ชายชราชาวญี่ปุ่นติดเชื้อโคโรน่าตะเวนเที่ยวตามผับหวังให้คนอื่นติดด้วย

          มีเรื่องเล่าที่สร้างความเศร้าเสียใจให้กับคนทั่วไปได้ทราบข่าวว่าคนเราทำไมถึงได้เห็นแก่ตัวได้มากมายถึงเพียงนี้โดยเมื่อตัวเองติดเชื้อก็พยายามที่จะไปแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ป่วยตามตนเองเพื่อหวังให้คนอื่นๆต้องมาเสียชีวิตตามตัวเองไปด้วย ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกมาจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 19 เดือนมีนาคม  ปีพ. ศ. 2563

โดยมีการเล่าว่ามีชายชาวญี่ปุ่นซึ่งอายุประมาณ 57 ปี เขาเป็นชาวเมืองกามาโกริ ซึ่งเป็นเมืองในเขตจังหวัดไอจิโดยชายคนดังกล่าวพบว่าพ่อแม่ของเขาได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและต่อมาก็เสียชีวิตลงซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้มีการเข้าไปทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าและผลก็ปรากฏออกมาว่าเขามีเชื้อเป็นบวกนั่นหมายถึงว่าเขาติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาจากพ่อและแม่ของเขาเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งทางแพทย์ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้มีการจ่ายยาให้เขาและให้เขามาทำการกักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วันแต่แทนที่เขาจะกักตัวเองอยู่ที่บ้านนั้นเขากลับพยายามออกมานอกบ้านและเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆโดยเข้าไปทำการเที่ยวในร้านคาราโอเกะและผับซึ่งในร้านคาราโอเกะเขาได้มีการโอบกอดพนักงานของร้านด้วย

โดยในตอนที่เขาไปใช้บริการของร้านคาราโอเกะและผับนั้นยังไม่ใครรู้เรื่องว่าชายวัย 57 ปีคนนี้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่ต่อมา เมื่อมีการทราบว่าชายวัย 57 ปีคนนี้ไปใช้บริการที่ไหนทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวพนักงานของทั้ง 2 ร้านไปทำการหาเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งก็มีพนักงานบางรายที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ากับชายคนดังกล่าวและพนักงานคนอื่นๆก็อยู่ระหว่างการกักตัวเพื่อรอตรวจหาเชื้ออีกครั้งหนึ่งซึ่งสถานบริการทุกแห่งที่ชายวัย 57 ปีนี้ได้เดินทางไปเที่ยวทางรัฐบาลก็ได้ประกาศให้ปิดทำการชั่วคราวไว้ก่อนส่วนตัวชายชราวัย 57 ปีคนที่พยายามไปแพร่เชื้อโรคให้กับคนอื่นนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้จับตัวของเขา

เข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลแต่อยู่ได้ไม่กี่วันเขาก็ได้เสียชีวิตลงสาเหตุเนื่องมาจากว่าเขามีโรคแทรกซ้อนอยู่แล้วอาการของเขาจึงหนักจึงไม่สามารถรักษาให้หายได้เนื่องจากว่าเดิมเขาก็เป็นมะเร็งปอดอยู่แล้ว

ซึ่งจะกล่าวในครั้งนี้จะทำให้เราเห็นว่าชายชาวญี่ปุ่นคนนี้มีความเห็นแก่ตัวเป็นอย่างมากที่เมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยและไม่มีทางรักษาที่จะหายแน่นอนแทนที่จะอยู่แต่ในบ้านแต่เขากลับออกมาแพร่เชื้อให้กับคนอื่นเพื่อหวังว่าจะให้คนอื่นติดเชื้อแล้วต้องเสียชีวิตตามเขาไป 

 

ขอขอบคุณ หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร  ผู้ที่ให้การสนับสนุน

   ได้มีการแชร์เอกสารแจ้งขอปิดกิจการจากผู้บริหารของสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของหัวหิน “เพลินวาน “  ซึ่งเนื้อหาในเอการแจ้งข่าวกับร้านค้าที่เช่าพื้นที่ของเพลินวานสำหรับขายของว่า ทางผู้บริหารเพลินวานขอยกเลิกสัญญาณเช่าโดยจะมีผลสิ้นเดือนมกราคม เพราะทางบริษัทขาดทุน เพราะเศรษฐกิจไม่ดี  ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยทางผู้บริหารของเพลินวาน

จะไม่เก็บค่าเช่าที่ในเดือนมกราคม และผู้เช่าจะต้องย้ายของออกจากพื้นที่ของเพลินวาน ไม่เกินวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 โดยหาผู้เช่าไม่ย้ายของออกตามที่ระบุในเอกสารถือว่าทรัพย์สินนั้นจะเป็นของทางเพลินวานทันที

         ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วสังคมโซเชียวรวมถึงกำลังเป็นข่าวโด่งดังทางสื่อสิ่งพิมพ์อยู่ในขณะนี้ โดยเอการที่เอามาโพสต์นั้นจ่าหน้าหัวกระดาษระบุชื่อ เพลินวานชัดเจน  แต่หลังจากที่เรื่องนี้เป็นข่าวดังออกมา ทางผู้บริหารของเพลินวาน ก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแต่อย่างไร

