กำลังโด่งดังอย่างมากในโลกโซเชียว ซึ่งผู้คนกำลังกล่าวขวัญถึงสองเด็กน้อยพี่น้องที่อายุยังน้อยแค่เพียง 10 ขวบกับ 4 ขวบก็สามารถตามพ่อแม่ไปเป็นกู้ภัย อาสาสมัครคอยช่วยเหลือคนยามที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหากมีการคุยเล่ากันมาคงคิดว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ จึงมีการการส่งภาพแชร์ต่อๆกันมาว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ เด็กหญิงชื่อพลอยคนพี่ และคนน้องเป็นผู้ชายชื่อมาตัง  ทั้งคู่ทำงานเป็นอาสาสมัครกู้ภัย

โดยคุณพ่อของเด็กได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวถึงเรื่องนี้ว่าแต่เดิมคุณพ่อเปิดอู่ซ่อมรถและทางรถกู้ภัยก็มักจะมาปะยางที่ร้านเป็นประจำทำให้รู้จักกันดี และอยากลองช่วยเหลือสังคมดูบ้างจึงได้ชักชวนเมียและลูกลองไปช่วยทางกู้ภัยทำงาน ซึ่งลูกทั้งสองคนก็ชอบและไม่ได้กลัวอะไร คนโตน้องพลอยจะมีหน้าที่ช่วยเหลือในการแต่งหน้าศพ โดยจะมีคุณแม่เป็นคนสอนแต่งหน้าให้ ส่วนคนน้อง น้องมาตังยังตัวเล็กจึงให้ช่วยเพียงหยิบจับของ ส่งยาส่งผ้าพันแผลให้ ซึ่งเด็กๆทั้งสองคนต่างก็ชอบงานนี้และไม่ได้กลัว

และที่ผ่านมาผลการเรียนของลูกก็ยังคงเรียนดีอยู่ ซึ่งคุณพ่อบอกว่าการที่ลูกออกมาช่วยเหลือสังคมแบบนี้ดีกว่าที่จะปล่อยให้ลูกนอนดูทีวีอยู่บ้านซึ่งอาจจะติดเกม ติดมือถือ     ซึ่งในปีนี้น้องทั้งสองคนได้รับเรื่องให้เป็นตัวดีเด่นแห่งปี ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับพ่อและแม่เป็นอย่างมาก

              เมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์น้องพลอย น้องก็บอกมาว่าชอบงานด้านจิตอาสาที่พ่อกับแม่พามา หากมีเวลาว่างก็จะขอให้พ่อแม่พามาเรื่อยๆ เมื่อถามถึงเรื่องการแต่งหน้าศพ น้องพลอยบอกว่าไม่กลัว เพราะต้องการที่จะแต่งให้พวกเขามีใบหน้าที่สวยงามและตอนที่แต่งหน้าก็คิดว่าคนที่เราแต่งหน้าให้เขาแค่เพียงนอนหลับเท่านั้น ซึ่งตั้งแต่ทำงานจิตอาสามาน้องพลอยก็นอนหลับสนิทดีตลอดและไม่ได้รู้สึกกลัว หรือกังวลอะไร

            ซึ่งการที่พ่อแม่สามารถสอนลูกและนำพาให้ลูกไปปฏิบัติแบบนี้ได้ ถือว่าคนเป็นพ่อแม่มีความคิดที่สุดยอดมากต้องปรบมือให้ เด็กหลายคนในวัยนี้ยังแทบจะไม่รู้เรื่องอะไร รู้เพียงแต่การเล่น กับการเรียนหนังสือเท่านั้น แต่เด็กสองคนนี้มีความคิดที่ก้าวไกลเป็นผู้พร้อมที่จะเป็นคนที่เสีย คอยช่วยเหลือสังคม ต้องทำงานในช่วงกลางคืนที่คนอื่นนอนกลับพักผ่อน และยังไม่กลัวกับทั้งเลือดและศพที่ต้องไปเห็น ถือได้ว่าน้องสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับคำยกยอ่งจากประชาชนทุกคน

