ที่จังหวัดนนทบุรี  ตรงบริเวณแถวตลาดปากเกร็ด  เมื่อวันที่ 30 เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ.2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหกโมงเย็น  เหตุการณ์เกิดขึ้นโดยพนักงานร้านอาหาร KFC ได้มีการประกาศเตือนไปยัง KFC สาขาอื่นๆให้ระมัดระวังพฤติกรรมของลูกค้าสาวรายหนึ่งซึ่งมีการย้อมผมเป็นสีทองเวลาเข้ามาซื้อสินค้าภายในร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว

จ่ายเงินเสร็จและพนักงานทอนเงินให้ลูกค้าจะมีอาการโวยวายขึ้นมาทันทีโดยหาว่าพนักงานนั้นให้เงินทอนตนเองไม่ครบ ซึ่งในความเป็นจริงพนักงานได้มีการถอนเงินให้ลูกค้านั้นครบตามจำนวน    โดยพฤติกรรมนี้มองว่าลูกค้าตั้งใจที่จะก่อกวนและโกงเงินนั่นเองอย่างไรก็ตาม

พนักงานร้านยืนยันเกี่ยวกับเรื่องของการถอนเงินครบแล้วโดยมีการเปิดกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานให้ลูกค้าได้เห็นซึ่งเมื่อมีหลักฐานทางด้านลูกค้าก็ทำเป็นเหมือนกับว่าตนเองทำเงินร่วงลงที่พื้นหลังจากนั้นก็โวยวายให้พนักงานคืนเงินทั้งหมดและไม่ยอมซื้อสินค้าที่สั่งไปซึ่งพฤติกรรมนี้ไม่ได้ทำเองแค่ร้าน KFC ร้านเดียวเพียงเท่านั้นแต่ภายในวันเดียวกันนั้นยังมีร้านดังร้านอื่นที่โดนลูกค้าที่มีลักษณะรูปร่างคล้ายกันนั้นมีพฤติกรรมการกระทำที่จะเอาเงินทอนเพิ่มเช่นเดียวกัน

         โดยพฤติกรรมที่เห็นจากกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่าเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวได้รับเงินทอนจากทางพนักงานแล้วเธอจะโยนแบงค์ 500 ลงที่พื้นทันทีหลังจากนั้นก็จะมีการโวยวายกับพนักงานว่าเงินที่ถอนให้นั้นเธอได้ไม่ครบซึ่งถ้าหากพนักงานไม่มีการตรวจสอบและให้เงินทอนเธอเพิ่มเธอก็จะได้เงินส่วนต่างตรงนั้นทันทีแต่บังเอิญว่าทั้ง 2 ร้านที่หญิงสาวคนดังกล่าวไปแสดงพฤติกรรมโวยวายนั้นพนักงานยืนยันเกี่ยวกับการถอนเงินที่ถูกต้องและยังมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่เห็นได้ว่าลูกค้ารับเงินไปครบจำนวนและเงินที่หายนั้นเป็นลูกค้าโยนลงพื้นเอง

         สำหรับพฤติกรรมในครั้งนี้ลูกค้าจะพยายามชำระเงินโดยการจ่ายแบงค์ 1000 ในขณะที่ซื้อสินค้าในราคาเพียงแค่ 50-60 บาทเท่านั้นเพื่อต้องการเงินทอน และเมื่อถูกจับได้ลูกค้าก็จะมีการขอยกเลิกรายการที่ซื้อและขอคืนแบงค์ 1,000 กับไปโดยที่สินค้าที่สั่งนั้นลูกค้าก็จะไม่เอาไปด้วย

        ดังนั้นร้านค้าภายในบริเวณพื้นที่ตำบลปากเกร็ดจึงได้มีการประสานงานบอกต่อๆกันเพื่อให้พนักงานทุกร้านคอยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าหากมีพฤติกรรมแบบนี้ว่าทอนเงินไม่ครบและโวยวายให้พยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่าเพิ่งเชื่อลูกค้าเพราะพฤติกรรมแบบนี้เป็นพฤติกรรมของการโกงจากกลุ่มวิชาชีพนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.    เว็บพนัน ufabet

          ในช่วงเวลานี้คนในโลกออนไลน์ต่างก็ตื่นตัวกันมาก เมื่อมีคเข้ามาพูดถึง วิธีการทำให้ผิวขาว เพียงแค่ทาครีมเพียงเท่านั้น และในโลกออนไลน์นั้นมีการโฆษณาว่าครีมทาผิวดังกล่าวนั้น คือครีมทาผิว ยี่ห้อวาสลีน สีชมพู โดยมีการการันตีเอาไว้ว่า มีค่า SPF10++  และยังมีการเพิ่มหัวเชื้อ ซึ่งสิ่งที่มีการเพิ่มเข้ามานี้จะมีส่วนช่วยอย่างมากที่จะทำให้ผิวขาวเร็วขึ้นกว่าปกติ สำหรับครีมนี้มีการการันตีเอาไว้เลยว่าครีมจะมีการปรับสภาพให้ผิวขาวเร็วขึ้นกว่าครีมอื่นกว่ามากถึง 2เท่าเลยทีเดียว