         จากการติดตามข่าวรวมกับประสบการณ์ที่ได้เคยไปเที่ยวที่ เพลินวาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้น  อาจจะเป็นความจริงเพราะจากที่เคยไปเที่ยวมาหลายครั้งแต่ละครั้งที่ไปผู้คนที่ไปเที่ยวที่เพลินวานก็ยิ่งลดน้อยลงทุกที อาจเพราะในเพลินวานไม่ได้กว้างขวางมากนัก เมื่อเข้าไปข้างในก็ไม่ค่อยมีอะไรให้น่าสนใจ พอคนที่เคยไปเที่ยวแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะไปอีก เพราะเมื่อเข้าไปข้างในจุดถ่ายรูปหรือร้านค้าต่างๆก็เหมือนเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง คนจะมีเดินเที่ยวเยอะสักหน่อยก็เฉพาะวันเสาร์ และอาทิตย์เท่านั้น แต่หากเป็นวันธรรมดา คนแทบไม่มีเดินซื้อของกันเลย ซึ่งปัญหาร้านค้าขาดทุนก็มีส่วนที่ทำให้เพลินวานขาดทุน เพราะหากไม่มีคนมาขายของในเพลินวาน กิจการของเพลินวานก็ไปต่อไม่ได้ เพราะถ้ามีคนมาเดินน้อย ร้านค้าที่ขายของในเพลินวานก็จะน้อยลง และยิ่งร้านค้าน้อยลง คนก็ยิ่งมาเที่ยวเพลินวานน้อยยิ่งขึ้น นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ในวันนี้ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของหัวหิน จำเป็นต้องปิดตัวลง

        แต่อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว ยังคงต้องรอให้ผู้บริหารของเพลินวาน ออกมาชี้แจงอีกครั้ง ว่าเอกสารดังกล่าวที่กำลังมีการแชร์กันอยู่ในขณะนี้เป็นของจริงหรือไม่ เพลินว่ากำลังประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ จนต้องปิดกิจการลงจริงๆใช่หรือไม่ และหากเป็นความจริง นักท่องเที่ยวหลายราย ที่เวลาไปเที่ยวหัวหินแล้วยังอยากไปถ่ายรูปเพื่อเช็คอินที่เพลินวานคงจะพากันเสียใจ และคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งนี้ไปอีกนาน เราก็ได้แต่ช่วยกันภาวนาว่าเพลินวานจะไม่ได้ปิดกิจการจริงๆอย่างที่กำลังเป็นข่าว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

  มีการเผยแพร่คลิปสาวคนหนึ่งถูกคนร้ายกลุ่มหนึ่งทำทีมาเดินใกล้ๆแล้วล้วงเอากระเป๋าตังไป โดยที่เจ้าของกระเป๋าไม่ทันรู้ตัว เหตุเกิดที่ห้างแถวพระราม 2  โดยภาพในคลิปจะมีการทำเป็นขบวนการ ซึ่งมีทั้งหมด 5 คน ถ้าดูจากภาพในคลิปจะไม่เห็นถึงความผิดปกติใดๆเลย โดยคลิปนี้ถูกเผยแพร่จากลูกสาวของผู้เสียหายได้ไปขอกล้องวงจรปิดจากทางห้างมา และทางเจ้าหน้าที่ของห้างยังให้ข้อมูลอีกว่าก่อนหน้านี้แก๊งนี้ก็เคยเข้ามาขโมยเงินแบบนี้ แต่เจ้าทุกข์ไม่ยอมแจ้งความจึงเอาผิดไม่ไม่ได้

โดยเมื่อคลิปมีการเผยแพร่ออกไป มีหลายคนออกมาบอกว่าเจอแก๊งนี้มาล้วงกระเป๋าเหมือนกัน

           สังคมเดี๋ยวนี้น่ากลัวมาก มีแต่พวกโจรขโมยเราไม่สามาถมองคนที่การแต่งตัวได้เลย เมื่อก่อนถ้าเห็นคนแต่งตัวโทรมๆ เสื้อผ้าขาดๆ เราจะรู้ได้ทันทีว่าไม่ควรเข้าใกล้ เขาอาจจะเป็นโจร เป็นขโมยได้ แต่ตอนนี้คนที่แต่งตัวดี บางคนถือกระเป๋าแบรนด์เนม ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม แต่กลับทำตัวเป็นโจรเป็นขโมยก็มี อย่างในคลิปที่กำลังเป็นข่าวอยู่นี่ คนที่ก่อเหตุขโมยกระเป๋าทั้ง 5 คนล้วนหน้าตาดี แต่งตัวดูดี จนคนที่เป็นเหยื่อยังไม่คิดว่าจะถูกกลุ่มคนเหล่านี้ขโมยกระเป๋าสตางค์ไปเลย ถึงแม้พวกเราที่ดูข่าวเองก็เถอะ หากไม่มีภาพวินาทีตอนล้วง ตอนถือกระเป๋าของเหยื่อ เราก็ไม่คิดว่าสาวๆทั้งห้าคนนี้จะเป็นแก๊งมิจฉาชีพ