                     

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์์

พ้นสภาพความอาจารย์สอนดนตรีที่ข่มขืนเด็กถูกให้พ้นสภาพการเป็นครูเรียบร้อยแล้ว

จากกรณีที่มีพ่อของเด็กหญิงคนหนึ่งพาเด็กหญิงอายุ  12 ปี มาแจ้งความที่สถานีตำรวจเบอร์ลูกสาวของตนเองถูกอาจารย์ซึ่งสอนวิชาดนตรีที่โรงเรียนลูกสาวเรียนอยู่ได้หรอกพาไปข่มขืนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งตั้งแต่ช่วงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชุมพรซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาพยานหลักฐานนำมาจับกุมอาจารย์คนดังกล่าวผลปรากฏว่าน่าจะมีผู้ก่อเหตุเพิ่ม

เนื่องจากว่าในกล้องวงจรปิดจะเห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซต์ขับมารับเด็กผู้หญิงที่ถูกข่มขืนแล้วพาออกไปจากโรงเรียนทำให้ตำรวจสงสัยว่าคนที่มารับเด็กนักเรียนหญิงที่เสียหายอาจจะรู้เห็นเป็นใจและช่วยเหลือคุณครูสอนดนตรีในการก่อเหตุในครั้งนี้ซึ่งจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลองไปสอบถามเด็กนักเรียนคนอื่นๆที่เป็นเด็กในชั้นเรียนเดียวกันกับเด็กผู้หญิงที่เสียหายต่างก็เราให้จะอาทีตำรวจฟังว่าอาจารย์คนนี้มักจะชอบถูกเนื้อต้องตัวเด็กนักเรียนโดยมักจะชอบ มาถูกเนื้อถูกตัวเด็กนักเรียนผู้หญิงที่หน้าตาดี

และคนที่มีหน้าอกตัวโตมากชอบใช้สายตาลวนลามเด็กเด็กและบางครั้งก็ชอบเรียกเด็กที่หน้าตาดีและนมโตไปนั่งใกล้คุณครูเวลาที่ครูสอนซึ่งมีครั้งหนึ่งครูคนนี้เคยถามเด็กนักเรียนว่าเธอเคยเสียตัวแล้วบ้างแล้วชอบหรือไม่โดยครูคนดังกล่าวมักจะให้เด็กนักเรียนผู้หญิงทำเสียงร้องครวญครางให้ฟังจนเด็กเด็กพากันแอบตั้งฉายาว่าอาจารย์สอนดนตรีจอมหื่น มีรายงานข่าวว่าตอนนี้ครูสอนดนตรีคนนั้นกล่าวได้เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้วแต่ทางครูสอนตรีเอง

ก็ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยยืนยันว่าไม่ได้พาเด็กไปข่มขืนแต่ในขณะนี้ได้มีรายงานข่าวเข้ามาว่าได้มีคำสั่งปลดอาจารย์คนดังกล่าวให้ผลสภาพการเป็นอาจารย์สอนหนังสือแต่ยังมีการยึดใบอนุญาตการประกอบอาชีพครูอีกด้วย จากข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ปกครองควรจะต้องมีความระมัดระวังและอบรมสั่งสอนบุตรหลานของตัวเองให้ระวังเนื้อระวังตัวมากกว่าเดิม

เพราะทุกวันนี้เราไม่สามารถไว้ใจใครแม้แต่อาจารย์ที่เป็นคนสอนลูกศิษย์ได้เลยและจากข่าวที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้เด็กหลายหลายคนอย่าไว้ใจอาจารย์ผู้ชายให้มากหากอาจารย์ชวนไปไหนสองต่อสองก็ไม่ควรไปเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ซึ่งทางฝั่งคุณครูเองถึงแม้จะไม่ได้คิดอะไรกับเด็กก็ไม่ควรจะชวนเด็กไปไหนสองต่อสองเพื่อป้องกันคำครหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน             

