยตรงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นบนเรือเนื่องจากว่าเรือลำดังกล่าวมีการเดินทางมาตากทางแถวทะเลจีนใต้ก็ต้องล่องเรือไปตะเวนน้ำและเมื่อไม่นานนี้เพิ่งเดินทางมาถึงบริเวณเกาะกวมผลปรากฏว่าพบว่ามีรูปเรือซึ่งอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS ทั้งสิ้น 4000 คนกำลังติดเชื้อไวรัสโคโรน่าประมาณ 100 กว่าคนแล้วซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

โดยมีการคำนวณวันที่ติดเชื้อนับตั้งแต่พบว่ามีผู้ติดเชื้อคนแรกจนมาถึงจำนวน 100 คนนี้ใช้เวลาแค่เพียง 7 วันเท่านั้นจำนวนคนก็มากขึ้นถึง 100 คนโดยตอนนี้ทางกัปตันเรือเกรงว่าลูกเรือทั้งหมดที่เหลือจะพากันทยอยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าด้วยกันหมดจึงได้มีการขอความร่วมมือจากทางกระทรวงกลาโหมของสหรัฐส่งคนมารับลูกเรือคนที่เหลือที่ยังไม่ได้ติดเชื้อให้ขึ้นไปอยู่บนฝั่งเพราะตอนนี้จำนวนห้องพักที่จะเอาไว้กักบริเวณผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นแทบจะไม่มีเหลือแล้วดังนั้นถ้าหากยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอีกสถานที่ที่จะเอาไว้กับบริเวณผู้ที่ติดเชื้อจะไม่มีจะทำให้เชื้อลุกลามไปยังคนอื่นๆ

แล้วจะกลายเป็นว่าจะมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 4,000 ด้วยกันแต่ในขณะเดียวกันมีรายงานเข้ามาว่าทางเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมได้ปฏิเสธคำขอของกัปตันเรือโดยยืนยันว่าสถานการณ์บนเรือยังไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใดซึ่งจะสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ดังนั้นทางกระทรวงกลาโหมจึงได้มีการขอร้องให้ท่าเรือช่วยดูแลสมาชิกบนเรือไปก่อนรวมถึงยังคงต้องการให้ลูกเรือทุกคนที่อยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS ปฏิบัติงานของตนเองเหมือนเดิมและอย่างเคร่งครัดเบื้องต้นยังไม่มีใครทราบสาเหตุว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน USS ที่ลอยลำอยู่กลางแม่น้ำอยู่ตลอดเวลานั้นทำไมจึงสามารถติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ 

    สิ่งที่ทางกระทรวงกลาโหมทำเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสจากเรือลามขึ้นมาบนฝั่งแต่ในขณะเดียวกันถ้ามุมมองของทางลูกเรือที่ต้องอยู่ในเรือแล้วมีผู้ติดเชื้อก็คงจะมองว่าทางกระทรวงกลาโหมของสหรัฐนั้นไม่ดูแลประชากรของตนเองที่อยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินเลยบางคนอาจจะยังไม่ติดเชื้อ

แต่ถ้ายังปล่อยทิ้งไว้ก็จะทำให้กลายเป็นผู้ติดเชื้อซึ่งหลายคนคงจะเกิดความวิตกหวาดกลัวสถานการณ์ของสหรัฐที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายเป็นอย่างมากที่จะต้องตัดสินใจระหว่างที่จะช่วยคนบนเรือที่เหลือแล้วนำกลับมาขึ้นฝั่งและพร้อมที่จะต้องเสี่ยงให้คนฟังติดเชื้อไวรัสมรณะสักรูปเรือหรือจะตัดความช่วยเหลือกับกลุ่มพวกเรือจำนวน 4000 คนนั้นเลย 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ 100