         ดังนั้นสามารถบอกได้เลยว่าทุกวันนี้ เราไม่สามารถเชื่อใจหรือไว้ใจใครได้ การที่บางครั้งคนที่แต่งตัวดีๆ มีรถขับ มาทำดีกับเราแต่ภายหลังก็สามารถโกงเราได้เหมือนกัน ปัญหาขโมยที่แต่งตัวดีออกมาขโมยเงินนี้ นี่ไม่ได้เป็นข่าวครั้งแรก และไม่ได้มีแค่แก๊งเดียว ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวที่ห้างแถวบางใหญ่ จังหวัด นนทบุรี หรือข่าวที่ครูสาวประเภทสองหลอกหนุ่มให้รักแล้วขโมยเงินขโมยรถของผู้ชายไป ข่าวที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องล้วนแต่เป็นขโมยที่หน้าตาดี บางครั้งการศึกษาก็ดีด้วย แต่ด้วยพิษของเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงทุกที ทำให้หลายคนไม่มีทางเลือก ต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ดีเพื่อเอาตัวรอด 

         เหตุการณ์อย่างในคลิปนี้จะยังคงมีอยู่หากผู้เสียหายไม่ยอมแจ้งความ แก๊งมิจฉาชีพแก๊งนี้ก็ยังจะได้ใจว่าไม่มีใครมาทำอะไรตนได้ เพราะไม่มีใครกล้าที่จะแจ้งความจับ  ดังนั้น เพื่อให้แก๊งหัวขโมยหมดไปจากสังคมไทย หากเราถูกทำร้าย ถูกฉกทรัพย์สินควรที่จะแจ้งความให้ตำรวจตามจับเพื่อที่สังคมไทยจะได้น่าอยู่ขึ้น

 

สนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ขนพองสยองเกล้า ความหึงเป็นเหตุสามีฆ่าถลกหนังหัวเมียเอาทิ้งส้วม

เมื่อได้อ่านข่าวจากเว็บไซต์ต่างประเทศก็ทำให้รู้สึกสยดสยองของพองเกล้ากันเลยทีเดียวกับข่าวที่สามีคนหนึ่งที่เป็นคนขึ้หึงมาก ซึ่งเขาได้ทำการฆ่าภรรยาของตัวเองอย่างเลือดเย็นและทำการถลกหนังหัวของเมียของเขาออกมาแล้วนำศพของเมียมาแร่หั่นเป็นชิ้นชิ้นแล้วทิ้งชิ้นส่วนลงในชักโครก และเมื่อเขากระทำการเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงพฤติกรรมของตัวเอง เพียงแต่เขาบอกกับตำรวจเพิ่มเติมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเขาเองไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่ามีผีร้ายได้เข้ามาสิงร่างของเขาเพื่อให้เขาทำร้ายเมียของตัวเอง

ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาวอายุเพียงแค่ 25 ปีเท่านั้นเหตุการณ์อันน่าสะเทือนขวัญในครั้งนี้ได้เกิดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเหตุการณ์ที่นั้นชาวบ้านในระแวกนั้นต่างก็พากันได้ยินเสียงที่พวกเขาทะเลาะกันหมดทุกคนแต่ไม่มีใครที่คิดจะโทรแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกเลย สำหรับฆาตกรรายนี้คาดว่าน่าจะมีปัญหาทางจิตเพราะหลังจากที่เขาได้ฆ่าภรรยาของเขาตาย เขาก็ยังโทรไปเล่าเรื่องราวดังกล่าวให้ภรรยาคนเก่าฟังด้วยและจึงค่อยโทรไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ และนำมาซึ่งการจับกุมตัวเขาได้ในที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้หนีไปไหน

นั่งรอเจ้าหน้าที่อยู่ตรงที่ก่อเหตุนั่นเอง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงร่างกายของตัวฆาตกรเองยังเต็มไปด้วยเลือดของภรรยาของเขาอยู่เลย  และเมื่อเจ้าหน้าที่สอบปากคำเขาก็ให้เหตุผลว่าที่เขาทำไปนั้นเป็นเพราะเขาหึงหวงภรรยาของตัวเองกลัวเธอจะนอกใจและตอนนี้เขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

การกระทำของคนเราเวลาที่ทำตอนที่กำลังมีอารมณ์โมโหนั้นมักจะทำอะไรลงไปโดยขาดสติ ไม่มีความยั้งคิดและไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองที่ดีมาก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบจะทุกคนเป็นกัน แต่ในทางที่ดีแล้วการทำอะไรหรือการที่จะติดสินใจอะไรไปก็แล้วแต่ควรจะคิดและทำตอนที่หายโกรธแล้ว และมีสติมากพอแล้ว เพราะจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำไปภายหลัง เพราะแทบจะทุกคนหากตัดสินใจตอนที่กำลังโกรธก็มักจะอยากย้อนเวลาไปแก้ไขสิ่งที่ทำลงไปด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นคนเราจะต้องมีสติให้มากขึ้นโดยอาจจะต้องหันหน้ามาพึงทางธรรมะกันมากขึ้น เพื่อที่จะได้มีสติและใจเย็นลง ไม่ว่าจะคิดและจะทำอะไรหากมีสติเราจะไม่เสียใจกับสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