            ที่สำคัญในขณะนี้มีคนเข้ามาแชร์การทาครีมของวาสลีน ผ่านทาง Application TikTok  กันเป็นจำนวนมาก ทำให้คนที่ได้เห็นการแชร์ผิวขาวใน Application TikTok   อยากที่จะซื้อครีมทาผิวนี้มาใช้กัน ซี่งแน่นอนว่าคนที่อยากได้ครีมนี้ก็มีการหาที่ซื้อแต่เมื่อหาซื้อไม่ได้จึงต้องหาซื้อแบบพรีออร์เดอร์ 

        อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ได้มีการบอกกันต่อๆกันมาว่า มีคนที่รับออร์เดอร์โดยจะมีการสั่งเป็นแบบ พรีออร์เดอร์   และราคาขายก็แพงมาก โดยมีการขายสูงถึงขวดละ 450 บาทถึง 500 บาทเลยทีเดียว ในขณะที่หากมีการซื้อครีมทาผิวยี่ห้อนี้และสีนี้จากในประเทศไทยแล้ว  จะมีการจำหน่ายเพียงแค่ขวดละ 149 บาทเท่านั้น โดยมีขนาดปริมาณมิลลิกรัมเท่ากัน นั่นก็คือ 600 มล. 

     อย่างไรก็ตามได้มีคนเข้ามาแชร์ข้อมูลผ่านทางเฟสบุ๊กว่า ครีมทาผิวยี้ห้อวาสลีนที่กำลังมีการตามหากันอย่างมากอยู่ในตอนนี้นั้น หลายคนออกมาบอกว่าครีมที่ผู้คนกำลัง อยากได้และมีการสั่งแบบพรีออร์เดอร์นั้น เป็นสินค้าปลอมหรือที่เราเรียกกันว่าครีมทาผิวปลอมนั่นเอง โดยมีการระบุว่าครีมดังกล่าวจะมีการสั่งพรีออร์เดอร์มาจากประเทศจีน ซึ่งเรื่องนี้มีแม่ค้าและพ่อค้าที่มีการเปิดขายสินค้าออนไลน์ ออกมาช่วยกันบอกว่ากับลูกค้าที่นิยมการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ 

           เพื่อเป็นการแจ้งเตือนถึงอันตราย   พ่อค้าหรือแม่ค้าบางคนได้มีการสั่งสินค้ากับทางจีนพอมารู้ว่าเป็นของปลอมก็มีการแจ้งยกเลิกออร์เดอร์กับลูกค้าทั้งที่บางคนมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้ามากถึงสามพันขวดเลยก็มี แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าพ่อค้าและแม่ค้าที่มีจรรยาบรรณก็ไม่อยากทำร้ายลูกค้าของตัวเอง จึงไม่ยอมขายให้ เพราะชีวิตของคนสำคัญกว่าเงินนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

             มีเหตุการแชร์กันในโลกสังคม Facebook เมื่อมีคลิปของชายชราคนหนึ่งได้พูดต่อว่าคุณครูหนุ่มคนหนึ่งที่บริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งไม่ได้ระบุว่าอยู่ที่จังหวัดอะไรและเป็นโรงเรียนไหนไปในคลิปจะเห็นว่าชายชราคนดังกล่าวนั้นพูดกับคุณครูด้วยอาการที่ไม่พอใจเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าจากในคลิปจะเห็นว่าใช้ชราพูดถึงเรื่องของการทำโทษเด็กของคุณครูซึ่งหลานชายของชายชรา นั้นอายุเพียงแค่ 7 ขวบ

แต่ถูกครูทำโทษด้วยการใช้ไม้แป๊บตีด้วยความรุนแรงและยังถูกถีบซ้ำทำให้เด็กนั้นเกิดความหวาดกลัวและอับอายเพื่อนๆที่โรงเรียนจนไม่กล้าเดินทางไปเรียนหนังสือและเมื่อชายชราเปิดก้นของหลานวัย 7 ขวบให้คุณครูดูจะเห็นถึงรอยเขียวช้ำค่อนข้างเยอะซึ่งเรื่องนี้  ได้มีการพูดกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเรื่องของการลงโทษเด็ก

โดยในคลิปคุณครูจะมีการอธิบายสาเหตุที่มีการลงโทษเด็กว่าเด็กนักเรียนวัย 7 ขวบนั้นได้มีการทะเลาะต่อต่อยตีกับเพื่อนๆจึงได้ถูกทำโทษด้วยการตีซึ่งผู้เป็นปู่ของเด็กชายก็เกิดความไม่พอใจที่ระบุว่าคุณครูนั้นลงโทษเด็กนักเรียนแรงเกินไปโดยเฉพาะเด็กอายุเพียงแค่ 7 ขวบเท่านั้นที่สำคัญหากเด็กทะเลาะกันคู่ควรจะแยกเด็กและออกมาพูดคุยกันดีๆ

ไม่ควรลงโทษด้วยความรุนแรงมากขนาดนี้ แต่ในคลิปคุณครูที่ลงโทษเด็กก็จะมีการพูดโต้เถียงกับปู่ของเด็กด้วยว่าเด็กนั้นนิสัยไม่ดีเป็นเด็กเกเรและชอบทำร้ายเพื่อนจึงต้องลงโทษสถานหนักแต่ในอนาคตถ้าหากผู้ปกครองเด็กไม่อยากจะให้ตนเองนั้นสอนสอนเด็กตนเองก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวแล้วจะไม่ตีเด็กคนนี้อีกต่อไป

