มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความจากเจ้าของบ้านหลังหนึ่งว่าพี่ชายโรคจิตคนหนึ่งบุกเข้าไปในบ้านและหวังข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวของเขาไว้เพียงแค่ 4 ขวบซึ่งตอนนี้ได้จับตัวคนร้ายเอาไว้ได้แล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงไปยังบ้านที่เกิดเหตุดังกล่าวแล้วหาข้อมูลหลักฐานเพื่อนำมาประกอบการจับกุมคนร้าย

ซึ่งทางพ่อของเด็กหญิงวัย 4 ขวบได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในวันเกิดเหตุดังกล่าวเป็นช่วงเวลาประมาณ 17:30 นซึ่งตัวของพ่อเองนั้นออกไปทำงานนอกบ้านลูกสาววัย 4 ขวบกินอยู่กับแม่ซึ่งในขณะนั้นแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ในบ้าน โดยช่วงเวลาที่ชายโรคจิตมาอยู่ที่หน้าบ้านนั้นเด็กหญิงวัย 4 ขวบเข้าใจว่าเป็นบุรุษไปรษณีย์มาส่งของเธอจึงตะโกนบอกแม่ของเธอว่าเธอจะไปรับของที่ไปรษณีย์เองและเมื่อเธอเดินออกไปนายมงคลซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงวัย 4 ขวบก็ได้เดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านพร้อมกับอุ้มเด็กหญิงเข้ามาในบ้านซึ่งในพื้นที่บ้านหลัง

ดังกล่าวนั้นจะมีบ้านหลังหนึ่งซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่และคนงานไม่ได้อยู่ในบ้านนายมงคลจึงได้อุ้มเด็กหญิงเข้าไปในบ้านหวังจะข่มขืนแต่หน้าจากหน้าต่างบ้านยังไม่สามารถปิดได้เพราะยังสร้างไม่เสร็จในมงคลจึงได้อุ้มเด็กนอนลงกับพื้นกำลังถอดกางเกงของตนเองและของเด็กก็ผลปรากฏว่าแม่ของเด็กเห็นว่าเด็กหายไปนานจึงได้ตะโกนเรียกและออกตามหาจึงมาพบว่าลูกสาวกำลังจะถูก

นายมงคลข่มขืน เธอจะได้ร้องโวยวายเมื่อ นายมงคลเห็นดังนั้นจึงได้วิ่งหนีออกไปโดยสวนทางกับพ่อของเด็กที่พึ่งเลิกงานกำลังกลับเข้ามาในบ้านแม่ของเด็กจึงได้ตะโกนบอกให้พ่อของเด็กจับตัวคนร้ายเอาไว้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ความตื่นตกใจให้กับเด็กเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าเด็กจะยังไม่ถูกข่มขืนแต่ก็เกิดความหวาดกลัวที่จะเห็นคนแปลกหน้าตอนนี้เด็กมีอาการตื่นเมื่อมีคนแปลกหน้ามาอยู่ใกล้ๆ

ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่รู้สึกสงสารลูกของตนเองเป็นอย่างมากและเบื้องต้นจากการที่เจ้าหน้าที่มีการสอบสวนนายมงคลที่เป็นผู้ก่อเหตุได้ความว่า ตนเองเข้าไปในบ้านเพียงเพราะต้องการจะขอรับซื้อของเก่าเท่านั้นแต่พ่อของเด็กหญิงผู้เสียหายไม่เชื่อคำให้การของนายมงคลเนื่องจากว่าไม่มีรถที่จะเป็นรถแสดงถึงการรับซื้อของเก่า

แต่อย่างใดรวมถึงมีข้อมูลจากทางเพื่อนบ้านได้บอกว่าเคยเห็นนายมงคลขับรถวนเวียนเข้ามาในหมู่บ้านหลายวันแล้วเส้นคาดการณ์กันว่า นายมงคลอาจจะขี่รถเลาะเข้ามาภายในหมู่บ้านเพื่อต้องการมามองหาเหยื่อประจวบเหมาะกับลูกสาวของตนเองเปิดประตูออกมาเจอนายมงคลพอดีจึงทำให้ลูกสาวของตนเองทุ่มไป

เพื่อจะนำตัวไปข่มขืนแต่โชคยังดีที่แม่ของเด็กมาเห็นเสียก่อนทำให้ลูกยังไม่ถูกข่มขืน เบื้องต้นจากประวัติที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบมาพบว่านายมงคลเคยมีคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กมาแล้วและคาดว่าครั้งนี้ก็จะมาทำเหมือนเดิมอีก 

 

หญิงวัยกลางคน ถูกงูเหลือมยาว 7 เมตรฉกหวังกินเป็นอาหารสุดท้ายงูใหญ่แพ้หญิงวัย 50 ปี

           เมื่อวันที่ 7 เดือนเมษายนปี 2563  ที่เว็บไซต์ข่าวของประเทศอินโดนีเซียได้มีการรายงาน ข่าวว่า นาง นียา หญิงชาวอินโดนีเซียอยู่ 50 ปีได้ถูกหวยธรรมดาร้ายเดือยงูตัวดังกล่าวเป็นงูเหลือมขนาดใหญ่ยักษ์มีความยาวถึง 7 เมตรด้วยกันซึ่งมันพุ่งเข้าทำลายและล่างนางนียา

โดยเธอได้ทำการต่อสู้ขัดขืนยอมทั้งตะโกนขอความช่วยเหลือซึ่งในขณะนั้นเองลูกทั้งสองคนของเธอได้เดินนำหน้าเธอไม่ไกลจากเธอมากนักทำให้ได้ยินเสียงนางนียาร้องขอความช่วยเหลือ 