เหตุการณ์ความรุนแรงที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับความเป็นจริงในวันนี้

 

เมื่อวานทางฝ่ายค้านของทีมอนาคตใหม่ได้เข้าสภาเพื่อที่จะได้ทำการอภิปรายความไม่ไว้ว่างใจ จากรัฐบาลประยุทธ โดยมีหัวข้อคือเหตุการณ์ความรุนแรงที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นเหตการณืความรุนแรงที่ยืดเยื้อกันมานานเป็นเวลาถึง 14 ปี โดยที่ปัจจุบันก็ยังคงไม่สงบอยู่ เราที่เป็นคนภายนอกพื้นที่ ก็จะมองว่าความรุนแรงนั้นเกิดจากคนในพื้นที่เอง หรือบางคนที่อาจจะยังเกิดไม่ทันก็จะไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าฉนวนของความขัดแย้งนั้นเริ่มมาจากอะไรกันแน่ ทำไมพื้นที่ตรงนั้นจะต้องกลายเป็นลานประหารที่สังเวยชีวิตผู้บริสุทธิ์

ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วได้มีกลุ่มที่เกิดความไม่พอใจและต้องการที่จะแบ่งแยกดินแดนบริเวณนั้นออกเป็นเอกเทศจากประเทศไทย และนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนั้น โดยที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายโดยไม่รู้ เพียงเพราะแค่ต้องการเรียกร้องการที่จะไม่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศนี้ หลายๆคนคงยังจำได้ดีว่าตอนนั้นเราทุกคนได้พับนกเพื่อที่จะส่งกำลังใจไปยังพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตอนนั้นเองก็ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นกับเด็กๆเพราะมีการเผา โรงเรียนกว่า 20 แห่งในปี .. 2547 และเปิดทางไปสู่การปล้นอาวุธในค่ายทหารเพื่อเอาไว้ใช้ก่อเหตุ หลังจากนั้นเหตุการณ์ความรุนแรงของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็รุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเมืองอันตราย และคนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากที่จะเดินทางไปที่นั้น

แทบจะกลายเป็นเมืองปิดไปโดยปริยาย เพราะนอกจากจะมีการเผาโรงเรียนแล้ว ยังมีการไประเบิดตามห้างสรรพสินค้า โรงแรม มีการฆ่าครู และชาวบ้าน จนประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตได้อิสระ ที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลและทหารก็ได้ช่วยกันหาทางออกสำหรับเหตการณ์ความรุนแรงที่เกิด แต่จนแล้วจนรอดผ่านมาถึง 14 ปีก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดยั้งความรุนแรงนี้ได้ จนกลายเป็นที่ตั้งคำถามกับประชาชนส่วนใหญ่ว่าเหตุใดมันยังยืดเยื้อขึ้นมานานขนาดนี้ จนเมื่อวันที่ 25 กมภาพันธ์ที่ผ่านที่มาได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล

ถึงกรณีความรุนแรงในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากพรรคอนาคตใหม่ ได้นำข้อมูลความจริงมาเปิดเผยว่า จริงๆแล้วเบื้องหลังของควารุนแรงที่ยังคงไม่หยุดนี้ เป็นฝีมือของพวกทหารยศใหญ่ที่ไม่อยากให้เหตุการณ์ที่นั่นสงบลง เพื่อจะได้งบประมาณจากการเข้าไปดุแลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากที่มีพูดถึงเรื่องนี้ พีน้องชาว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้ออกมาเปิดผ่านสื่อโซเชียลมากมายว่าตั้งแต่ที่ทหารเริ่มเข้าตั้งฐานทัพที่นี่ความเป็นอยู่ก็ไม่สงบอีกต่อ กลายเป็นละครฉากใหญ่ที่ทางกองทัพได้แสดงขึ้นเพียงเพื่อผลประโยชน์

โดยไม่คำนึงถึงชีวิตผู้บริสุทธิ์กลายเป็นความเน่าเฟะที่ทางกองทัพพยายามที่จะปกปิดเอาไว้ และก็ไม่มีใครที่จะกล้าออกมาพูดความเป็นจริงนี้ว่าเหตุการณ์สงบ งบไม่มากลายเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจที่ทางกองทัพทำกับพี่น้องคนไทยด้วยกันได้อย่างเลือดเย็น ทั้งนี้ถึงแม้ความเป็นจริจะเปิดเผยออกมาแล้วแต่ทางรัฐบาลของนายกตู่ ก็ยังออกมาปฏิเสธถึงข้อกล่าวหานี้ ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็มีส่วนในเหตุการณ์นี้โดยตรง เป็นเรื่องที่น่าละอายใจอย่างยิ่งที่ประเทศของเราได้มีนายกที่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพและความรับผิดชอบถึงเพียงนี้

 