ซึ่งปู่ของเด็กก็ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวได้ว่าจะต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุดโดยจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ  โดยชายชราที่เป็นปู่ของเด็กนั้นมองว่าการลงโทษเด็กที่เกินกว่าเหตุนั้นไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กอายุยังน้อยควรจะหันมาพูดจากับเด็กและสั่งสอนเด็กดีๆไม่ควรลงโทษด้วยความรุนแรงทั้งปีและทั้งถีบเด็กมากขนาดนี้

            สำหรับเหตุการณ์นี้เมื่อมีการแชร์กันออกไปมีหลายเสียงออกมาพูดถึงเรื่องนี้ซึ่งบางเสียงนั้นก็เข้าข้างคุณครูที่สามารถลงโทษเด็กด้วยการตีได้ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็เอามาพูดถึงเรื่องการลงโทษว่าครูลงโทษรุนแรงมากจนเกินไปควรจะมีการว่ากล่าวตักเตือนเด็กก่อนและถึงแม้ตีก็ไม่ควรตีเด็กด้วยความแรงมากขนาดนี้

 

สนับสนุนโดย  Royal casino

                ก่อนหน้านั้นเมื่อประมาณวันที่ 13 เดือนสิงหาคมปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากแม่ลูกคู่หนึ่งให้ดำเนินคดีกับแม่ค้าคนหนึ่งซึ่งขายพวงมาลัยคนหนึ่งที่หลอกขายพวงมาลัยปลอมผ่านทาง facebook ให้กับพวกเขาทั้งคู่ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นระบุว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 14 ปีจะได้เก็บเงินค่าขนมเพื่อไปทำการซื้อพวงมาลัยที่ทำมาจากแบงค์ 20 จากแม่ค้าคนหนึ่งที่เธอเห็นจาก Facebook

แต่หลังจากได้พวงมาลัยมาแล้วปรากฏว่าเช็คดูแล้วพวงมาลัยดังกล่าวนั้นมีแบงค์ปลอมปะปนอยู่ด้วยแม่ของเด็กหญิงวัย 14 ปีจึงได้พาลูกมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับแม่ค้าคนดังกล่าวโดยแม่ของเด็กวัย 14 ปีระบุว่าหลังจากที่รู้ว่าพวงมาลัยที่ทำจากธนบัตรนั้นเป็นแบงค์ปลอมเธอก็ได้พยายามติดต่อไปที่แม่ค้าคนดังกล่าวแต่แม่ค้ากับบล็อก Facebook และไม่สามารถติดต่อได้เธอจึงมั่นใจว่าเธอถูกโกงอย่างแน่นอนจึงได้มาแจ้งความส่วนทางด้านแม่ค้านั้นได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้

ว่าเธอไม่ได้มีเจตนาที่จะเอาแบงค์ปลอมมาทำพวงมาลัยให้โดยเธอบอกว่าก่อนหน้าที่เด็กหญิงวัย 14 ปีจะมาสั่งทำพวงมาลัยนั้นมีเด็กคนนึงมาสั่งทำพวงมาลัยไว้ก่อนแล้วโดยเด็กคนดังกล่าวนั้นมีเงินไม่พอจึงให้เธอนั้นเอาแบงค์ปลอมปะปนเข้าไปกับแบงค์จริงในการทำพวงมาลัยหลังจากนั้นเด็กหญิงวัย 14 ปีก็ได้มาการสั่งพวงมาลัยอีก 1 พวงจึงทำให้เธอนั้นหยิบพวงมาลัยสลับกันลักษณะของพวงมาลัยนั้น

มีความคล้ายคลึงกันนั่นเองโดยยืนยันว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นเป็นความจริงและเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะโกงเด็กหญิงวัย 14 ปีอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากว่าแม่ของเด็กหญิงวัย 14 ปียืนยันว่าเธอไม่เชื่อคำให้การของแม่ค้าคนนั้นเนื่องจากพยายามติดต่อแล้ว

แต่แม่ค้าได้มีการบล็อคเฟซซึ่งถ้าหากแม่ค้าบริสุทธิ์ใจจริงก็ต้องมีการตอบโต้หรือพูดคุยเพื่อตกลงกันแต่นี่กลับปิดช่องทางการติดต่อแสดงว่าต้องการที่จะหลอกลวงอย่างแน่นอนดังนั้นเธอจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับแก๊งมิจฉาชีพนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่ไปหลอกลวงคนอื่นให้ได้รับความเสียหายเหมือนกับเธอและรูปเธอนั่นเอง

โดยคุณแม่ของเด็กหญิงวัย 14 ปีนั้นยังบอกอีกด้วยว่าสิ่งที่แม่ค้าขายของทำนั้นเป็นการทำร้ายความรู้สึกของเด็กอย่างมากเพราะลูกสาวของเธอนั้นมีความตั้งใจที่จะเก็บเงินเพื่อซื้อพวงมาลัยให้กับแม่แต่กลับมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ซึ่งมันเป็นการทำร้ายจิตใจของเด็กอย่างมากนั่นเองดังนั้นเธอจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้มีการดำเนินการกับแม่ค้าคนดังกล่าวเพื่อที่เธอนั้นจะได้หลับจำและไม่ไปทำกับคนอื่นอีก