     ในสถานการณ์ที่เลวร้ายก็ยังมีเรื่องราวดีๆให้เราได้ชื่นฉ่ำใจโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เหตุการณ์ที่มีการแชร์ต่อๆกันมาซึ่งในขั้นตอนแรกนั้นเป็นทางเจ้าอาวาสวัดได้มีการแชร์ภาพลงวินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งซึ่งกำลังยกมือไหว้พระเนื่องจากลุงมาขออาหารจากวัดนำไปให้ลูกๆกินโดยทางเจ้าอาวาสวัดได้มีการระบุในข้อความ Facebook เอาไว้ว่าปกติแล้ว

ทางวัดจะมีการแจกข้าวสารอาหารแห้งให้กับประชาชนในช่วงที่มีปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในตอนนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านแต่เมื่อวานทางวัดไม่ได้มีการแจกข้าวสารอาหารแห้งจึงได้มีลุงวินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งเดินขึ้นมาบนกุฏิวัดพร้อมทั้งกับยกมือไหว้พระและบอกว่าขออาหารเพื่อเอากลับไปให้ลูกๆกินเนื่องจากว่าวันนี้ลุงวินมอเตอร์ไซค์เพิ่งเติมรับลูกค้าแค่ครั้งเดียวอีกทั้งน้ำมันรถก็กำลังจะหมดหากนำเงินดังกล่าวไปเติมน้ำมันรถลูกๆและครอบครัวที่อยู่ที่บ้านก็จะไม่มีอาหารกิน 

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนที่พบเห็นเป็นอย่างมากทางเจ้าอาวาสเองก็รู้สึกสงสารลุงวินมอเตอร์ไซค์จึงได้อาหารและนมไปโดยท่านเจ้าอาวาสบอกด้วยว่ารู้สึกเห็นใจวินมอเตอร์ไซค์คนดังกล่าวอีกทั้งยังชื่นชมว่าถึงแม้จะไม่มีอาหารกินแต่ก็ไม่ได้ไปรับขโมยของใครดังนั้นพระเจ้าอาวาสจึงขอแชร์เรื่องราวนี้ออกมาให้กับชาวบ้านได้ทราบกันหาคนไหนต้องการที่จะช่วยเหลือลุงวินมอเตอร์ไซค์ก็สามารถร่วมบริจาคช่วยเหลือลุงได้ซึ่งหลังจากที่มีการแชร์เรื่องนี้ออกไปคนที่ได้รับข่าวสารต่างก็รู้สึกสงสารลงกันมากจึงมีการโอนเงินเข้ามาช่วยเหลือลุงวินและในที่สุดทางเจ้าอาวาสก็ได้มีการระบุใน Facebook ว่าขอปิดรับบริจาค

โดยลุงวินได้มาออกมาบอกว่าจำนวนเงินที่ได้รับบริจาคมากเพียงพอในการที่เขาจะดูแลครอบครัวได้ช่วงหนึ่งแล้วดังนั้นจึงขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันบริจาคเงินในการช่วยเหลือเขาในครั้งนี้แต่ว่าเขาไม่ขอเงินมากเนื่องจากว่าเข้าใจว่าคนอื่นก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกันจึงอยากจะให้คนใจบุญทั้งหลายเก็บเงินเอาไว้เพื่อไปช่วยบริจาคให้กับคนอื่นที่ยังได้รับความเดือดร้อนเหมือนเช่นที่ลงเป็นอยู่ นี่คือสิ่งที่เป็นเรื่องราวดีๆในขณะที่ทั้งประเทศกำลังจมอยู่ในความทุกข์อย่างน้อยจึงนะว่าทุกคนกำลังประสบปัญหาเช่นเดียวกันแต่อาจจะประสบปัญหามากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่ากำไรชีวิตของใครมีมากกว่ากัน

แต่อย่างน้อยเมื่อทุกคนทราบถึงปัญหาของบุคคลอื่นก็ยังพอช่วยเหลือซึ่งกันและกันสิ่งที่ชาวโซเชียลทำในตอนนี้เป็นการแสดงความมีน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมงานด้วยกันซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเป็นเรื่องราวดีๆที่น่าประทับใจและคุณค่าที่ควรจะเก็บเอาไว้ในความทรงจำ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