สนับสนุนโดย  ole777

มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ออกมาเป็นจำนวนมากหลังจากที่มีคนนำคลิปวิดีโอเด็กนักเรียนถูกรุ่นพี่ที่โรงเรียนบังคับให้กินขี้เลื่อยซึ่งเด็กรุ่นน้องจำใจต้องกินไปร้องไห้ไปโดนรุ่นพี่บอกให้กินก็ให้กินน้ำตามน้ำยังบอกด้วยว่าปลวกกินกินได้คนก็ต้องกินได้ก็เพราะสามารถย่อยสิ่งของได้ทุกอย่างให้คิดซะว่าทีเลยนี่คือขนมให้กินให้หมดอย่างไรก็ดีเมื่อคืนนี้ได้เผยแพร่ออกไปมีการแชร์ต่อๆกันเป็นจำนวนมากและต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงรุ่นพี่ที่ใช้อำนาจในการข่มเหงรุ่นน้อง

ซึ่งจากชุดที่เด็กนักเรียนใส่จะเห็นว่าเป็นชุดของเด็กนักเรียนชั้นประถมเราจะเห็นได้ว่าก่อนหน้านี้เรามักจะเห็นการกดขี่ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องสำหรับเด็กมหาลัยเท่านั้นแต่ตอนนี้การใช้กดขี่ข่มเหงเริ่มลามปรามมาถึงในรั้วโรงเรียนที่เป็นเด็กโรงเรียนชั้นประถมซึ่งอาจมองได้ว่าสิ่งที่เด็กประถมฉันโตทำใจต้องร้องเพราะเค้าดูข่าวดูคลิปวิดีโอที่เคยมีการเผยแพร่กันว่ารุ่นพี่สามารถกันแกล้งหรือบังคับรุ่นน้องได้อย่างไรบ้างแล้วจึงเกิดการลอกเลียนแบบขึ้นซึ่งผู้ปกครองและทางโรงเรียนควรจะต้องให้คำชี้แนะเด็กว่าสิ่งที่กระทำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

การกระทำของเด็กรุ่นพี่คนนี้เป็นการบ่มเพาะนิสัยที่ไม่ดีซึ่งรุ่นน้องอาจจะทำผิดต่อๆกันมาเพราะว่าส่วนใหญ่หากโดนรุ่นพี่บังคับแล้วตัวเองก็อยากเจอบังคับรุ่นน้องของตัวเองบ้างซึ่งมันเป็นปกติของคนทั่วไปอยู่แล้วซึ่งสิ่งที่ลูกพี่บังคับให้ดูน้องกินนั้นคือขี้เลื่อยซึ่งถือว่าเป็นเศษไม้กินเข้าไปแล้วจะทำให้กระเพาะมีความระคายเคืองอาจมีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่เมื่อกินเข้าไปแล้วอาจจะทำให้ซับไม่สบายแล้วถ้าหากเด็กรุ่นน้องกินเข้าไปแล้วเกิดมีอันตรายขึ้นมารุ่นพี่ก็ไม่สามารถรับผิดชอบชีวิรุ่นน้องได้

ดังนั้นพ่อแม่ครัวจานควรจะมีการอบรมสั่งสอนนักเรียนทุกคนในโรงเรียนให้มีความรักความสามัคคีกันแทนที่จะมากดขี่คมเฮงกันเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร สิ่งที่ผู้ปกครองและเด็กเล็กและโรงเรียนควรจะทำคือการจัดอบรมให้เด็กมีกิจกรรมทำร่วมกันและช่วยเหลือซึ่งกันและเป็นการปลูกฝังให้เด็กรักกันแทนที่จะคมเฮงกันระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องเพราะถ้าเด็กมีความรักกันระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องแล้วเค้าจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไม่เกิดการทะเลาะบอกแหวนกันแล้วไม่เกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดใจขึ้นได้

 

ขอบคุณ  alpha88  ผู้ให้การสนับสนุน

ตอนนี้กำลังมีกระแสจากลูกโซเชียลที่พากันแชร์

เกี่ยวกับผู้หญิงรายหนึ่งซึ่งเธอได้อุ้มเด็กน้อยคนหนึ่งมาที่วัดโดยที่ทางพระและคนที่อยู่ในบริเวณวัดต่างก็เห็นกันว่าเธออุ้มเด็กมาวางทิ้งเอาไว้แล้วกำลังจะเดินไปดังนั้นทั้งพระและชาวบ้านต่างจึงได้ช่วยกันเรียกตัวเธอไว้แต่เธอไม่ยอมชาวบ้านจึงได้จับเธอขังไว้ในห้องที่อยู่ในเขตวัด

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีคนถ่ายคลิปเอาไว้เป็นหลักฐานซึ่งต่อมาจากในคลิปจะเห็นว่าเมื่อหญิงสาวโดนขังเธอก็อาละวาดด่าทอคนที่จับเธอขัง รวมถึงต่อว่าพระอีกด้วยโดยในคลิปจะได้ยินเสียงพระและชาวบ้านพากันต่อว่าที่เธอนำรูปมาทิ้งเอาไว้ที่วัดซึ่งเธอก็ได้บอกว่าเหตุผลที่เธอต้องนำเด็กมาไว้ที่วัดนั้นเพราะเธอไม่มีเงินเธอต้องการจะกลับบ้านแต่เธอยืนยันที่ไม่ต้องการเด็กคนนี้แล้วเธอต้องการให้ทางวัดช่วยเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้เธอและยังมีอีกหนึ่งคลิปซึ่งเป็นคลิปตอนที่ทางชาวบ้านและพระได้ปล่อยเธอออกมาจากที่ขัง