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ ได้เงินจริง

          เกี่ยวกับการก่อเหตุฆาตกรรมระหว่างสามีภรรยากันนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะมาจากปัญหาในครอบครัวซึ่งปัญหาที่พบมากที่สุดก็จะมาจากการทะเลาะตบตีกันใช้คำพูดหยาบคายใส่กันจนในที่สุดอีกฝ่ายหนึ่งก็ทนไม่ไหวและได้ทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายหนึ่งจนถึงแก่ความตายนั้นเองอย่างในกรณีล่าสุดของครอบครัวหนึ่งซึ่งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการโดยมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่านางรัตติกาเป็นผู้เสียชีวิต

จากปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งในครั้งนี้ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นก็คือนางรัตติกาลนั้นมีอาชีพขายของอยู่ในตลาดศรีวารีเธอค่อนข้างเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยมีเงินมีทองค่อนข้างเยอะและเธอได้พบรักกับชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ด้วยกินแบ่งงานกันมาประมาณ 2 ปีสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็คือมีคนพบศพของนางรัตติกาเมื่อคืนวันที่ 1 เดือนกันยายนปีพศ2563

ในขณะที่หลังจากเกิดเหตุแล้วไม่มีใครพบสามีของนางรัตติกาเลยจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ที่ลงมือก่อเหตุฆ่านางรัตติกาลนั้นน่าจะเป็นสามีของเธอเองและตำรวจใช้เวลาเพียงแค่ 4 วันเท่านั้นก็สามารถจับกุมสามีของนางรัตติกาได้แล้วโดยสามารถจับกุมได้ที่จังหวัดกาญจนบุรี

ซึ่งเมื่อจับกุมมาแล้วสามีของนางรัตติกาลก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่านางรัตติกาเองโดยในคืนเกิดเหตุนั้นเขาทั้งคู่ทะเลาะกันและนางรัตติกาลนั้นได้ด่าทอเขาด้วยถ้อยคำที่หยาบคายอีกทั้งยังเอามือบิดใบหูของเขาซึ่งไม่ใช่แค่ครั้งแรกเท่านั้นที่นางรัตติกาลทำการด่าทอเขาด้วยคำที่ไม่สุภาพไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ตลาดเขาก็มักจะถูกนางรัตติกาลด่าทออยู่เป็นประจำจึงเกิดความเก็บกดและในคืนเกิดเหตุเมื่อถูกด่าอีกครั้งหนึ่งจึงเกิดบันดาลโทสะทนไม่ไหวผู้ก่อเหตุจึงได้ใช้มือขวาล็อคคอภรรยาของตนเอง

หวังจะให้หยุดด่าซึ่งหลังจากล็อคคอแล้วนางรัตติกาสลบไปผู้ก่อเหตุก็ได้หลบหนีไปโดยนำทองคำของนาฬิกาซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 2 แสนบาทติดตัวไปด้วย โดยทางผู้ก่อเหตุยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการบันดาลโทสะเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่าภรรยาของตนเอง

       ในขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตนั้นกับบอกอีกทางนึงว่าโดยปกติแล้วนางรัตติกาลนั้นเป็นคนที่ไม่ค่อยลงมือทำร้ายสามีซึ่งสิ่งที่สามีให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเป็นการให้ร้ายภรรยาของตนเองทั้งที่ภรรยาของตนเองนั้นเสียชีวิตไปแล้วโดยทางญาติๆมองว่าที่สามีของนางรัตติกาค่านางรัตติกาลนั้นก็เพราะต้องการเอาเงินไปใช้เนื่องจากว่าสามีของนางรัตติกาลนั้น

ติดหนี้การพนันและที่สำคัญสาเหตุที่ทั้งคู่นั้นทะเลาะกันก็เพราะว่านางรัตติกาลเพิ่งทราบหลังจากที่มีการแต่งงานกับสามีของตนเองว่าสามีของเธอนั้นเคยแต่งงานมาก่อนและมีลูกกิน 3 คนซึ่งตอนที่คบกันใหม่ๆนั้นฝ่ายชายบอกว่าเป็นคนโสดยังไม่เคยแต่งงานทำให้ทางญาติๆนั้นต่างก็มองว่าฝ่ายชายนั้นต้องการที่จะมาจับนางรัตติกาเนื่องจากว่านางรัตติกาลนั้นเป็นคนมีฐานะร่ำรวยนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ ฟรีเครดิต

           เมื่อเวลาประมาณ 13:00 นของวันที่ 25 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ต้นที่ตำรวจของสถานีตำรวจเมืองนครศรีธรรมราชได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านทองว่ามีคนร้ายบุกเข้าไปชิงทองได้สร้อยคอทองคำไปจำนวน 2 เส้นมูลค่าคิดเป็นเงินราคามากกว่า 100000 บาทซึ่งร้านทองที่ถูกโจรเข้ามาชิงทองไปนั้นชื่อว่าห้างทองศรีอุดมเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบสภาพของร้านมีกระจกแตกกระจัดกระจายเต็มไปหมด

