จากการรายงานข่าวประจำวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562  ของของสำนักข่าวสปริงนิวส์ ว่าวันนี้เมื่อเวลา 17.32 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา  ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังอุโบสถวัดพระแก้วเพื่อเปลี่ยนเครื่องทรงให้พระแก้วมรกต

จากเดิมใส่เครื่องทรงของฤดูฝน ให้เปลี่ยนเป็นเครื่องทรงของฤดูหนาว และร่วมพิธีเททองหล่อเหรียญพระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย

 สำหรับประเทศไทยถ้าเอ่ยถึงพระพุทธรูปที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทุกคนแล้ว

จะเป็นที่ทราบกันดีว่าคือพระแก้วมรกต นั้นเององค์พระแก้วมรกตจะมีสีเขียวซึ่งเป็นหินหยกอ่อนโดย ปัจจุบันพระแก้วมรกต ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม 

          สำหรับพระราชพิธีการเปลี่ยนเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตนั้น มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  โดยครั้งแรกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช   ได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างเครื่องทรงถวายพระแก้วมรกตแค่เพียง 2 ชุดเท่านั้นคือ เครื่องทรงสำหรับฤดูร้อน และเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน ยังไม่มีเครื่องทรงสำหรับฤดูหนาว

แต่มาครั้งถึงสมัยรัชกาลที่ 3  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างเครื่องทรงเพิ่มอีกชุดเป็นเครื่องทรงสำหรับฤดูหนาว นับตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต จึงมีเครื่องทรงตามฤดูกาลครบทั้ง 3 ฤดู

ในสมัยรัตนโกสินทร์ ครบ 200 ปี เครื่องทรงของพระแก้วมรกตทั้ง 3 ชุดนี้เคยได้รับการซ่อมแซมมาแล้ว ทั้ง 3 ชุด

จากสำนักราชวัง  โดยสำนักราชวังจะซ่อมแซมเฉพาะส่วนทีชำรุด เนื่องจากมีการใช้งานเครื่องทรงนี้มานานต่อเนื่องตลอด ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงดำริให้จัดสร้างเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตขึ้นมาใหม่

เนื่องจากพบว่าเครื่องทรงมีการชำรุดมากขึ้น และไม่สามารถหาช่างที่มีฝีดีที่จะสามารถซ่อมแซมเครื่องทรงทั้ง 3 ฤดูให้กลมกลืนเหมือนเดิมได้ ทาง กรมธนารักษ์ สำนักพระราชวังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ลงมติว่าให้เก็บรักษาเครื่องทรงทั้ง 3 ฤดูไว้เป็นศิลปกรรมและมรดกล้ำค่า เพราะหากยังมีการใช้งานจะชำรุดเสียหายมากกว่าเดิม

ดังนั้นจึงมีการเตรียมชุดใหม่ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติให้กับ รัชกาลที่ 9 ในงานมหามงคลพระราชพิธีกาญจนาภิเษก เมื่อ พ.ศ. 2539

          จากข้อมูลที่ระบุไปเบื้องต้น จะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีการเปลี่ยนเครื่องทรงให้กับพระแก้วมรกตมานานแล้ว และยังมีการทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

       ถึงกับทำโลกโซเชียลและแฟนๆคึกคักน่าดู เมื่อพระเอกหนุ่มซุปเปอร์สตาร์สุดฮอต ณเดชน์ คูกิมิยะ ได้ฤกษ์เปิดแอคเคาท์อินสตาแกรมซะที เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวไม่ได้มีอินสตาแกรมมาก่อน  มีก็แต่หวานใจคนสวย ญาญ่า อุรัสยาของ แต่งานนี้ก็ไม่วายโดนเม้าท์ที่ว่า ณเดชน์ เปิดไอจีขึ้นมานั้นก็เป็นเพราะว่าต้องการเรียกกระแสเล็กๆเพราะหลังจากละครลิขิตรักข้ามดวงดาวได้เลิกอ่อนแอก็ดูเหมือนว่าเรตติ้งจะน้อยจนน่าใจหาย จะจริงหรือไม่ ลองไปฟังบทสัมภาษณ์ของหนุ่มหล่อของเรากันดูจ้า 

“ ผมแค่รู้สึกว่าอยากจะเปิดมันเกิดขึ้นตอนที่ผมดูละครลิขิตรักข้ามดวงดาวอยู่แล้วคิดว่าควรเปิดดีกว่าเลยตัดสินใจเปิดเลยและก็เป็นการตัดสินใจที่ไม่นาน“ 

 รูปแรก รูปโปรไฟล์ใครถ่ายให้  “ รูปแรกเป็นรูปที่ ญ่า ถ่ายให้ตอนลิขิตรัก The Crown Princess ครับ นานแล้วครับ ก็เป็นงานเปิดตัวละครก็ไม่รู้จะเอารูปไหนตั้ง ชื่อ Kigimiyas ก็มีคนทำเยอะแล้วเราก็เลยเอารูปที่เป็นเอกลักษณ์ของเราดีกว่า “ 

 

หลายคนบอกว่าที่เปิดไอจีเพราะเกี่ยวกับเรตติ้งละคร 

“ หูยย ไม่เกี่ยวนะครับ เปิดไอจีก็ไม่ได้ทำให้เรทติ้งละครขึ้นหรอกครับจะเปิดตอนนี้หรือเปิดตอนไหนก็ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ที่มันมีอะไรอย่างนี้อยู่ดีก็แค่ว่าเปิดเพราะอยากจะลงรูปมากกว่าไม่เกี่ยวกับละคร “ 