  และเมื่อเขาทั้งสองคนหันมาเห็นนางนียาก็พบว่านางมียากำลังถูกงูเหลือมตัวใหญ่ยักษ์พันรอบตัวอยู่    ดังนั้นรูปคนหนึ่งจึงได้วิ่งเข้ามาช่วยเหลือนางนียาพยายามแกะเอางูออกส่วนลูกอีกคนนึงก็วิ่งไปขอความช่วยเหลือกับคนในหมู่บ้านให้มาช่วยเหลือนางนียาที่กำลังถูกงูเหลือมรัด

อยู่ในขณะนี้ ซึ่งในที่สุดแล้วเธอก็สามารถเอาชีวิตรอดจากเจ้างูยักษ์ตัวนั้นได้รวมถึงแทนที่เจ้าอยากจะได้กินมนุษย์มันกลับโดนมนุษย์ฆ่าตายซะเอง 

        เหตุการณ์ที่สร้างความตระหนกตกใจในครั้งนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านบุหงี จังหวัดสุลาเวซี ของประเทศอินโดนีเซียซึ่งหญิงสาวที่เขาเล่าให้ฟังว่าในช่วงเช้ามืดจะเดินทางไปทำงานในสวนกับลูกๆทั้งสองคนของเธอหลังจากที่ทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอและลูกๆก็พากันกลับบ้านโดยลูกๆทั้งสองคนเดินนำหน้าและเธอเดินตามหลังแต่ระหว่างทางที่กำลังจะกลับถึงบ้านนั้น

เธอก็ถูกต้องอยู่นั้นทำร้ายซึ่งลูกของเธอก็ให้การตรงกันว่าระหว่างที่เดินทางกลับบ้านนั้นอยู่ๆก็ได้ยินเสียงแม่ของเขาตระกูลร้องโวยวายพวกเขาจึงได้ทำการวิ่งกลับมาดูก็พบว่าแม่ของเขากำลังถูกงูตัวมารัดตัวอยู่พวกเขาจึงได้ช่วยกันแซะเอางูออกจากตัวแม่ของเขาแต่ก็ปรากฏว่าสู้แรงไม่ได้ลูกชายคนนึงจะได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือกับชาวบ้านไปช่วยกันมาเอาออกจากแม่

ซึ่งระหว่างที่รอความช่วยเหลือจากชาวบ้านนั้นนานมียาเองก็พยายามต่อสู้กับเจ้างูร้ายเต็มที่จนในที่สุดก็สามารถเอาชนะมันได้ปัจจุบันนางนียาถูกส่งไปรักษาตัวที่ได้รับการบาดเจ็บจากการถูกงูกัดที่โรงพยาบาลซึ่งพบว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมากตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว 

        ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีงูข้างและมูลส่วนใหญ่ก็เป็นงูขนาดใหญ่และบางครั้งก็เป็นงูที่มีพิษร้ายแรงซึ่งเรามักจะเห็นตามข่าวบ่อยๆเกี่ยวกับงูที่มักจะออกมาทำร้ายคนสำหรับประเทศไทยเองในช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่มีงูชุกชุมเช่นเดียวกันซึ่งตามหมู่บ้านก็มักจะมีงูเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านรวมถึงในห้องน้ำหรือในชักโครกก็มักจะมีงูไม่ว่าจะเป็นงูมีพิษหรือพวกงูเหลือมก็มักจะแอบเข้าไปอาศัย

และแอบทำร้ายคนที่เป็นเจ้าของบ้านอยู่บ่อยครั้งดังนั้นควรระมัดระวังตนเองให้ดีอย่างการเข้าห้องน้ำก็ควรจะมีการปิดฝาชักโครกให้เรียบร้อยและก่อนที่จะเข้าใช้บริการก็ควรจะมีการกดชักโครกก่อน 1 ครั้งเพื่อให้งูมันรู้ตัวแล้วให้มันหนีไปก่อนจะได้ไม่ได้งูทำร้าย 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

    ที่จังหวัดชลบุรีตรงข้ามกับหมู่บ้านเจริญสินธานี  เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านแถวชุมชนหมู่บ้านเจริญสินธานีว่ามีคนมาผูกคอตายตรงสนามตะกร้อซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านโดยเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยเดินทางไปถึงต่างก็พากันตกใจเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าต้นไม้ต้นดังกล่าวเป็นต้นว่าซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมา 20 กว่าปีแล้วแต่ที่ทำให้ทำกู้ภัยและตำรวจตกใจนั่นก็คือมีเหตุการณ์ผูกคอตายที่ต้นว่าต้นนี้มาแล้วก่อนหน้านี้ถึง 2 ครั้ง

และที่สำคัญบริเวณที่ผู้เสียชีวิตมักจะผูกคอตายนั้นจะเป็นกิ่งของต้นว่านับจากด้านล่างขึ้นด้านบนเป็นสิ่งที่ 2 ซึ่งทั้ง 3 ศพที่ผูกคอนั้นผูกคอตายสิ่งเดียวกันทั้ง 3 ศพจึงทำให้ทั้งกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงชาวบ้านที่มาดูศพต่างพากันตกใจเกรงว่าต้นว่าต้นนี้จะมีอาถรรพ์เนื่องจากว่ามีคนมาฆ่าตัวตายที่ต้นว่าต้นนี้ปีละคน

สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นเป็นหญิงสาวชาวกัมพูชาอายุประมาณ 49 ปีซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสำรวจสอบแล้วไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใดจึงคาดว่าไม่น่าจะใช่เหตุการณ์ฆาตกรรมแต่น่าจะเป็นการเสียชีวิตเพราะตั้งใจมาผูกคอตายด้วยตนเองเนื่องจากใช้เชือกไนลอนสีขาวผูกกับกิ่งไม้และจากสภาพศพพบว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง

โดยคนที่พบศพคนแรกนั้นเป็นชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นเดินผ่านมาตรงสนามตะกร้อและได้มีการมองไปทางต้นหว้า ทำให้มองเห็นศพห้อยอยู่จึงได้ประสานงานแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งชาวบ้านบอกว่าก่อนหน้านี้ก็มีคนผูกคอตายเช่นเดียวกันเป็นผู้ชายซึ่งทั้ง 3 ศพที่ผูกคอตายนั้นเป็นชาวกัมพูชาแทบทั้งสิ้นหลายคนจึงเชื่อกันว่าน่าจะเป็นอาถรรพ์ของต้นว่าที่นี่มักจะมาเอาชีวิตชาวกัมพูชาทุกคน

จึงลงความเห็นกันว่าเมื่อทางเจ้าหน้าที่นำศพออกไปแล้วอาจจะมีการประสานงานกับทางเจ้าของที่ทำบุญให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วแถวบริเวณต้นว่าต้นนี้รวมถึงอาจจะต้องมีการขอความร่วมมือเจ้าของที่ขอตัดต้นว่าทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นมาแขวนคอตายที่นี่อีก

     สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นมีสามีและลูกซึ่งมีการเช่าห้องพักอยู่ใกล้ๆกับหมู่บ้านเจริญสินธานีซึ่งสามีและลูกให้การตรงกันว่าช่วงประมาณเวลาตี 4 ของเมื่อวันที่ 9 เมษายนปีพศ. 2563 ได้มีคนมาเคาะที่หน้าห้องและมีการชวนผู้ตายออกไปนอกห้องหลังจากนั้นทางผู้ตายก็เดินมาบอกสามีกับลูกว่าจะออกไปซื้อของซึ่งหลังจากออกไปนานสามีและลูกจึงได้ออกตามหาเนื่องจากแปลกใจว่าออกไปตั้งแต่ 4:00

แล้วยังไม่กลับเข้ามาสักทีแต่ตามหาอยู่นานก็ไม่พบจนมีคนเดินมาบอกว่ามีคนพบศพภรรยาผูกคอตายอยู่ใต้ต้นว่าทั้งนี้ทั้งสามีและลูกยืนยันว่าทั้ง 3 คนไม่ได้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างไรรวมถึงไม่ได้มีปัญหาหรือเรื่องเครียดแต่อย่างใดโดยชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงก็ยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่เคยเห็นคนในครอบครัวนี้มีการทะเลาะกันดังนั้นจึงเชื่อว่าอาจจะเกิดจากอาถรรพ์ของต้นไม้มากกว่า 

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

           เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในขณะนี้ประเทศไทยมีการประกาศ  พรก. ฉุกเฉินเกี่ยวกับเรื่องของการเดินทางว่าห้ามประชาชนทุกจังหวัดเดินทางออกนอกบ้านหลังเวลา 10:00 นเป็นต้นไปและจะสามารถออกจากบ้านได้อีกครั้งหนึ่งตั้งแต่เวลา 04:00 นซึ่งผู้ที่จะสามารถออกช่วงเวลาที่มีการควบคุมเวลานี้ได้จะต้องเป็นแพทย์และพยาบาลที่มีหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยหรือต้องทำงานเกี่ยวข้องกับโควิด-19 เท่านั้น

แต่เมื่อวันที่ 7 เดือนเมษายนปีพศ 2563 ที่ผ่านมาได้มีนายแพทย์หนุ่มคนหนึ่งชื่อว่าหมอบอยได้ออกมาโพสต์ผ่าน Facebook ส่วนตัวของตนเองโดยมีการโพสต์เรื่องราวที่ทำให้ตัวเองรู้สึกเสียใจเกี่ยวกับวิชาชีพที่ตนเองทำอยู่เนื่องจากหมอบอยมีอาชีพเป็นสัตวแพทย์ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเกี่ยวกับสัตว์ที่จังหวัดสมุทรสาครเลยบ่ได้เล่าเรื่องราวผ่าน Facebook ของตนเองว่าช่วงนี้คืนของวันที่ 7 เมษายนช่วงเวลาประมาณ 21:00

ได้มีชาวบ้านนำแมวตัวหนึ่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยบอกว่าแมวดังกล่าวเป็นแมวจรจัดชาวบ้านเห็นว่าถูกหมากัดและได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งแมวมีอาการบาดเจ็บหลายที่รวมถึงบาดเจ็บที่ตาโดยตาของแมวถลนออกมานอกบ้านเราทำให้นายแพทย์หนุ่มจำเป็นต้องรับตัวแมวเอาไว้รักษาอย่างเร่งด่วน

เพราะไม่ฉะนั้นแมวก็จะเสียชีวิตได้ซึ่งได้มีการใช้ระยะเวลาในการรักษาแมวจนถึงเกือบเวลา 22:00 นหลังจากนั้นหมอบอยก็มีการเดินทางกลับที่พักแต่ระหว่างทางได้มีการแวะซื้อกับข้าวเพื่อจะกลับไปกินยังที่พักด้วยโดยหมอบอยได้กล่าวว่าระหว่างที่ขับรถใกล้จะถึงบ้านพักนั้นได้เจอด่านของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจ เคอร์ฟิวแล้วเมื่อคุณหมอได้มีการแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเหตุผลที่กลับบ้านล่าช้าว่าอยู่รักษาสัตว์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ให้เหตุผลในการจับกุมในครั้งนี้ว่าอาชีพของสัตวแพทย์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรักษาไวรัสโคโรน่า

ซึ่งไม่อยู่ในกลุ่มแพทย์ทำให้หมอบอยไม่ได้รับการยกเว้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการควบคุมตัวหมอบอยไปขังคุกเป็นเวลา 1 คืนจะลงเช้าแฟนของน้องชายจึงได้เดินทางมาประกันตัวและพิธีการจ่ายเงินค่าประกันตัวไปทั้งหมด 4,000 บาททำให้หมอบอยรู้สึกเสียใจเกี่ยวกับวิชาชีพของตนเองว่าการเป็นสัตวแพทย์ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงไม่อนุโลมให้และยังบอกว่าไม่ได้เป็นบุคคลทางการแพทย์โดยหมอบอยได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าหากย้อนเวลากลับไปได้แล้ว

ยังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อยู่หมอบอยก็จะทำเหมือนเดิมคือต้องอยู่รักษาสัตว์ให้เรียบร้อยก่อนถึงจะเดินทางกลับบ้านพักจะไม่มีทางปล่อยให้สัตว์ต้องเสียชีวิตหรือทิ้งไว้อย่างนั้นอย่างเด็ดขาดซึ่งหลังจากที่เรื่องราวของหมอบอยได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีผู้คนเข้ามาแสดงความเห็นใจหมอบอยกันเป็นจำนวนมาก

      โดยเรื่องนี้หมอบอยก็ได้ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าควรจะมีการแยกแยะและคัดกรองรวมถึงฟังเหตุผลของผู้ที่เดินทางกลับล่าช้าในช่วงเคอร์ฟิวว่าเขามีเหตุผลสำคัญอะไรหรือไม่ 

 

 

ขอขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย   gclub online ผ่านเว็บ

เดือนร้อนกันทั้งบริษัทเหตุเพราะชายคนหนึ่งอยากได้วันหยุดพักผ่อนนานๆ จึงหลอกนายจ้างว่าติดโควิด -19

        ชายหนุ่มคนหนึ่งฉลาดแกมโกง จัดทำเอกสารปลอมขึ้นมาเพื่อหวังตบตาที่บริษัทว่าตัวเองน้ันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพียงเพราะอยากให้ตัวเองได้หยุดพักผ่อนอยู่บ้านยาวยาว ทำเอาวุ่นวายกันทั้งบริษัทแถมลูกยังต้องอายเพื่อนที่โรงเรียนถึงการกระทำของเขาในครั้งนี้ สุดท้ายได้พักผ่อนยาวยาวในคุกฐานปลอมแปลงเอกสารและให้ข้อมูลเท็จกับรัฐ

       เหตุการในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากว่า  มีผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่า  เจฟฟรีย์ ทราวิส ลอง   อายุราวๆ 30 ปีซึ่งเขาทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในแผนก Call Center และเนื่องด้วยปัจจุบันสถานการณ์ที่รัฐอเมริกาเกี่ยวกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ามีอย่างแพร่หลายและรุนแรง  ตัวของนายเจฟฟรีย์ ทราวิส ลอง ก็อยากจะได้หยุดเหมือนกับคนอื่นเขาบ้างจึงได้วางแผนหลอกลวงบริษัทด้วยการปลอมแปลงเอกสารจากทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยู่ทางนอร์ธ  แคโรไลนาอยู่ในเอกสารระบุว่าก็มีการไปทำการตรวจสอบหาเชื้อไวรัสโคโรน่า

และพบว่าเขาเป็นผู้ติดเชื้อคนหนึ่งซึ่งทางบริษัทของเขาได้รับเอกสารซึ่งอนุญาตให้เขาหยุดพักผ่อนเพื่อไปรักษาตัวที่สำคัญเหนืออื่นใดทางบริษัทต้องให้พนักงานคนอื่นที่ทำงานแผนกเดียวกันกับเขาหยุดด้วยถึง 5 วันเพื่อที่จะได้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในสถานที่ทำงานและความแตกเมื่อทางบริษัทของนายเจฟฟรีย์ ทราวิส ลอง ไม่มีการส่งเอกสารของเขาแจ้งไปยังทางสำนักงาน สปราร์ตันเบอร์ดเพื่อแจ้งให้หน่วยงานรัฐทราบว่าในบริษัทของเขามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

เพื่อทำการเก็บไว้เป็นสถิติของประเทศแต่เมื่อทางหน่วยงานรัฐบาลมีการตรวจสอบเอกสารดังกล่าวพบว่าเอกสารนั้นเป็นของปลอมเพราะไม่มีตราประทับของทางโรงพยาบาลจึงทำให้เขาถูกขับไล่ออกจากการเป็นพนักงานบริษัทและรัฐบาลต้องจับกุมของเขาในการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการที่สำคัญในขณะที่เขาได้หยุดจากการที่บริษัทให้เขาหยุดไปรักษาตัวในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น

ก็ได้เดินทางไปหาลูกของเขาที่โรงเรียนซึ่งทางโรงเรียนเองก็ทราบว่าตัวเขาเองเจอไวรัสกรุณาดังนั้นเมื่อทางโรงเรียนเห็นว่าเขาเดินทางไปที่โรงเรียนจึงได้ประกาศปิดเรียนและการฉีดยาฆ่าเชื้อซึ่งเมื่อผลออกมาว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะเขาโกหกและอันที่จริงเขาไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าส่งผลกระทบให้ลูกของเขาเอง