พร้อมทั้งมีหยดเลือดซึ่งทางเจ้าของร้านเองได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยส่วนหยดเลือดที่หยดเป็นทางนั้นทางเจ้าของร้านแจ้งว่าเป็นหยดเลือดของคนร้ายที่ถูกกระจกบาดในช่วงที่มีการหลบหนีหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยคนร้ายตามรอยหยดเลือดซึ่งมีหยดเป็นทางยาวโดยคนร้ายได้มีการหนีไปทางด้านหลังของร้านทอง

ซึ่งบริเวณด้านหลังร้านทองนั้นฝั่งตรงข้ามจะเป็นสถานีตำรวจโดยหยุดเลือดนั้นยังไม่มีการข้ามถนนไปฝั่งด้านสถานีตำรวจซึ่งมีคนเห็นเหตุการณ์ว่าคนร้ายนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์วิ่งออกไปทางถนนพัฒนาการคูขวางและน่าจะออกเขตพื้นที่ไปแล้ว   ทางด้านเจ้าของร้านได้เล่าเหตุการณ์ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า 

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อจนได้ทำทีเดินเข้ามาในร้านแล้วทำทีขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทซึ่งทางเจ้าของร้านก็ได้มีการหยิบสร้อยให้กับโจรแต่โจรบอกว่าขอเปลี่ยนดูสร้อยอีกเส้นนึงซึ่งระหว่างที่เขากำลังหยิบสร้อยเส้นที่ 2 เตรียมที่จะยื่นไปให้กับโจรเพื่อแลกสร้อยเส้นที่ 1 กับคืนมานั้นปรากฏว่าจอได้มีการกระชากสร้อยจากมือของเขาไปทำให้จนได้สร้อยไปทั้งหมด 2 เส้นคิดคิดเป็นน้ำหนักทองหนังทั้งหมด 4 บาท

หลังจากนั้นก็ได้มีการพังกระจกซึ่งเป็นประตูอัตโนมัติเพื่อที่จะหนีออกไปในเมื่อตอนนี้ออกไปแล้วทางเจ้าของร้านจึงได้มีการโทรแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการเก็บข้อมูลหลักฐานช่วงเวลาประมาณบ่าย 3 โมงตรงก็มีพลเมืองดีโทรเข้ามาแจ้งเบาะแสว่าไม่ต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นโจรปล้นร้านทองเข้ามารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลช่วยอาการบาดแผลเส้นเอ็นขาดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จึงตามไปที่โรงพยาบาลทันทีและพบว่าเป็นคนร้ายที่เข้ามาปล้นทองซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าแสดงตัวและจับกุมตัวได้ในที่สุดโดยคนร้ายให้การรับสารภาพว่าต้องการนำเงินไปใช้หนี้และได้นำทองซ่อนไว้ที่เบาะรถจักรยานยนต์ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับตัว เรียกได้ว่าทั้งเจ็บตัวและยังต้องติดคุกอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ เว็บไหนดี

           หลายคนกำลังรอวันหยุดชดเชยว่าในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้จะมีวันหยุดกี่วันและในช่วงสงกรานต์ที่ประชาชนไม่ได้หยุดงานนั้นจะถูกนำมาทบในเดือนกรกฎาคมนี้หรือไม่และรัฐบาลจะเปิดโอกาสให้เป็นวันหยุดยาวด้วยหรือเปล่าอันนี้ยังไม่มีการแถลงการณ์จากทางรัฐบาลซึ่งในตอนนี้นั้นทางรัฐบาลเองก็ยังอยู่ระหว่างการประชุมปรึกษาหารือกันว่าถ้าหากมีวันหยุดยาวนั้นจะมีผลได้ผลเสียยังไงกับเศรษฐกิจของประเทศไทย

หรือไม่และใครจะได้รับผลกระทบต่อการใช้วันหยุดยาวของพนักงานหรือไม่ซึ่งมีความเป็นไปได้มากว่าหลังจากที่มีการพูดคุยในเรื่องของวันหยุดกันแล้วทางคณะรัฐมนตรีอาจจะมีการประกาศเกี่ยวกับเรื่องของวันหยุดว่าอาจจะต้องใช้เป็นลักษณะของการหยุดในทุกสัปดาห์สัปดาห์ละ 1 วันโดยหลีกเลี่ยงไม่ให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องกัน

เพราะต่างก็หวาดกลัวกันว่าหากปล่อยให้มีการหยุดยาวหลายวันต่อเนื่องกันนั้นประชาชนจะมีการมานั่งสังสรรค์กันดื่มเหล้าเรื่องถึงจัดงานเลี้ยงกันทำให้มีคนมารวมตัวกันหนาแน่นและอาจจะส่งผลทำให้เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาและรอบใหม่กลับมาอีกก็ได้ดังนั้นเรื่องของการพิจารณาวันหยุดนั้นความเป็นไปได้น้อยมากที่จะให้ประชาชนนั้นติดต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน

แต่หลักๆเลยถ้าจะมีการให้หยุดจริงๆก็อาจจะมีการหยุด 1 วันเพิ่มไปแต่ในแต่ละสัปดาห์นั่นเองซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้ประชาชนได้รับวันหยุดและยังเป็นการลดความเสี่ยงสำหรับประชาชนที่จะมีการจัดเลี้ยงหรือดื่มกินสุราการในช่วงของวันหยุดยาวได้อีกด้วยสำหรับหลักการนำมาพิจารณาเรื่องของตัววันหยุดนั้นทางรัฐบาลมองว่าวันสงกรานต์นั้นจะมีแค่ 3 วันก็คือวันที่ 13-15 เท่านั้น

ดังนั้นการที่จะเอา 3 วันนี้มาเป็นวันหยุดในเดือนกรกฎาคมจึงสามารถคำนวณวันหยุดได้ง่ายดายเพราะว่าไม่ได้หยุดเยอะมากเท่าไหร่นักอย่างไรก็ตามเราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าสรุปแล้วท้ายที่สุดวันหยุดสงกรานต์นั้นเราจะได้รับวันหยุดชดเชยให้หรือไม่และเมื่อมีการชดเชยแล้วจะมีการชดเชยให้ในวันที่เท่าไหร่และต่อเนื่องกันหรือไม่อีกทีนึงเพื่อที่ทุกคนจะได้วางแผนกันในช่วงวันหยุดยาวว่าจะสามารถไปเที่ยวที่ไหนได้หรือว่าหากหยุดแค่วันเดียวนั้นก็ต้องเที่ยวที่ใกล้ๆกับบ้านและจะได้เดินทางได้สะดวกนั่นเอง 

สำหรับเรื่องของวันหยุดนั้นคาดว่าในอีกไม่นานนี้ทางรัฐมนตรีน่าจะมีการประชุมปรึกษาหารือการเสร็จสิ้นและได้มีการประกาศออกมาให้กับประชาชนได้ทราบว่าแท้ที่จริงแล้วจะได้มีการได้รับวันหยุดเพิ่มหรือไม่ จะได้มีการวางแผนการท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม

 

สนับสนุนโดย  สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ำ 100

         ในโลกออนไลน์กำลังมีการพูดถึงเกี่ยวกับอุบัติเหตุของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเกิดจากการที่เธอนั้นมีการนำไข่ไก่ไปต้มในไมโครเวฟแล้วเกิดระเบิดขึ้นซึ่งแรงระเบิดส่งผลให้ใบหน้าและลำคอของเธอได้รับบาดเจ็บจากการถูกความร้อนลวกผิวหนังลอกค่อนข้างเยอะซึ่งหลังจากที่เธอเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็ได้มีการโพสต์ข้อความบอกเล่าเรื่องราวที่เธอนั้นได้

เจอกับตนเองมาเกี่ยวกับเรื่องของการต้มไข่ในไมโครเวฟให้ระมัดระวังกันและเธอยังบอกถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้ที่มีอาการถูกระเบิดจากแรงดันไข่ต้มในไมโครเวฟด้วยซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เดือนสิงหาคมปีพศ2563 เมื่อมีหญิงสาวคนนึงถ่ายรูปตนเองในสภาพที่ใบหน้าและลำคอนั้นถูกผ้าก๊อซพันแปะปิดเอาไว้

โดยเธอยังเล่าสาเหตุของภาพดังกล่าวด้วยว่าเธอมีการนำไข่ไปต้มในไมโครเวฟหลังจากที่เครื่องทำไมโครเวฟระบุว่าต้มไข่เสร็จแล้วเธอก็เปิดเตาไมโครเวฟเพื่อเอาขยะออกมาซึ่งหลังจากยึดไข่ออกมาจากเตาไมโครเวฟไขก็ระเบิดใส่หน้าเธอทันทีโดยใบหน้าของเธอนั้นโดนของเหลวจากไข่แดงกระเด็นใส่ทั้งใบหน้าและลำคอซึ่งเธอบอกว่าเธอปวดแสบปวดร้อนมาก

แต่วิธีการปฏิบัติหลังจากที่ถูกแบบนี้ก็คือการที่จะต้องมีการนำน้ำเกลือมาล้างที่ใบหน้าและลำคอและบริเวณที่โดนความร้อนให้หมดอีกทั้งยังให้เอาสำลีหรือไม่ก็ผ้าสะอาดซับทำความสะอาดคราบไขที่กระเด็นใส่แล้วที่สำคัญเมื่อทำความสะอาดบาดแผลเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้ เอา สำลีที่สะอาดไปทำการชุบน้ำเกลือแล้วแปะที่บริเวณแผลที่โดนลวกเอาไว้ทั้งหมดหลังจากนั้นต้องรีบพาตนเองไปหาหมออย่างเร่งด่วน

เพื่อให้หมอดำเนินการรักษาอย่างเร่งด่วนนั่นเองเธอยังเล่าอีกว่าโชคของเธอยังค่อนข้างดีมากที่โดนใบหน้าเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นส่วนใหญ่จะไปโดนตรงบริเวณลำคอเพราะถ้าหากเธอโดนหน้ามากกว่านี้อาจจะเสียโฉมได้หรือถ้าหากโดนตาตาสูงอาจจะบอดได้เช่นเดียวกันซึ่งเธอได้ฝากเป็นอุทาหรณ์สำหรับใครหลายๆคนที่มีการใช้เตาไมโครเวฟ