ชายชราชาวญี่ปุ่นติดเชื้อโคโรน่าตะเวนเที่ยวตามผับหวังให้คนอื่นติดด้วย

          มีเรื่องเล่าที่สร้างความเศร้าเสียใจให้กับคนทั่วไปได้ทราบข่าวว่าคนเราทำไมถึงได้เห็นแก่ตัวได้มากมายถึงเพียงนี้โดยเมื่อตัวเองติดเชื้อก็พยายามที่จะไปแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ป่วยตามตนเองเพื่อหวังให้คนอื่นๆต้องมาเสียชีวิตตามตัวเองไปด้วย ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกมาจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 19 เดือนมีนาคม  ปีพ. ศ. 2563

โดยมีการเล่าว่ามีชายชาวญี่ปุ่นซึ่งอายุประมาณ 57 ปี เขาเป็นชาวเมืองกามาโกริ ซึ่งเป็นเมืองในเขตจังหวัดไอจิโดยชายคนดังกล่าวพบว่าพ่อแม่ของเขาได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและต่อมาก็เสียชีวิตลงซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้มีการเข้าไปทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าและผลก็ปรากฏออกมาว่าเขามีเชื้อเป็นบวกนั่นหมายถึงว่าเขาติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาจากพ่อและแม่ของเขาเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งทางแพทย์ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้มีการจ่ายยาให้เขาและให้เขามาทำการกักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วันแต่แทนที่เขาจะกักตัวเองอยู่ที่บ้านนั้นเขากลับพยายามออกมานอกบ้านและเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆโดยเข้าไปทำการเที่ยวในร้านคาราโอเกะและผับซึ่งในร้านคาราโอเกะเขาได้มีการโอบกอดพนักงานของร้านด้วย

โดยในตอนที่เขาไปใช้บริการของร้านคาราโอเกะและผับนั้นยังไม่ใครรู้เรื่องว่าชายวัย 57 ปีคนนี้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่ต่อมา เมื่อมีการทราบว่าชายวัย 57 ปีคนนี้ไปใช้บริการที่ไหนทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวพนักงานของทั้ง 2 ร้านไปทำการหาเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งก็มีพนักงานบางรายที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ากับชายคนดังกล่าวและพนักงานคนอื่นๆก็อยู่ระหว่างการกักตัวเพื่อรอตรวจหาเชื้ออีกครั้งหนึ่งซึ่งสถานบริการทุกแห่งที่ชายวัย 57 ปีนี้ได้เดินทางไปเที่ยวทางรัฐบาลก็ได้ประกาศให้ปิดทำการชั่วคราวไว้ก่อนส่วนตัวชายชราวัย 57 ปีคนที่พยายามไปแพร่เชื้อโรคให้กับคนอื่นนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้จับตัวของเขา

เข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลแต่อยู่ได้ไม่กี่วันเขาก็ได้เสียชีวิตลงสาเหตุเนื่องมาจากว่าเขามีโรคแทรกซ้อนอยู่แล้วอาการของเขาจึงหนักจึงไม่สามารถรักษาให้หายได้เนื่องจากว่าเดิมเขาก็เป็นมะเร็งปอดอยู่แล้ว

ซึ่งจะกล่าวในครั้งนี้จะทำให้เราเห็นว่าชายชาวญี่ปุ่นคนนี้มีความเห็นแก่ตัวเป็นอย่างมากที่เมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยและไม่มีทางรักษาที่จะหายแน่นอนแทนที่จะอยู่แต่ในบ้านแต่เขากลับออกมาแพร่เชื้อให้กับคนอื่นเพื่อหวังว่าจะให้คนอื่นติดเชื้อแล้วต้องเสียชีวิตตามเขาไป 

 

ขอขอบคุณ หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร  ผู้ที่ให้การสนับสนุน

   ได้มีการแชร์เอกสารแจ้งขอปิดกิจการจากผู้บริหารของสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของหัวหิน “เพลินวาน “  ซึ่งเนื้อหาในเอการแจ้งข่าวกับร้านค้าที่เช่าพื้นที่ของเพลินวานสำหรับขายของว่า ทางผู้บริหารเพลินวานขอยกเลิกสัญญาณเช่าโดยจะมีผลสิ้นเดือนมกราคม เพราะทางบริษัทขาดทุน เพราะเศรษฐกิจไม่ดี  ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยทางผู้บริหารของเพลินวาน