แล้วซึ่งคลิปนี้จะเห็นว่าเธอกำลังอุ้มลูกของเธอไว้แต่ด้วยเด็กที่ร้องไห้งอแงทำให้เธอต่อว่าเด็กอย่างหยาบคายรวมถึงใช้กำลังทำร้ายตบตีเด็กด้วยซึ่งในคลิปไม่ได้มีการเล่าต่อว่าทั้งเธอและเด็กยังคงอยู่ต่อที่วัดหรือพากันออกไปแล้วแต่เมื่อคลิปนี้มีการแชรออกไป ก็มีหลายคนเข้ามาตั้งสังเกตว่าผู้หญิงในคลิปน่าจะเป็นคนสติไม่ดีเพราะว่ารายมีหลายคนจำได้ว่าหญิงคนดังกล่าวเคยก่อเหตุแบบนี้มาแล้วเมื่อปีที่แล้วจนเป็นข่าวโด่งดังในโลกโซเชียล

และยังมีบางคนเคยบอกว่าเป็นเพื่อนกับผู้หญิงคนนี้มาตั้งแต่เด็กคนนี้ตั้งแต่เด็กซึ่งเธอมีอาการทางจิตมาตั้งแต่เด็กแล้วบางคนบอกว่าเธอน่าจะลืมกินยาจึงมีอาการออกมาเช่นนี้ อันที่จริงหากหญิงคนนี้มีอาการทางจิตจริงทางญาติของผู้หญิงคนนี้ควรจะมีการดูแลผู้หญิงคนนี้และลูกของเธอเป็นอย่างดีสักหน่อย เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหากเด็กยังอยู่กับแม่ที่ลืมกินยาแบบนี้เด็กอาจจะเกิดอันตรายได้         

     หวังว่าเหตุการณ์แบบในครั้งนี้คงจะไม่เกิดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สาม พ่อแม่ และสามีรวมถึงญาติญาติของเธอควรจะมีการป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกเพราะสงสารทั้งตัวเด็กและตัวเธอเอง เพราะหากเธอทำเพราะขาดสติจริงถ้าเธอทิ้งลูกไปแล้วและเธอได้สติกลับมาเมื่อไหร่เธอคงจะเสียใจกับการกระทำของเธอเป็นอย่างมาก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

วันนี้ที่จังหวัดนครปฐมได้มีเหตุการณ์สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากเนื่องจากมีชายหนุ่มคนหนึ่งนำปืนอาวุธสงครามมายิงถล่มที่บ้านของแฟนเก่าตัวเองพร้อมกับฉุดฝ่ายหญิงขึ้นรถแล้วพาหลบหนีไปเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงบ้านที่เกิดเหตุก็ได้สอบปากคำเจ้าของบ้านซึ่งเป็นชายอายุ 36 ปีโดยชายคนหนึ่งกล่าวแล้วว่าบ้านหลังนี้ตอนอยู่กับแฟนสาว

ซึ่งช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาได้มีรถยนต์คันนึงมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านโดยสังเกตเห็นว่ารถยนต์คันดังกล่าวไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนแล้วว่าจอดได้สักพักนึงก็มีผู้ชายสองคนเดินลงมาจากรถพร้อมนำอาวุธปืนยิงกราดเข้ามาในตัวบ้านซึ่งตนจำได้ว่า หนึ่งในชายสองคนที่ลงมาจากรถแล้วใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาในบ้านนั้นเป็นแฟนเก่าของภรรยาของตนเองได้

เมื่อทั้งสองคนยิงปืนจนหมดกระสุนแล้วหนึ่งในคนร้ายก็ได้ตรงมาที่ภรรยาของตนและได้ทำการดึงแขนภรรยาของตนขึ้นรถกระบะแล้วพาขับออกไปซึ่งตอนนี้ต้องติดต่อภรรยาไม่ได้เลยไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรโดยชายเจ้าของบ้านกล่าวว่า ภรรยาของตนได้เลิกกับแฟนเก่าไปสักพักแล้วแล้วก็ไดไอซ์มาอยู่กับตนพักใหญ่แล้วเช่นเดียวกันซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นว่าแฟนเก่าของภรรยาจะมีทีท่าว่าอะไรทำให้ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใด

ในวันนี้จึงต้องบุกเข้ามาฉุดภรรยาของตนและกราดยิงถล่มบ้านของตนทำไมได้เพราะอะไร  

การในครั้งนี้และเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นได้ว่าอาวุธปืนซึ่งถึงแม้จะเป็นถืออาวุธสงครามก็ช่างสามารถหาได้ง่ายได้เหลือเกินจึงเป็นเหตุให้คนร้ายนำเอาอาวุธปืนออกมายิงกันโดยไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายไม่กลัวว่าจะถูกตำรวจจับเลยซึ่งเราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มคนมีอายุก็สามารถหาซื้อปืนแบบผิดกฎหมายแล้วนำมาก่อเหตุยิงกันตายดักฉุดกันได้ง่ายง่ายโดยที่เราไม่รู้เลยว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไปหาอาวุธปืนหรือแม้แต่อาวุธสงครามแบบนี้มาจากไหน