แนะนำไม่ควรต้มไข่ในไมโครเวฟนั่นเองซึ่งจากภาพที่เธอมีการแชร์ในโลกออนไลน์ทำให้หลายคนเข้ามาวิจารณ์ถึงการกระทำและแนะนำวิธีการต้มไข่ในไมโครเวฟโดยหลายคนบอกว่าสามารถทำการต้มไข่ได้เพียงแต่ว่าผู้ที่จะต้มไข่ในไมโครเวฟนั้นหลังจากซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้วควรจะมีการปล่อยให้ไข่นั้นเย็นลงเสียก่อนอย่าเพิ่งเปิดเอาออกจากไมโครเวฟทันที

เพราะจะทำให้เกิดแรงดันและระเบิดได้ซึ่งหลายคนก็บอกอีกด้วยว่าการต้มไข่ในไมโครเวฟทำได้โดยการที่คุณอาจจะต้องมีการแกะเปลือกไข่เล็กน้อยเพื่อเป็นการลดแรงดันจากเปลือกไข่ไม่ควรต้มทั้งเปลือกและยังมีอีกหลายวิธีที่ชาวเน็ตต่างออกมาบอกถึงวิธีการต้มไข่ในไมโครเวฟให้ทราบกันแต่หลักๆก็คือเราไม่ควรที่จะต้มไข่ในไมโครเวฟเสร็จเรียบร้อยแล้วออกทันทีและหากจะเป็นไปได้ที่สุดและเป็นไปในทางที่ดีที่สุดนั้นก็ควรจะต้มไข่จากเตาปกติไม่ควรจะต้องแตกในโครเวฟจะเป็นการดีที่สุดนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    บาคาร่า บิกินี่

                   เมื่อวันที่ 28 เดือนกันยายน  ปี พ.ศ.2563  เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจฉะเชิงเทราได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากนายเอ ซึ่งได้พาลูกสาวอายุเพียง 19 ปีเข้าแจ้งความต่อเนื่องจากสาเหตุว่าลูกสาวของเขานั้น ถูกข่มขู่และยังมีการทำร้ายร่างกายที่สำคัญลูกสาวของเขาถูกบังคับให้ไปขายบริการ โดยคนที่ข่มขืนลูกสาวของเขานั้นเป็นท้าวแชร์ชื่อว่านายแบงค์หรือชื่อจริงว่านายภาคิน  ขัติแปง เนื่องจากว่าลูกสาวของเขานั้นไม่ส่งเงินค่าแชร์

           อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางด้านนางสาวบีซึ่งเป็นลูกสาวของนายเอนั้นได้มีการเล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าตนเองนั้นได้มีการเล่น Facebook และเขาแชร์อย่างในแบงค์ก็มีการติดต่อเข้ามาผ่านทางเฟสโดยเสนอให้มีการเล่นแชร์ผ่านทางเฟซเธอจึงได้ตัดสินใจที่จะเล่นแชร์ในแบงค์ในวงเงินแชร์อยู่ที่ 6,000 บาทหลังจากนั้นเธอก็ทำการเปียแชร์ออกมาได้เงินค่าเบียร์แช่อยู่ที่ 2,500 บาทโดยในแบงค์มีเงื่อนไขให้เธอส่งเงินค่าแชร์ให้ในแบงค์งวดละ 750 บาทโดยแต่ละงวดนั้นจะทิ้งช่วงกันห่างอยู่ที่ประมาณ 5 วัน โดยมีเงื่อนไขว่า

           หากมีการส่งค่าแชร์ช้าจะถูกคิดค่าส่งช้านั้นชั่วโมงละ 50 บาทแต่ถ้าหากไม่ส่งค่าแชร์เลยจะถูกเรียกเก็บค่าปรับวันละ 500 บาท   ซึ่งนางสาวบีได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองนั้นมีการส่งค่าแชร์มาให้กับนายแบงค์เป็นประจำอย่างต่อเนื่องจนมีการส่งไปเยอะกว่าที่เธอเปียแช์มาใช้แล้วแต่ในแบงค์ยังต้องให้เธอส่งเพิ่มเติมเนื่องจากว่าเธอถูกเรียกเก็บค่าปรับในการส่งค่าแชร์ช้า  โดยในแบงค์บอกว่าตอนนี้นางสาวบีนั้นติดเงินค่าแชร์ในแบงค์อยู่ที่ 10,000 บาททำให้เธอนั้นไม่สามารถที่จะมีเงินส่งค่าแชร์ได้หลังจากที่เธอไม่ยอมส่งค่าแชร์นายแบงค์ก็ส่งข้อความมาข่มขู่เธออยู่ตลอดเวลาอีกทั้งยังมีการส่งคลิปการทำร้ายร่างกายคนที่ไม่จ่ายค่าแชร์และขู่เธอว่าจะมีการทำร้ายเธอหากเธอไม่หาเงินมาจ่าย

             ซึ่งถ้าหากเธอไม่สามารถหาเงินได้ในแบงค์ยังไล่ให้เธอไปขายบริการเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าแชร์ให้กับเขาทางด้านพ่อของนางสาวบีเมื่อเห็นว่าลูกสาวตนเองโดนข่มขู่และบังคับจึงได้นำตัวลูกสาวมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายแบงค์เพราะเกรงว่าถ้าหากปล่อยไว้ต่อไปลูกสาวของตนเองนั้นอาจจะถูกในแบงค์ทำร้ายร่างกายก็เป็นไปได้