จะไม่เก็บค่าเช่าที่ในเดือนมกราคม และผู้เช่าจะต้องย้ายของออกจากพื้นที่ของเพลินวาน ไม่เกินวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 โดยหาผู้เช่าไม่ย้ายของออกตามที่ระบุในเอกสารถือว่าทรัพย์สินนั้นจะเป็นของทางเพลินวานทันที

         ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วสังคมโซเชียวรวมถึงกำลังเป็นข่าวโด่งดังทางสื่อสิ่งพิมพ์อยู่ในขณะนี้ โดยเอการที่เอามาโพสต์นั้นจ่าหน้าหัวกระดาษระบุชื่อ เพลินวานชัดเจน  แต่หลังจากที่เรื่องนี้เป็นข่าวดังออกมา ทางผู้บริหารของเพลินวาน ก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแต่อย่างไร

         จากการติดตามข่าวรวมกับประสบการณ์ที่ได้เคยไปเที่ยวที่ เพลินวาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้น  อาจจะเป็นความจริงเพราะจากที่เคยไปเที่ยวมาหลายครั้งแต่ละครั้งที่ไปผู้คนที่ไปเที่ยวที่เพลินวานก็ยิ่งลดน้อยลงทุกที อาจเพราะในเพลินวานไม่ได้กว้างขวางมากนัก เมื่อเข้าไปข้างในก็ไม่ค่อยมีอะไรให้น่าสนใจ พอคนที่เคยไปเที่ยวแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะไปอีก เพราะเมื่อเข้าไปข้างในจุดถ่ายรูปหรือร้านค้าต่างๆก็เหมือนเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง คนจะมีเดินเที่ยวเยอะสักหน่อยก็เฉพาะวันเสาร์ และอาทิตย์เท่านั้น แต่หากเป็นวันธรรมดา คนแทบไม่มีเดินซื้อของกันเลย ซึ่งปัญหาร้านค้าขาดทุนก็มีส่วนที่ทำให้เพลินวานขาดทุน เพราะหากไม่มีคนมาขายของในเพลินวาน กิจการของเพลินวานก็ไปต่อไม่ได้ เพราะถ้ามีคนมาเดินน้อย ร้านค้าที่ขายของในเพลินวานก็จะน้อยลง และยิ่งร้านค้าน้อยลง คนก็ยิ่งมาเที่ยวเพลินวานน้อยยิ่งขึ้น นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ในวันนี้ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของหัวหิน จำเป็นต้องปิดตัวลง

        แต่อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว ยังคงต้องรอให้ผู้บริหารของเพลินวาน ออกมาชี้แจงอีกครั้ง ว่าเอกสารดังกล่าวที่กำลังมีการแชร์กันอยู่ในขณะนี้เป็นของจริงหรือไม่ เพลินว่ากำลังประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ จนต้องปิดกิจการลงจริงๆใช่หรือไม่ และหากเป็นความจริง นักท่องเที่ยวหลายราย ที่เวลาไปเที่ยวหัวหินแล้วยังอยากไปถ่ายรูปเพื่อเช็คอินที่เพลินวานคงจะพากันเสียใจ และคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งนี้ไปอีกนาน เราก็ได้แต่ช่วยกันภาวนาว่าเพลินวานจะไม่ได้ปิดกิจการจริงๆอย่างที่กำลังเป็นข่าว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