ได้รับความอับอายจากเพื่อนที่โรงเรียนและทางบริษัทที่เขาทำงานรวมถึงโรงเรียนก็ได้รับความเสียหายจากการที่ต้องหยุดปิดให้ทางโรงเรียนและนำบริษัทฉีดยาฆ่าเชื้อซึ่งตรงนี้เองเขาอาจจะต้องโดนทั้งโรงเรียนและบริษัทฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายด้วย

 

 

สนับสนุนโดย   เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

นายกเมืองโอซากา ถูกโจมตีหลังจากออกมาพูดเรื่องการช็อปปิ้งของผู้หญิงว่ามักจะซื้อของนาน

          ที่ประเทศญี่ปุ่นกระแสโซเชียลออกมาโจมตี และพูดถึงการให้สัมภาษณ์ของนากยกเทศมนตรีเมืองโอซากากันมากโดยส่วนใหญ่ออกมาพูดทำนองไม่พอใจกับคำพูดของนายกเทศมนตรีคนดังกล่าวที่ออกมาพูดแสดงความคิดเห็นของตัวเองในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด -19 ในขณะนี้โดยคำพูดของเขานั้นต้องการให้ผู้ชายเป็นผู้ที่ออกมาซื้อของนอกบ้านในช่วงนี้มากกว่า เพราะเขามองว่าผู้หญิงเวลาออกมาซื้อของทีจะซื้อของนานมากเกินไป

ซึ่งจากคำพูดในครั้งนี้ทำให้สืบเนื่องมาจากคำสัมภาษณ์นายกเทศมนตรีเมืองโอซาก้าทำให้ประชากรชาวญี่ปุ่นกำลังรู้สึกไม่พอใจกับคำสัมภาษณ์ของนายอิชิโร มัตซุย  อยู่ในคำพูดของเขานั้นพูดเหมือนกับต้องการให้ผู้ชายเป็นคนออกมาซื้อของนอกบ้านแทนผู้หญิงเพราะเขามองว่าทุกวันนี้เวลาผู้หญิงเอามาซื้อของนอกบ้านมักจะใช้เวลาในการเลือกซื้อของนาน

ซึ่งถ้าเป็นผู้ชายจะใช้ระยะเวลาในการซื้อของรวดเร็วกว่าผู้หญิงมากจึงทำให้ถ้าหากผู้ชายเป็นคนออกมาซื้อของเองแล้วจะเป็นการลดความเสี่ยงที่ผู้ติดเชื้อจะติดเชื้อกันในซุปเปอร์มาร์เก็ตได้มากโดยมองว่าถ้าผู้หญิงเป็นคนไปซื้อของการที่ผู้หญิงเลือกซื้อของนานานั้นเอง

จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้คนไปติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในซุปเปอร์มาเก็ตได้เมื่อบทสัมภาษณ์ดีได้มีการเผยแพร่ออกมาก็ทำให้ประชาชนพลเมืองญี่ปุ่นเริ่มไม่พอใจมีการระบุใน Social Media เกี่ยวกับความเท่าเทียมกันของเพศชายและเพศหญิงซึ่งในประเทศญี่ปุ่นมองว่าประชากรส่วนใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นผู้หญิงโดยมีมากถึงร้อยละ 51 และสถิติการจัดอันดับความเท่าเทียมกันของแพทย์นั้นญี่ปุ่นก็อยู่ในอันดับที่ 110 จากทั่วโลก

  ดังนั้นหลายคนมองว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องของเพศโดยมีการมองว่ามีการเหยียดเพศอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น   ซึ่งสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าของประเทศญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้นั้นถือได้ว่ามีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศเป็นจำนวนมากแล้วก็มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้ว 358 คนเส้นทางประเทศญี่ปุ่นเองก็ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกมาเพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัสชนิดนี้

โดยมีการขอความร่วมมือให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นอยู่แต่ในบ้านไม่ให้ออกไปไหนหากไม่มีความจำเป็นแต่ไม่ใช่คำสั่งห้ามโดยเด็ดขาดทุกคนยังสามารถเดินทางได้ตามปกติซึ่งในขณะนี้ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตของประเทศญี่ปุ่นนั้นก็มีการจัดระเบียบจำนวนลูกค้าในการเข้าไปซื้อของโดยจะมีการควบคุมจำนวนคนไม่ให้มีการอัดในห้างซุปเปอร์ market มากจนเกินไป

และมีการแนะนำจากทางรัฐบาลเองว่าควรจะมีการกระจายเวลาการซื้อของออกไปเช่นออกมาซื้อของทุก 2-3 วันแทนที่จะ ไปอัดแน่นกันในวันเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตร sexy baccarat

ลุงขับแท็กซี่วัย 70 ปีเปิดขอรับเงินบริจาค เพราะไม่มีเงินมาเลี้ยงลูกที่พิการ

              เมื่อวันที่ 27 เดือนเมษายนพ.ศ 2563    นายภัคณัฏฐ์ซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ ได้ออกมาเรียกร้องขอรับเงินบริจาคจากประชาชนเนื่องจากว่าตอนนี้มันเองกำลังประสบปัญหาความลำบากเป็นอย่างมากเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องและยังไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าแท็กซี่รายวันที่ต้องเสียวันละ 450 บาทซึ่งปัจจุบันนายพัฒนาตนเองบอกว่าตนเองนั้นมีเงินติดตัวเหลืออยู่แค่เพียง 200 บาทเท่านั้น