        อย่างไรก็ตามเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการรับแจ้งความและมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้ปรากฏว่าได้มีผู้เสียหายรายอื่นมาเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายแบงค์เช่นเดียวกันส่วนการดำเนินคดีนั้นก็เป็นเรื่องเดียวกันนั้นก็คือการดลและแรงข่มขู่พร้อมไม่สามารถที่จะจ่ายเงินค่าแชร์ได้ตามกำหนดที่นายแบงค์นั้นได้มีการกำหนดเอาไว้ซึ่งคนที่แจ้งความอีกคนนั้นเป็นผู้ชายอายุ 19 ปีโดยถูกเรียกเก็บค่าดอกเบี้ยในการเปียแชร์ร้อยละ 20 บาทเมื่อไม่สามารถหาเงินส่งค่าเปียแชร์ได้ก็ถูกในแบงค์ข่มขู่เช่นเดียวกัน

 

 

สนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่ายังไงให้ได้เงิน

          เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนปีพศ 2563 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้มีการเข้าจับกุมตัวชายคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวจีนอายุประมาณ 41 ปีโดยเขาได้เข้ามาอยู่ที่ประเทศไทยเป็นระยะเวลาหลายปีแล้วซึ่งมีสายข่าวรายงานให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าชายดังกล่าวนั้นเป็นผู้ที่ขายยาเสพติดประเภทกัญชาโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการพยายามสืบหาข้อมูลจึงทราบว่าชายคนดังกล่าวนั้นมีการขายยาเสพติดประเภทกัญชาจึงได้

เข้าจับกุมทำให้ทราบว่าชาวจีนนั้นนอกจากจะขายกัญชาแล้วเขายังเป็นคนปลูกกัญชาเองอีกด้วยโดยพบข้อมูลเกี่ยวกับการเช่าโกดังในเขตประเวศของชาวจีนคนดังกล่าวซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่เข้าไปค้นก็พบว่ามีการปลูกต้นกัญชาออแกนิคเอาไว้พันกว่าต้นโดยชาวจีนนั้นยอมรับสารภาพเกี่ยวกับเรื่องของการเช่าโกดังไว้ปลูกต้นกัญชาขายด้วยตนเอง

ซึ่งเขาต้องเสียค่าเช่าเดือนละเป็นแสนในการจ่ายค่าไฟสำหรับในการใช้ปลูกต้นกัญชาในครั้งนี้ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเห็นว่าดังกล่าวนั้นเป็นโกดังของเอกชนแห่งหนึ่งเปิดให้มีการเช่าโกดังโดยลักษณะของโกดังนั้นจะเป็นการระบุเอาไว้เป็นการเช่าเพื่อจัดเก็บสินค้าเท่านั้นแต่เมื่อเปิดประตูโกดังเข้าไปเราจะเห็นต้นกัญชาวางเรียงรายเต็มไปหมด

แต่ที่โกดังดังกล่าวนั้นจะมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นผลงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมชายคนดังกล่าวได้ซึ่งชายคนดังกล่าวนั้นชื่อว่านายอู๋ ติง ปิน โดยเขาก็มาที่ประเทศไทยตั้งแต่ปีพศ2561 แล้วซึ่งตอนที่เขาเข้ามานั้นเขาใช้วีซ่าการท่องเที่ยวเข้ามา

และหลังจากนั้นเมื่อหาลู่ทางได้แล้วว่าจะมาปลูกกัญชาที่เมืองไทยจึงได้เปลี่ยนจากวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นวีซ่านักเรียนโดยมีการระบุว่าเขาจะเข้ามาเรียนการชกมวยที่เมืองไทยนั้นเองซึ่งจะนำจับกุมพ่อค้าขายกัญชาคนจีนได้ในครั้งนี้เกิดมาจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมการส่งกัญชาผ่านทางไปรษณีย์ได้แล้วมีการขยายผลเพื่อหาต้นตอว่าผู้ส่งนั้นเป็นใครมาจากไหนจึงสามารถจับกุมตัวผู้ผลิตเซ็นทาราไปไหนกลางเมืองกรุงเทพฯวันนี้ได้นั่นเอง

          เดี๋ยวนี้ยาเสพติดสามารถที่จะหาซื้อได้ง่ายๆและสามารถขนส่งได้ง่ายๆผ่านทางไปรษณีย์แต่การส่งแบบนี้ก็เป็นความเสี่ยงที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ง่ายเพราะว่าตอนที่เราส่งไปรษณีย์นั้นเราจะต้องมีการระบุว่าผู้ส่งเป็นใครมาจากไหนโดยมีการยิงบาร์โค้ดเป็นประชาชนส่วนผู้รับแน่นอน

ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรู้อยู่แล้วและปัจจุบันนี้จะมีการสแกนพัสดุว่าข้างในนั้นเป็นอะไรเพื่อเป็นการหาว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของผิดกฎหมายหรือเป็นยาเสพติดหรือไม่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้ง่ายนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ae บาคาร่า