  มีการเผยแพร่คลิปสาวคนหนึ่งถูกคนร้ายกลุ่มหนึ่งทำทีมาเดินใกล้ๆแล้วล้วงเอากระเป๋าตังไป โดยที่เจ้าของกระเป๋าไม่ทันรู้ตัว เหตุเกิดที่ห้างแถวพระราม 2  โดยภาพในคลิปจะมีการทำเป็นขบวนการ ซึ่งมีทั้งหมด 5 คน ถ้าดูจากภาพในคลิปจะไม่เห็นถึงความผิดปกติใดๆเลย โดยคลิปนี้ถูกเผยแพร่จากลูกสาวของผู้เสียหายได้ไปขอกล้องวงจรปิดจากทางห้างมา และทางเจ้าหน้าที่ของห้างยังให้ข้อมูลอีกว่าก่อนหน้านี้แก๊งนี้ก็เคยเข้ามาขโมยเงินแบบนี้ แต่เจ้าทุกข์ไม่ยอมแจ้งความจึงเอาผิดไม่ไม่ได้

โดยเมื่อคลิปมีการเผยแพร่ออกไป มีหลายคนออกมาบอกว่าเจอแก๊งนี้มาล้วงกระเป๋าเหมือนกัน

           สังคมเดี๋ยวนี้น่ากลัวมาก มีแต่พวกโจรขโมยเราไม่สามาถมองคนที่การแต่งตัวได้เลย เมื่อก่อนถ้าเห็นคนแต่งตัวโทรมๆ เสื้อผ้าขาดๆ เราจะรู้ได้ทันทีว่าไม่ควรเข้าใกล้ เขาอาจจะเป็นโจร เป็นขโมยได้ แต่ตอนนี้คนที่แต่งตัวดี บางคนถือกระเป๋าแบรนด์เนม ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม แต่กลับทำตัวเป็นโจรเป็นขโมยก็มี อย่างในคลิปที่กำลังเป็นข่าวอยู่นี่ คนที่ก่อเหตุขโมยกระเป๋าทั้ง 5 คนล้วนหน้าตาดี แต่งตัวดูดี จนคนที่เป็นเหยื่อยังไม่คิดว่าจะถูกกลุ่มคนเหล่านี้ขโมยกระเป๋าสตางค์ไปเลย ถึงแม้พวกเราที่ดูข่าวเองก็เถอะ หากไม่มีภาพวินาทีตอนล้วง ตอนถือกระเป๋าของเหยื่อ เราก็ไม่คิดว่าสาวๆทั้งห้าคนนี้จะเป็นแก๊งมิจฉาชีพ

         ดังนั้นสามารถบอกได้เลยว่าทุกวันนี้ เราไม่สามารถเชื่อใจหรือไว้ใจใครได้ การที่บางครั้งคนที่แต่งตัวดีๆ มีรถขับ มาทำดีกับเราแต่ภายหลังก็สามารถโกงเราได้เหมือนกัน ปัญหาขโมยที่แต่งตัวดีออกมาขโมยเงินนี้ นี่ไม่ได้เป็นข่าวครั้งแรก และไม่ได้มีแค่แก๊งเดียว ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวที่ห้างแถวบางใหญ่ จังหวัด นนทบุรี หรือข่าวที่ครูสาวประเภทสองหลอกหนุ่มให้รักแล้วขโมยเงินขโมยรถของผู้ชายไป ข่าวที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องล้วนแต่เป็นขโมยที่หน้าตาดี บางครั้งการศึกษาก็ดีด้วย แต่ด้วยพิษของเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงทุกที ทำให้หลายคนไม่มีทางเลือก ต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ดีเพื่อเอาตัวรอด 

         เหตุการณ์อย่างในคลิปนี้จะยังคงมีอยู่หากผู้เสียหายไม่ยอมแจ้งความ แก๊งมิจฉาชีพแก๊งนี้ก็ยังจะได้ใจว่าไม่มีใครมาทำอะไรตนได้ เพราะไม่มีใครกล้าที่จะแจ้งความจับ  ดังนั้น เพื่อให้แก๊งหัวขโมยหมดไปจากสังคมไทย หากเราถูกทำร้าย ถูกฉกทรัพย์สินควรที่จะแจ้งความให้ตำรวจตามจับเพื่อที่สังคมไทยจะได้น่าอยู่ขึ้น

 

สนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ขนพองสยองเกล้า ความหึงเป็นเหตุสามีฆ่าถลกหนังหัวเมียเอาทิ้งส้วม