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ มือถือ

          มีตำรวจได้รับแจ้งเหตุคดีหญิงสาวถูกทำร้ายโดนคนร้ายใช้มีดปาดคอได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะนี้ผู้บาดเจ็บมีการถูกสักตัวนำไปโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วแล้วจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้บาดเจ็บชื่อว่าคุณณิชานันท์เป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโดยบาดเจ็บช่วงที่มีการลงไปคุมงานก่อสร้างอยู่ ซื่อคนร้ายก็คือหลานชายของผู้บาดเจ็บเองชื่อนายธนวัฒน์ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นชื่อคุณณิชานันท์

        ลูกสาวของผู้บาดเจ็บได้เล่าให้กับตำรวจฟังว่านายธนวัฒน์คนก่อเหตุคือหลานชายของคุณณิชานันท์ซึ่งคุณนิชนันท์นำมาชุบเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังเด็กและเป็นหนึ่งในคนงานก่อสร้างของคุณ นิชานันนั่นเองโดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นสาเหตุเนื่องจากว่านายธนวรรธน์เป็นคนชอบกินเหล้า และวันเกิดเหตุนายธนวัฒน์ก็กินเหล้าหลังจากเมาได้ที่นายธนวัฒน์ก็ไปที่ไซต์งานก่อสร้างแล้วไปทะเลาะกับคนงานก่อสร้างซึ่งคุณนิชานันอยู่ที่นั่นด้วย จึงได้พยายามแยกคนงานและนายธนวัฒน์

ออกจากการแต่นายธนาวัฒน์ไม่ยอมหยุดทำให้คุณณิชานันท์ได้มีการตวาดไล่ออกจากไซต์งานก่อสร้างหลังจากนั้นนายธนวัฒน์ก็ออกไปและเหมือนมีการจัดใจเพราะไม่นานก็ย้อนกลับที่คุณ นิชานันกำลังยืนหันหลังคนงานก่อสร้าง นายธนวัฒน์ก็แอบมาเอามีดปาดคอทางด้านหลังหลังจากนั้นก็หลบหนีไป

ซึ่งระหว่างทางที่รถนี้นั้นเนื่องจากนายธนวัฒน์กินเหล้าเมาหนักมากจึงทำให้รถล้มได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งขณะนี้นายธนวัฒน์เองก็รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเช่นเดียวกันในขณะที่คุณณิชานันท์ก็ได้รับการศึกษาต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วคุณหมอทำการเย็บแผลให้ถึง 20 เข็มด้วยกันโดยตอนนี้ทางคุณนิชนันท์อาการดีขึ้นมากแล้วแต่ก็ยังมีอาการหวาดกลัวมีตลอดเวลา  จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทางญาติของผู้บาดเจ็บได้พากันต่อว่านายธนวัฒน์รวมถึงตัดจากความเป็นญาติกันเลยทีเดียวเพราะมองว่านายธนวัฒน์ไม่รู้จักบุญคุณเนื่องจากคุณณิชานันท์ตั้งแต่นายธนวัฒน์ยังเป็นเด็กแต่ก็ยังสามารถทำร้ายร่างกายผู้มีพระคุณได้

ลูกสาวของคุณวิชาญเปิดเผยว่าหากมีที่นายธวัชนำมาปาดคอแม่ของตนเองนั้นไม่ทื่อก็อาจจะทำให้แม่ของเธอเสียชีวิตลงก็ได้เพราะร่องรอยบาดแผลพบว่ามีการพยายามปาดอยู่หลายครั้งแต่มีดมันไม่คมจึงทำให้แต่ไม่ค่อยลึกมาก น้องชายของนายธนวัฒน์ บอกว่า นายธนวัฒน์ เป็นบุคคลอันตราย เคยทำร้ายทุบตีพ่อแม่ มาหลายครั้งแล้ว เคยทุบตีแม่ของตัวเอง จนขาหัก ทางด้านน้องชายของนายธนวัฒน์ ยืนยันจะไม่มีใครไปประกันตัวนายธนวัฒน์ออกมาจากคุกแน่นอน เพราะทุกคนมีแต่ความหวาดกลัวว่านายธนวัฒน์จะมาทำร้ายการที่เห็นนายธนวัฒน์ ติดคุกจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นว่าสมควรโดนแล้ว