ด้วยเหตุการณ์ขอความช่วยเหลือในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อนายภัคณัฏฐ์อายุ 70 ปีเขาเป็นคนจังหวัดนครราชสีมามีอาชีพขับรถแท็กซี่อยู่ในจังหวัดเลยเขาอาศัยอยู่กับลูกวัย 40 ปีแค่เพียงสองคนเท่านั้นแต่ปัญหาของเขาก็คือลูกสาววัย 40 ปีของเขานั้นป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถลุกเดินหรือทำอะไรได้ดังนั้นผู้ที่หาเงินจึงเป็นนายภัคณัฏฐ์เพียงคนเดียว

ซึ่งโดยปกติแล้วเขาจะขับรถแท็กซี่และมีรายได้มาเลี้ยงดูลูกสาวและจ่ายค่าเช่าห้องแต่หลังจากที่ประเทศไทยมีปัญหาการระบาดของไวรัส Corona ก็ทำให้เขาประสบปัญหาหาเงินไม่ได้เหมือนเก่าเพราะไม่มีผู้โดยสารโดยนายภัคณัฏฐ์  ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าเขาได้มีการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5 พันบาทจากรัฐบาลแต่ก็ได้รับการปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าตัวเขาเองนั้น

ไม่เข้าข่ายที่จะรับเงินเยียวยาได้ ซึ่งเขาเองได้มีการส่งเรื่องร้องขอไปอีกครั้งหนึ่งแล้วแต่ก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่ซึ่งยังไม่รู้เลยว่าจะได้เงิน 5000 บาทนั้นหรือไม่แต่ในขณะนี้เขากำลังประสบปัญหาเรื่องของค่ากินค่าใช้จ่ายที่ตอนนี้ไม่มีเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวของเขาตอนนี้มีเงินเหลืออยู่แค่เพียง 200 บาทเท่านั้นซึ่งตอนนี้เขาไม่มีเงินมากพอที่จะไปจ่ายค่าเช่ารถที่เขาต้องเสียค่าเช่าวันละ 450 บาท

ดังนั้นถ้าหากเขาไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าเขาก็จะไม่มีรถไปขับแท็กซี่เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวซึ่งตอนนี้เขาอายุ 70 ปีแล้วแต่ยังต้องดูแลลูกสาวที่ยังป่วยอัมพาตแต่ถ้าหากไม่มีแท็กซี่ไปขับรถหาเงินเขาก็จะไม่มีเงินนำมารักษาลูกสาวที่ป่วยอยู่และไม่มีเงินซื้อของกินของใช้ให้เขาและลูกสาวได้ดำรงชีวิตอีกต่อไป

ดังนั้นเขาจึงต้องมาร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มีใจบุญในช่วงนี้ว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะหาเงินมาจากไหนเลยตอนนี้เขาหวังแต่เพียงว่าเงินเยียวยา 5,000 บาทจากโครงการเราไม่ทิ้งกันจะสามารถช่วยประทังชีวิตให้เขามีชีวิตต่อไปได้ จนกว่าสถานการณ์ของประเทศไทยจะดีขึ้น 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sa gaming ทดลองเล่น

          ประมาณสามทุ่มครึ่งของวันที่ 19 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุเพลิงไหม้แถวถนนติวานนท์ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการติดต่อขอความช่วยเหลือกับทางทีมดับเพลิงและมูลนิธิปอเต็กตึ้งเพื่อเดินทางไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบอุบัติเหตุซึ่งเมื่อไปถึงคอนโดหรูดังกล่าวเป็นคอนโดที่มีความสูงถึง 7 ชั้นด้วยกันส่วนชั้นที่เกิดเพลิงไหม้น้ำอยู่ที่ชั้น 6 ห้อง 623

โดยที่บริเวณนี้มีคอนโดหลายอาคารที่เกิดเหตุนั้นเป็นอาคาร เจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบว่ามีอาการดังกล่าวมีควันลอยออกมาจากชั้น 6 และที่สำคัญด้านล่างของตัวอาคารมีเศษกระจกร่วมอยู่เต็มไปหมดประชาชนที่อาศัยอยู่ในคอนโดดังกล่าวต่างก็พากันวิ่งหนีตายอลหม่านออกมาจากคอนโดทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้มีการทำการดับเพลิงซึ่งใช้เวลาแค่เพียง 15 นาทีเท่านั้น

ก็สามารถดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ได้ต้องใช้รถดับเพลิงถึง 8 คันด้วยการในการดับเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ซึ่งการเกิดไฟไหม้มีครั้งนี้มีผู้อยู่ในเหตุการณ์ได้ให้ข้อมูลที่เป็น ประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เธอมีหนึ่งคนชื่อว่านางสาวนิชาภาเธออยู่ที่ชั้น 6 จะอยู่ห้อง 629 เป็นห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องที่ประสบเหตุในตอนที่เกิดเหตุนั้นเธออยู่ในห้องพอดีขนาดนั้นกำลังทำความสะอาดห้องเธอได้ยินเสียงระเบิดขึ้นเสียงเหมือนคล้ายกับกระจกแตกแต่คิดว่าเป็นเพียงแค่สัตว์ภายในห้องพักของลูกค้าคอนโด