ซึ่งของต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะสืบหาข้อมูลข้อเท็จจริงและควรจะทลายแก๊งโจรที่เอาปืนมาขายให้กับประชาชน เพื่อที่ประชาชนจะได้มั่นใจว่าคนทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายและปืนไม่ได้หาซื้อได้กันง่ายง่ายไม่ต้องกลัวว่าชีวิตจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายส่วนเหตุการณ์ในครั้งนี้คงต้องรอดูว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตามจับคนร้ายมาได้หรือไม่และหญิงสาวคนดังกล่าว ยังปลอดภัยดีหรือไม่

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

คุณรู้หรือไม่ว่า….ทำไมอินโดนีเซียถึงต้องย้ายเมืองหลวง 

หลังช่วงปีที่ผ่านมาอินโดนีเซียได้มีการประกาศว่าจะย้ายเมืองหลวงของประเทศขึ้น เนื่องจาดตอนนี้กรุงจาร์กาต้าได้ประสบปัญหามากมายจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการย้ายเมืองหลวงขึ้น แม้ว่าการย้ายเมืองหลวงนั้นจะเป็นเรื่งใหญ่เพราะนอกจากจะย้ายสถานที่ของเมืองแล้ว ก็ยังถึงต้องย้ายแหล่งเศรษฐกิจแห่งรวมถึงศูนย์ราชการต่างๆที่จะต้องย้ายตามไปด้วย  และล่าสุดประเทศที่ได้ทำการย้ายเมืองใหม่นั่นก็พม่า ที่ย้ายจากกรุงย่างกุ้งมาเป็น กรุงเนปิดอร์ และ 4 เหตุผลหลักที่ทำให้อินโดนีเซียเลือกที่จะย้ายเมืองหลวงนั้นมีสามารถอะไรเรามาวิเคราะห์

อันดับแรก กรุงจาร์กาต้ากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาแผ่นดินทรุดและน้ำจะท่วมเมือง จาร์กาต้า

นั้นเป็นเมืองหลวงที่เสี่ยงน้ำท่วมสูง เพราะพื้นที่ 2 ใน 5 ของพื้นที่ทั้งหมดในเมืองหลวงนั้นอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล สาเหตุหลักก็เกิดมาจากการสูบน้ำบาดาลมาใช้เกินปริมาณส่งผลทำให้พื้นดินเกิดการทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วถึงปีล่ะ 20 เซนติเมตรเป็นตัวเลขที่น่ากังวลเป็นอย่างมากว่าภายในอนาคตจาร์กาต้าจะกลายเป็นเมืองบาดาล

 

ต่อมาเป็นปัญหาที่ประเทศไทยของเราก็กำลังเผชิญอยู่เช่นกัน นั่นก็คือปัญหาการจราจรติดขัด เพราะปัญหานี้นั้น ได้ส่งผลต่อการเสียโอกาสทางธุรกิจไปมากกว่า 1 ล้านล้านรูเปียร์ต่อปี หรือคิดเป็นเงินไทยก็จะประมาณราวๆ 2แสนล้านล้านบาทไทย ซึ่งการจราจรส่วนใหญ่ในกรุงจาการ์ต้านั้นสัญจรได้บนท้องถนนเพียงอย่างเดียว เนื่องจาประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงที่มีราวๆ 10 ล้านคน ด้วยจำนวนที่มากนั้นก็ทำให้เกิดการแออัดและปัญหาเรื่องรถติดก็ได้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เนื่องจากการจราจรที่หนาแน่นได้ส่งผลให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศตามอีก

 

พื้นที่ที่จะสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่นั้นมีโอกาสเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติน้อยกว่ากรุงจาการ์ต้า เนื่องจากพื้นที่ที่จะสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่นั้น ตั้งอยู่บริเวณของกาลิมันตัน ซึ่งบริเวณนี้คือพื้นที่ทั้งหมดของเกาะบอร์เนียว ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1,400 ตารางกิโลเมตร และที่สำคัญพื้นที่บริเวณนี้ตั้งอยู่ตรงกลางของแผนที่ประเทศอินโดนีเซียพอดี ซึ่งจะสามารถป้องกันผลกระทบที่มาจากสินามิได้ เพราะว่าได้อยู่ห่างไกลจากบริเวณชายทะเล อีกทั้งยังห่างไกลจากบริเวณที่มีภูเขาไฟปะทุ ซึ่งทางอินโดนีเซียนั้นได้เริ่มมีการเคลื่อนย้ายและสร้างสถานที่ทางราชการแห่งใหม่ในปี 2564 และจะเคลื่อนย้ายหน่วยงานหลักๆในปี 2567 หรืออีกประมาณราวๆ 4 ปีข้างหน้านี้

 

เป็นการกระจายความมั่งเป็นยังเกาะอื่นๆบ้าง เนื่องจากความมั่งคั่งในปัจจุบันน้ันไปกระจุกตัวกันอยู่ที่จาการ์ต้าเพียงแห่งเดียว ซึ่งส่งผลทำใหห้ประชาชนส่วนใหญ่หลั่งหไลเข้ามาทำมาหากินแต่ในเมือง และด้วยเมืองที่มีขนาดไม่กว้างใหญ่จนทำให้เกิดปัญหาที่อยู่อาศัยแออัด และการย้ายเมืองหลวงในครั้งก็จะเป็นกระจายความมั่งคั่งไปยังส่วนอื่นๆของประเทศเพื่อเป็นกระะจายรายได้สู่เมืองรอบนอก อีกทั้งยังจะได้ลกปัญหาความหนาแน่นของประชากรภายในเมืองหลวงจาการ์ต้า