RAFFLES CITY SHOPPING CENTRE ศูนย์การค้าขนาดย่อมที่เราโปรดปรานมากๆ นอกจากจะมีห้าง Robinsons ที่เปรียบเหมือนเซ็นทรัลของไทยแล้ว ที่นี่ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอร่อยมากมาย

แบรนด์ดังที่มาเปิดตัวในศูนย์นี้มีอาทิ Pandora Accessorize Marc By Marc Jacobs Coach Kate Spade และ Topshop ทีเด็ดคือไม่พลุกพล่าน ช็อปสบายๆ ไม่ต้องเบียดเสียดกันมาก นั่นถึงเป็นสถานที่ที่เหมือนสวรรค์ของประเทศนี้เลยนะ เพราะว่าประเทศที่พัฒนาได้ระดับนี้และยังมีประชากรระดับนี้ แต่พื้นที่เล็กนิดเดียวยังต้องรองรับแขกจากประเทศอื่นๆ

ที่มาไม่ขาดสาย ยากมากมายที่จะหาสถานที่ที่คนน้อยๆเดินสบายๆจริงๆ ใครที่ไม่ชอบที่คนเยอะๆ ก็ขอให้ต้องมาที่นี่เลย แล้วจะติดใจไม่อยากจะออกไปที่อื่น แต่ก็นะมันไม่ได้ใหญ่โตมโหฬาลอะไรที่จะเดินได้ทั้งวัน ที่นี่ก็สถานนี City Hall และออกทางออก A เปิดทุกวัน สิบโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม

RAFFLES HOTEL ARCADE อาร์เคดในโรงแรมหรูนี้มีร้านอาหารมากถึง 15 ร้าน แต่ละร้านนั้นก็มีดีเยอะแยะมากมาย ร้านเด็ดที่ไม่ควรพลาดมีอะไรบ้าง เราขออาสาพาไปชมและชิม ที่นี่ลงสถานนี Esplanade ทางออก F เปิดทุกวัน สิบโมงเช้าถึงทุ่มนึง

Long Bar หลายคนคงรู้จักค็อกเทล Singapore Sling บาร์แห่งนี้ถือเป็นต้นกำเนิดของดริ๊งค์ประจำชาติแก้วนี้เลย แม้ในวันนี้ Long Bar จะเก่าและทรุดโทรมไปบ้าง หากความขลังของบาร์วินเทจและดนตรีสดยังกึกก้องอยู่ในโสตประสาท กิจกรรมสนุกอีกอย่าที่อยากนำเสนอคือ การแกะถั่วลิสงและโยนเปลือกลงบนพื้น ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สนุกสุดๆของร้านนี้ วันอาทิตย์ถึงพฤหัสบดี เปิดสิบเอ็ดโมงเช้าถึงเที่ยงคืนครึ่ง แต่ศุกร์เสาร์ปิดได้ถึงตีหนึ่งครึ่ง ราคาเฉลี่ย 30-50 เหรียญ

Raffles Courtyard ใครเดินผ่านสวนกลางแจ้งนี้ คงต้องมีชักภาพสักสองสามรูป เพราะศาลาเหล็กสีขาวลวดลายงดงาม สัญลักษณ์ของ Raffles Courtyard ทั้งดังดูดตาและดังดูดใจให้หลายคนแวะนั่งชิล ที่นี่ชึ้นชื่อเรื่องพิซซ่าและไอศกรีมเจลาโต เปิดทุกวันเที่ยงตรงถึงสี่ทุ่ม ราคาก็ประมาณ 30-50 เหรียญ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100