 

กระแสโซเชียลกับกระแสเรตติ้งละครมันสวนทางกัน 

“ อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันเรื่องของการวัดตัวเลขหรือว่าอะไรก็มีแหล่งอ้างอิงมานะแต่ว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันด้วยสาเหตุอะไรแต่ผมว่ามันเป็นละครที่น่ารักเหมือนกันนะ “ 

 

เรานอยด์ไหมที่เรตติ้งตก

“ เอางี้ครับเรทติ้งของละครที่ผมเล่นตลอดมาค่อยค่อยลงไปเรื่อยเรื่อยลงไปเรื่อยเรื่อยตามช่องทางของโทรทัศน์ช่องดิจิตอลที่เปิดเพิ่มมากขึ้นด้วยแล้วละครของทางช่องอื่นก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กับช่องของเราก็เหมือนกับคู่แข่งนั่นแหละครับ “

          จากกรณีที่มีข่าว ดีเอสไอ จับกลุ่มเว็บไซต์ที่ให้ดูหนังออนไลน์ฟรี เพราะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเว็บแรกที่โดนจับและถูกปิดไปนั้นคือ  เว็บไซต์ movie2free.com ซึ่งเป็นเว็บอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว

โดยทางดีเอสไอแจ้งว่าได้รับการร้องเรียนจากสมาคมคนสร้างภาพยนต์กับตัวแทนลิขสิทธิ์

รวมตัวกัน 8 ค่ายว่าให้จับกุมเว็บไซต์ดังกล่าวเพราะมีการแอบฉายหนังลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาติมาหลายปีแล้ว มีคนเข้าชมในแต่ละวัน 10 ล้านวิว ซึ่งเป็นจำนวนเยอะมาก ทำให้เจ้าของเว็บไซต์ได้รับเงินจากทาง youtube เป็นจำนวนมากในแต่ละเดือน และจากการจับคุมพบว่าคนที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์เป็นชายไทย อายุเพียงแค่ 30 ปีเท่านั้นเอง รายได้ในแต่ละเดือนเจ้าของเว็บแจ้งว่าจะได้เดือนละ 5 ล้านบาทเลยทีเดียว ทางดีเอสไอ กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ทำความผิด ทางดีเอสไอ ออกมาเตือนเรื่องการทำเว็บผิดกฎหมาย และการละเมิดลิขสิทธิ์ว่ามีความผิดร้ายแรง

        ซึ่งหลังจากมีการปิดตัวเว็บไซต์  movie2free.com ลงมาในวันนี้ ทางดีเอสไอ ก็มีการจับกุมเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์อีก 2-3 เว็บ แต่ในโลกออนไลน์ผู้คนจำนวนมากได้ออกมาวิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างมากว่า

การที่ดีเอสไอ ออกมากวาดล้างเว็บผิดกฎหมายเหล่านี้จะทำกันแบบจริงจังแค่ไหน

เพราะ ณ ตอนนี้ที่เป็นข่าวอยู่ เราก็ยังสามารถดูหนังออนไลน์ได้จากอีกหลายๆเว็บไซต์ และที่สำคัญเว็บไซต์ของ movie2free.com ก็ยังมีลูกข่ายอีกเพียบที่จะให้เราเข้าไปดูหนังฟรีแต่ละเมิดลิขสิทธิ์นี้ได้ 

      สิ่งที่สำคัญของข่าวเรื่องนี้ไม่ใช้ว่าดีเอสไอจะทำงานได้เรียบร้อยมากแค่ไหน จะจับกุมได้หมดทุกเว็บหรือเปล่า แต่ที่สำคัญมากกว่าดีเอสไอ น่าจะเป็นประชาชนคนดูอย่างพวกเรามากกว่า หลายคนออกมาวิจารณ์ให้ดีเอสไอ ปราบเว็บพวกนี้ให้หมด แต่ก็ยังมีในกลุ่มคนวิจารณ์ด้วยเหมือนกันที่ก็ยังเข้าไปเปิดดูหนังจากเว็บเหล่านี้

ทำให้ยังมีเจ้าของเว็บหลายรายที่พร้อมจะยอมเสี่ยงการจับกุม เพระตราบใดที่ยังมีคนดู เจ้าของเว็บก็ยังทำรายได้มหาศาลให้กับตัวเองได้ ถึงแม้จะเสี่ยงหน่อยก็ตาม แต่ดูๆไปแล้วก็อาจจะเป็นการจับกุมตามกระแสอย่างที่วิจารณ์เหมือนกัน เพราะอันที่จริง เว็บไซต์เหล่านี้มีมานานแล้ว ก็ไม่เคยจับกุมสักทีทั้งที่ก็หาข้อมูลต่างๆได้ไม่ยาก

หวังว่าการทำงานในครั้งนี้ของ ดีเอสไอ จะเป็นการทำงานอย่างจริงๆจังๆสักที

แต่ถ้าถามคนเขียน หากมีการปราบปรามหมดคนเขียนคงเสียใจมากแน่ๆ เพราะไม่มีหนังฟรีให้ดู หลายๆคนก็คงรู้สึกเหมือนกัน เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีเงินมากพอที่จะไปดูหนังที่โรงหนังได้ หรือถึงแม้มีเงินก็คงไม่มีใครมีเวลามากมายเหลือเฟือที่จะไปดูเรื่องที่ชอบได้ทุกเรื่อง ดังนั้นการลักลอบเอาหนังลิขสิทธิ์มาฉายถึงแม้จะมีความผิดแต่ก็เป็นการช่วยให้กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยได้มีหนังฟรีดู