 

อย่างไรก็ดีการย้ายเมืองหลวงก็ถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลตัวเรามากนัด เนื่องด้วยปัจจุบันกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทยนั้นก็กำลังประสบปญหาที่คล้ายกันกับกรุงจาการ์ต้าประเทศอินโดนีเซีย และในอนาคตประเทศไทยของเราเองก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนในทำนองนี้ขึ้นได้

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี

ข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับผู้ป่วยเอดส์ แนะนำกิน PrEP

          ก่อนหน้านี้ได้มีการแชร์โพสต์ของผู้ป่วยที่มีเชื้อ HIV รายหนึ่งได้ออกมาให้คำแนะนำกับเพื่อนๆที่อยู่ในกลุ่มที่ติดเชื้อด้วยกันว่า มียาต่อต้านเชื้อ HIV ชนิดหนึ่งซื้อเมื่อกินเข้าไปแล้วจะสามารถมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อได้โดยที่ไม่ต้องสวมถุงยางอนามัย โดยยาที่มีการแนะนำต่อๆกันมานั้นเรียกว่า PrEP หรือชื่อเต็มๆก็คือ  Pre-EPre-Exposure Prophylaxis

โดยยังมีการระบุอีกด้วยว่าไม่ว่าจะสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ทั้งกับคนที่มีเชื่อ HIV เหมือนกัน หรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีเชื้อคนเดียวก็ได้หรือจะมีเชื้อทั้งคู่ก็ได้ โดยที่เชื้อโรคไม่แพร่ออกไป และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องสวมถุงยางให้ยุ่งยาก

          ซึ่งเมื่อมีการแชร์เยอะ ได้มีคุณหมอท่านหนึ่งออกมาระบายถึงโพสต์ที่มีการเขียนแนะนำการกระทำดังกล่าวว่า สิ่งที่แนะนำให้คนอื่นรู้นั้นไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย จริงอยู่ว่าการที่กินยาดังกล่าวเข้าไปมันจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ แต่ยาตัวนั้นช่วยได้เฉพาะเชื้อ HIV เท่านั้น แต่โรคอื่นที่สามารถแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ก็ยังคงสามรถติดต่อกันได้เช่นเดิม เช่นโรค หนองในทั้งแท้และเทียม ไวรัสตับอักเสบบีและซี

ซึ่งคุณหมอระบายถึงว่าทุกวันนี้คนเป็นโรคนี้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีหลายฝ่ายช่วยกันรณรงค์เรื่องให้ใส่ถุงยากเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อแต่ก็ยังมีคนสิ้นคิดมาสนับสนุนไม่ให้สวมถุงยางกันอีก

 

หลังจากที่มีการโพสต์ตอบโต้กันไปมาระหว่างหมอกับคนป่วยที่มีเชื้อ HIV

นักข่าวจึงได้เข้าไปสัมภาษณ์ผู้ป่วยที่มีเชื้อนี้และเป็นคนโพสต์เอง ซึ่งทางผู้ป่วยก็ยอมเปิดเผยหน้าตาและชื่อเพื่อให้สัมภาษณ์และยังอธิบายว่าไม่ได้ต้องการที่จะสนับสนุนไม่ให้คนสวมถุงยาง แต่เป็นการให้ข้อมูลเท่านั้น เพราะเท่าที่รู้มา จะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่นิยมใช้ถุงยาง จึงต้องการบอกว่าหากไม่อยากใช้ถุงยางควรไปหายาดังกล่าวมารับประทาน

เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื่อ คิดว่าเป็นการให้ความรู้กับคนที่ยังไม่รู้ว่ามียาแบบนี้ และนักข่าวได้มีการสอบถามคุณ หมอกอล์ฟ ซึ่งคุณหมอก็แนะนำว่า สำหรับโรคเอดส์นั้น อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่ายังไม่มียารักษาให้หายขาดได้ มีเพียงยาที่ชะลอเชื้อให้เติบโตให้ช้าลงเท่านั้น  ดังนั้นเราควรป้องกันตัวเองด้วยการสวมถุงยาอนามัย และไม่ไปนอนกับคู่นอนที่ไม่ใช่คู่ของตนเอง จะเป็นการป้องกันได้ดีที่สุด

        อย่างไรก็ตามสำหรับยา PrEP  ที่มีคนพูดถึงกันอย่างกว้างขวางนั้นการที่จะนำมารับประทานได้จะต้องขั้นตอนการตรวจสอบมากมายและเมื่อทานแล้วต้องทานอย่างต่อเนื่องจะมากินๆหยุดๆไม่ได้เพราะจะไม่ได้ผล ดังนั้น หนทางที่เราจะปลอดจากเชื้อเอดส์ได้ดีที่สุดคือต้องป้องกันเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100