เมื่อได้อ่านข่าวจากเว็บไซต์ต่างประเทศก็ทำให้รู้สึกสยดสยองของพองเกล้ากันเลยทีเดียวกับข่าวที่สามีคนหนึ่งที่เป็นคนขึ้หึงมาก ซึ่งเขาได้ทำการฆ่าภรรยาของตัวเองอย่างเลือดเย็นและทำการถลกหนังหัวของเมียของเขาออกมาแล้วนำศพของเมียมาแร่หั่นเป็นชิ้นชิ้นแล้วทิ้งชิ้นส่วนลงในชักโครก และเมื่อเขากระทำการเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงพฤติกรรมของตัวเอง เพียงแต่เขาบอกกับตำรวจเพิ่มเติมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเขาเองไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่ามีผีร้ายได้เข้ามาสิงร่างของเขาเพื่อให้เขาทำร้ายเมียของตัวเอง

ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาวอายุเพียงแค่ 25 ปีเท่านั้นเหตุการณ์อันน่าสะเทือนขวัญในครั้งนี้ได้เกิดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเหตุการณ์ที่นั้นชาวบ้านในระแวกนั้นต่างก็พากันได้ยินเสียงที่พวกเขาทะเลาะกันหมดทุกคนแต่ไม่มีใครที่คิดจะโทรแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกเลย สำหรับฆาตกรรายนี้คาดว่าน่าจะมีปัญหาทางจิตเพราะหลังจากที่เขาได้ฆ่าภรรยาของเขาตาย เขาก็ยังโทรไปเล่าเรื่องราวดังกล่าวให้ภรรยาคนเก่าฟังด้วยและจึงค่อยโทรไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ และนำมาซึ่งการจับกุมตัวเขาได้ในที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้หนีไปไหน

นั่งรอเจ้าหน้าที่อยู่ตรงที่ก่อเหตุนั่นเอง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงร่างกายของตัวฆาตกรเองยังเต็มไปด้วยเลือดของภรรยาของเขาอยู่เลย  และเมื่อเจ้าหน้าที่สอบปากคำเขาก็ให้เหตุผลว่าที่เขาทำไปนั้นเป็นเพราะเขาหึงหวงภรรยาของตัวเองกลัวเธอจะนอกใจและตอนนี้เขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

การกระทำของคนเราเวลาที่ทำตอนที่กำลังมีอารมณ์โมโหนั้นมักจะทำอะไรลงไปโดยขาดสติ ไม่มีความยั้งคิดและไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองที่ดีมาก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบจะทุกคนเป็นกัน แต่ในทางที่ดีแล้วการทำอะไรหรือการที่จะติดสินใจอะไรไปก็แล้วแต่ควรจะคิดและทำตอนที่หายโกรธแล้ว และมีสติมากพอแล้ว เพราะจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำไปภายหลัง เพราะแทบจะทุกคนหากตัดสินใจตอนที่กำลังโกรธก็มักจะอยากย้อนเวลาไปแก้ไขสิ่งที่ทำลงไปด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นคนเราจะต้องมีสติให้มากขึ้นโดยอาจจะต้องหันหน้ามาพึงทางธรรมะกันมากขึ้น เพื่อที่จะได้มีสติและใจเย็นลง ไม่ว่าจะคิดและจะทำอะไรหากมีสติเราจะไม่เสียใจกับสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

เหตุการณ์ความรุนแรงที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับความเป็นจริงในวันนี้

 

เมื่อวานทางฝ่ายค้านของทีมอนาคตใหม่ได้เข้าสภาเพื่อที่จะได้ทำการอภิปรายความไม่ไว้ว่างใจ จากรัฐบาลประยุทธ โดยมีหัวข้อคือเหตุการณ์ความรุนแรงที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นเหตการณืความรุนแรงที่ยืดเยื้อกันมานานเป็นเวลาถึง 14 ปี โดยที่ปัจจุบันก็ยังคงไม่สงบอยู่ เราที่เป็นคนภายนอกพื้นที่ ก็จะมองว่าความรุนแรงนั้นเกิดจากคนในพื้นที่เอง หรือบางคนที่อาจจะยังเกิดไม่ทันก็จะไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าฉนวนของความขัดแย้งนั้นเริ่มมาจากอะไรกันแน่ ทำไมพื้นที่ตรงนั้นจะต้องกลายเป็นลานประหารที่สังเวยชีวิตผู้บริสุทธิ์

ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วได้มีกลุ่มที่เกิดความไม่พอใจและต้องการที่จะแบ่งแยกดินแดนบริเวณนั้นออกเป็นเอกเทศจากประเทศไทย และนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนั้น โดยที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายโดยไม่รู้ เพียงเพราะแค่ต้องการเรียกร้องการที่จะไม่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศนี้ หลายๆคนคงยังจำได้ดีว่าตอนนั้นเราทุกคนได้พับนกเพื่อที่จะส่งกำลังใจไปยังพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตอนนั้นเองก็ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นกับเด็กๆเพราะมีการเผา โรงเรียนกว่า 20 แห่งในปี .. 2547 และเปิดทางไปสู่การปล้นอาวุธในค่ายทหารเพื่อเอาไว้ใช้ก่อเหตุ หลังจากนั้นเหตุการณ์ความรุนแรงของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็รุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเมืองอันตราย และคนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากที่จะเดินทางไปที่นั้น

แทบจะกลายเป็นเมืองปิดไปโดยปริยาย เพราะนอกจากจะมีการเผาโรงเรียนแล้ว ยังมีการไประเบิดตามห้างสรรพสินค้า โรงแรม มีการฆ่าครู และชาวบ้าน จนประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตได้อิสระ ที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลและทหารก็ได้ช่วยกันหาทางออกสำหรับเหตการณ์ความรุนแรงที่เกิด แต่จนแล้วจนรอดผ่านมาถึง 14 ปีก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดยั้งความรุนแรงนี้ได้ จนกลายเป็นที่ตั้งคำถามกับประชาชนส่วนใหญ่ว่าเหตุใดมันยังยืดเยื้อขึ้นมานานขนาดนี้ จนเมื่อวันที่ 25 กมภาพันธ์ที่ผ่านที่มาได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล

ถึงกรณีความรุนแรงในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากพรรคอนาคตใหม่ ได้นำข้อมูลความจริงมาเปิดเผยว่า จริงๆแล้วเบื้องหลังของควารุนแรงที่ยังคงไม่หยุดนี้ เป็นฝีมือของพวกทหารยศใหญ่ที่ไม่อยากให้เหตุการณ์ที่นั่นสงบลง เพื่อจะได้งบประมาณจากการเข้าไปดุแลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากที่มีพูดถึงเรื่องนี้ พีน้องชาว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้ออกมาเปิดผ่านสื่อโซเชียลมากมายว่าตั้งแต่ที่ทหารเริ่มเข้าตั้งฐานทัพที่นี่ความเป็นอยู่ก็ไม่สงบอีกต่อ กลายเป็นละครฉากใหญ่ที่ทางกองทัพได้แสดงขึ้นเพียงเพื่อผลประโยชน์

โดยไม่คำนึงถึงชีวิตผู้บริสุทธิ์กลายเป็นความเน่าเฟะที่ทางกองทัพพยายามที่จะปกปิดเอาไว้ และก็ไม่มีใครที่จะกล้าออกมาพูดความเป็นจริงนี้ว่าเหตุการณ์สงบ งบไม่มากลายเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจที่ทางกองทัพทำกับพี่น้องคนไทยด้วยกันได้อย่างเลือดเย็น ทั้งนี้ถึงแม้ความเป็นจริจะเปิดเผยออกมาแล้วแต่ทางรัฐบาลของนายกตู่ ก็ยังออกมาปฏิเสธถึงข้อกล่าวหานี้ ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็มีส่วนในเหตุการณ์นี้โดยตรง เป็นเรื่องที่น่าละอายใจอย่างยิ่งที่ประเทศของเราได้มีนายกที่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพและความรับผิดชอบถึงเพียงนี้

 

สนับสนุนโดย  ole777