ทำข้าวของเสียหายเท่านั้นจะไม่ได้สนใจอะไรต่อมาไม่นานเธอได้ยินเสียงคนโวยวายหน้าห้องไม่มีการตะโกนว่ามีไฟไหม้เกิดขึ้น  เธอจึงได้เปิดประตูออกไปดูทำให้เห็นว่ามีควันลอยอยู่เต็มไปหมดในชั้น 6 เธอจึงรีบหาผ้าไปชุบน้ำแล้วมาคุมร่างกายพร้อมทั้งนำทรัพย์สินมีค่าวิ่งออกมาจากคอนโดทันทีเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้นั้นคอนโดไม่ได้รับความเสียหายมากเท่าไหร่เพราะสามารถดับไฟได้ทันท่วงที

ซึ่งห้องที่รับความเสียหายมากที่สุดก็คือเกิดเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในนั้นเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ในห้องพักทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการติดตามเจ้าของห้องมาสอบถามข้อมูลอีกทีนึงว่าสาเหตุของผลไม้นั้นเกิดจากอะไรเพื่อที่จะได้มีการดำเนินคดีหากมีการประมาทจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดับไฟไหม้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

เข้าไปดูห้องที่เกิดเหตุเข้าของภายในห้องต่างๆเสียหายเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นโต๊ะหรือเตียงเนื่องจากว่าสะเก็ดไฟมีการร่วงลงมาจากเพดานแล้วลงมาที่เตียงพอดีทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว    

 

 

สนับสนุนโดย  SaGaming สมัครขั้นต่ำเท่าไหร่     

เรื่องนี้นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 นี้เองที่อำเภอหนองแค ซึ้งมีคนขับรถกระบะอยู่ซึ้งตอนนั้นถนนลื้นมากทำให้เกิดอุบัติเหตุซึ้งตอนนั้นมีชาวบ้านมากมายจอดรถและลงจากรถแต่ชาวบ้านกลับไม่ช่วยคนขับรถกระบะแต่กลับวิ่งไปที่รถกระบะเพื่อหยิบและขนถุงที่ใส่ไส้กรอกกลับบ้านไปซึ้งเจ้าของถุงที่มีไส้กรอกอยู่นั้นนั่นก็คือคนที่ขับรถกระบะ ชาวบ้านไม่แม้แต่จะหันไปมองคนขับรถกระบะเลยเอาแต่หยิบของกินขึ้นรถตัวเองอย่างเดียว

ก็เข้าใจนะคะว่าช่วงนี้หลายคนไม่มีอาหารที่จะกินไม่มีเงินที่จะใช้แต่ก็ไม่ควรที่ไร้น้ำใจและไม่ควรหยิบของคนอื่นแบบนี้ ซึ้งได้มีผู้ชายคนหนึ่งเข้าคือคนที่เห็นเหตุการณ์ (แต่ไม่ใช่คนเก็บไส้กรอก) ซึ้งเขาได้บอกไว้ว่าเขานั้นคือคนที่ขับรถเพื่อกลับบ้านตอนนั้นพอดีซึ้งตอนั้นรถติดมากเขาจึงคิดว่าอาจจะมีอุบัติเหตุก็เป็นได้

ซึ้งเขาเมื่อพอขับรถมาได้นิดหนึ่งเขาก็เห็นว่ามีอุบัติเหตุจริงๆซึ้งตอนนั้นเห็นว่าชาวบ้านเก็บไส้กรอกขึ้นมาตนจึงขึ้นว่าสงสัยจะช่วยเก็บลงไปช่วยเก็บบ้างดีกว่าแต่เขาก็ได้ก็เห็นว่าพวกเขานำไส้กรอกไปใส่ที่รถของตัวเองทำให้เขาเห็นว่าไม่มีใครที่จะช่วยคนขับรถเลยและเมื่อไส้กรอกหมดทุกคนก็ไปไม่มีใครที่จะแม้แต่โทรหารถพยาบาลให้เขาเลยซึ้งเขาเองก็เป็นคนที่ช่วยคนขับรถกระบะได้ทันทำให้เขาไม่เสียชีวิตลง

แต่ก็เกือบที่จะเสียชีวิตเลยค่ะ ซึ้งหลังจากที่อาการดีขึ้นก็ต้องหาเงินเพื่อจ่ายค่าเสียหายที่ทำให้ไส้กรอกหายไปค่ะนั่นทำให้ผู้โพสต์ Facebook มีความรู้สึกที่โกรธเป็นอย่างมากที่ชาวบ้านเลือกที่จะไม่ช่วยคนที่เกิดอุบัติเหตุแต่ดำมัวแต่นั่งเจ็บไส้กรอกไปจนหมดแล้วพอถึงเวลาก็ไม่คิดที่แม้แต่จะช่วยที่จะจ่ายให้กับ

ค่าเสียหายที่ไส้กรอกหายไปซึ่งนั่นถือว่าไม่ดีเป็นอย่างมากที่ชาวบ้านเลือกที่จะทำอย่างนั้นดังนั้นขอเตือนกับทุกคนไว้ว่าหากใครก็ตามที่พบเจออุบัติเหตุแบบนี้ก็คงจะสิ้นหวังมากถ้าเกิดไม่มีใครช่วยตื่นมาหลังจากอาการดีขึ้นก็ต้องมานั่งหาเงินเพื่อที่จะชดใช้หนี้จึงอยากให้ทุกคนที่เก็บไส้กรอกไปลองคิดกับตัวเองว่าถ้าเกิดว่าคนที่เป็นคนขับที่รถกระบะคว่ำนั้นคือตัวเราเองแล้วเราจะทำยังไง

ถ้าเกิดว่ามีคนมาเป็นอย่างนั้นที่เอาแต่เก็บไส้กรอกแล้วเก็บของเราที่ตกอยู่ที่พื้นโดยที่ไม่สนใจแม้แต่จะมองเรา

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020

            ในโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์คลิปวีดีโอหนึ่งซึ่งในภาพจะเห็นมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังราดน้ำมันโดยเหมือนลักษณะจะตั้งใจร้ายเพื่อจุดไฟเผาร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเมื่อหลายคนได้เห็นวีดีโอดังกล่าวต่างก็มองว่าใช่คนที่อยู่ในคลิปวีดีโอนั้นเหมือนดาราตลกชื่อดังคนหนึ่งซึ่งเราคุ้นหน้ากันดีจากหน้าจอทีวีเป็นประจำด้วยหลายคนมีการเขียนลงไปใน Facebook เลยว่าผู้ชายคนดังกล่าวหน้าตาเหมือนกับจั๊กกะบุ๋ม

นักแสดงตลกชื่อดังหลังจากที่คลิปนี้ มีการเผยแพร่ออกไปนักข่าวจึงได้มีการโทรไปขอสัมภาษณ์เจ้าของร้านอาหารดังกล่าวซึ่งตัวเองเป็นหญิงสาววัยประมาณ 40 กว่าปีโดยเธอบอกว่าตัวเองนั้นเป็นเจ้าของร้านอาหารและเป็นแฟนของตลกชื่อดัง ซึ่งผู้ชายคนที่อยู่ในคลิปนั้นก็คือจั๊กกะบุ๋ม นั่นเองหญิงสาวบอกว่าสาเหตุที่จักกะบุ๋มก่อเหตุทำร้ายข้าวของภายในร้านนั้น

เนื่องจากจั๊กกะบุ๋ม ไม่พอใจที่ตัวเองที่เป็นเจ้าของร้านจะไล่ลูกจ้าง 2 คนออกซึ่งเป็นลูกจ้างหญิงที่เพิ่งรับงานเข้ามาใหม่ส่วนสาเหตุที่ต้องการที่จะหยุดจ้างงานของลูกจ้างหญิง 2 คนนั้นไม่ได้เกิดจากความหึงหวงอย่างที่หลายคนเข้าใจแต่เกิดจากเพราะร้านอาหารของตนเองนั้นเกิดภาวะการขาดทุนจากพิษเศรษฐกิจที่มีผลเกี่ยวเนื่องมาจากปัญหาโควิด-19 ทำให้เงินหมุนเวียนภายในร้านไม่เพียงพอลูกค้าไม่ค่อยมีมากนัก

ดังนั้นตัวเองขึ้นเป็นเจ้าของร้านจึงต้องการช่วยเหลือพนักงานเดิมของร้านก่อน เพราะพนักงานที่เคยทำงานอยู่เป็นประจำกับที่ร้านก็ได้รับผลกระทบไม่ได้รับเงินเดือนมา 2 เดือนแล้วดังนั้นเมื่อที่ร้านไม่มีงานจึงจำเป็นต้องปลดพนักงานใหม่และช่วยพนักงานเดินมายังคงทำงานอยู่ในร้านได้เพราะตนเองก็ไม่มีเงินที่จะมาจ่ายค่าจ้างพนักงานใหม่ทั้งสองคนโดยต้องจ่ายให้วันละถึง 700 บาทในเมื่อจักกะบุ๋มได้รู้เรื่องว่าจะไม่ยอมจ้างพนักงาน 2 คนนั้นต่อทางตลกชื่อดังจึงได้เอามาอาละวาดที่ร้านและทำลายข้าวของซึ่งเธอยังกล่าวอีกว่าในช่วงที่ดาราตลกชื่อดังเข้ามาทำไรข้าวของภายในร้านอาหารนั้นตนเอง

ไม่ได้อยู่ที่ร้านเนื่องจากถูกกัดตัวแต่จั๊กกะบุ๋ม ก็ได้มีการโทรมาโวยวายกับตนเองซึ่งหลังจากที่ตนเองออกมาดูร้านและเห็นสภาพร้านที่พังเสียหายนั้นจึงได้เข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจซึ่งจากนี้ไปตนเองและจั๊กกะบุ๋ม ก็คงจะต้องลากันไปแล้วตัวเองคงจะขายร้านนี้เพื่อนำเงินไปใช้หนี้เพราะจักกะบุ๋มเองก็ได้มีการขนข้าวของออกไปจากร้านนี้เรียบร้อยแล้ว

เลยเธอยังเล่าอีกว่าตั้งแต่คบกับจั๊กกะบุ๋ม มาตลอด 3 ปีนั้นตัวเธอดูแลเทคแคร์จั๊กกะบุ๋ม มาโดยตลอดและหาเงินมาให้ในจั๊กกะบุ๋ม ตลอดนานๆถึงจะได้เงินจากนายจั๊กกะบุ๋ม ครั้งหนึ่งซึ่งตอนนี้ก็มีปัญหาทะเลาะกันเรื่องของหนี้สินต่างๆอีกด้วยและเมื่อพยายามติดต่อจั๊กกะบุ๋ม ก็พบว่ามีการบล็อกไม่ให้เธอติดต่อหาได้ซึ่งในครั้งนี้นายจั๊กกะบุ๋ม

ทำร้ายเธอมากเกินไปแต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังรักและหวังดีกับนายจั๊กกะบุ๋ม อยู่ดีส่วนทางแฟนคลับของนายจั๊กกะบุ๋ม ที่มาโพสต์ด่าทอตนเองนั้นขอให้เข้าใจความรู้สึกของตนเองด้วยว่าความเป็นจริงเป็นเช่นไร

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   สูตร sexy baccarat