หากจำกันได้ดีว่าเมื่อวันที่ 26 เดือนตุลาคม  ปี พ.ศ 2553 มีหญิงสาวคนหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความใน Facebook   ส่วนตัวของเธอเล่าเรื่องที่เธอนั้นถูกเจ้าของห้องหรือเจ้าของหอพักที่เธอชอบอาศัยอยู่เรียกเก็บเงินค่าปรับในการทำข้าวของภายในห้องเสียหายหลังจากที่เธอจะแจ้งความจำนงกับเจ้าของหอพักว่าเธอต้องการที่จะย้ายออก

          โดยที่เธอออกมาโพสต์เล่า นั้นเนื่องจากว่าเธอรู้สึกว่าค่าปรับที่เธอเสียไปให้กับเจ้าของห้องเช่านั้นค่อนข้างสูงจึงได้โพสต์ออกมาเล่าให้กับคนในโลกออนไลน์ที่ใช้ชีวิตเหมือนเธอนั่นก็คือการเช่าหออาศัยอยู่ได้รับทราบถึงเรื่องราวที่เธอได้เจอมาเพราะเธอมั่นใจว่ารายการที่เธอถูกเรียกเก็บค่าปรับบางรายการนั้นเป็นรายการที่ไม่สมเหตุสมผลและเป็นรายการที่ไม่น่าจะต้องมาจ่ายแต่ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ยินยอมจ่ายทั้งหมดเพื่อที่เธอต้องการจะย้ายออกจากหอพักดังกล่าวนั้นเอง 

           ยังเลยครับตามข้อความที่เธอได้โพสต์ออกไปนั้นเกิดเป็นข่าวดังซึ่งมีนักข่าวนำข้อความที่เธอโพสต์มาออกข่าวจนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตทำให้เจ้าของห้องเช่าดังกล่าวเกิดความรู้สึกไม่พอใจ  จึงต้องการที่จะออกมาชี้แจงกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งยังอยากจะให้คนในโลกออนไลน์และคนในสังคมได้ฟังความจริงทั้งสองฝั่งว่าเหตุใดเธอจึงต้องเรียกเก็บค่าปรับสูงถึง 6,000 บาทและที่สำคัญเธอต้องการที่จะมีการดำเนินคดีกับหญิงสาวคนดังกล่าวที่นำเรื่องราวเกี่ยวกับหอพักของเธอไปโพสในโลกออนไลน์เพราะเธอถือว่าวิธีการของหญิงสาวคนนั้นเป็นการทดประกันหอพักของเธอสร้างความเสื่อมเสียให้ตัวเธอและหอพักของเธอเป็นอย่างมากนั่นเอง 

                สำหรับเจ้าของหอเธอยืนยันว่าก่อนที่เธอจะให้คนเช่าได้เข้าไปอยู่อาศัยนี่ในห้องเช่าได้นั้นจะต้องมีการเซ็นสัญญากันก่อนซึ่งในสัญญาจะได้มีการระบุเอาไว้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องของค่าปรับที่ถูกและเก็บโดยเธอยืนยันว่า  ห้องเช่าที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้เป็นห้องที่ทำขึ้นมาใหม่เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนั้นใหม่ทุกชิ้นดังนั้นเมื่อเฟอร์นิเจอร์ได้รับความเสียหายจึงจำเป็นต้องมีการเรียกเก็บค่ามัดจำเป็นค่าปรับ

            และในขนาดนี้เรื่องราวของเธอและห้องเช่าของเธอกำลังเป็นที่วิจารณ์กันอย่างสนุกปากของคนในสังคมออนไลน์ซึ่งเธอเกิดความรู้สึกไม่พอใจอย่างมากและในขณะนี้เธอรู้สึกเครียดและเป็นกังวลมากเพราะเธอเกรงว่าเมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปห้องเช่าของเธออาจจะได้รับผลกระทบมีคนมาเช่าน้อยลงดังนั้นเธอจึงต้องการดำเนินคดีกับหญิงสาวที่นำเรื่องหอพักของเธอไปพบตระการ อีกทั้งเธอยังยืนยันในความถูกต้องของตนเองว่าเงินค่าปรับที่เธอได้เก็บนั้นสมเหตุสมผลแล้ว

 

สนับสนุนโดย    เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1

ชายใจบุญยื่นเงิน 300 บาทให้กับเด็กนักเรียนพาร์ตไทม์ เมื่อเห็นว่าร้องเท้าของเด็กนั้นขาดวิ่น

         เป็นเรื่องที่น่ายินดีพี่ในสังคมไทยของเรายังมีคนแบบนี้อยู่เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ร้าน MK สาขา 1 ในเขตกรุงเทพฯซึ่งเรื่องราวนี้ได้มีการโพสต์ขึ้นมาจากชายคนหนึ่งซึ่งเขาได้ไปกินอาหารในร้าน MK กับทางภรรยาของเขาเดินในขณะที่เขากำลังนั่งกินอาหารอยู่นั้นเขาได้หันไปเห็นพนักงานเสิร์ฟคนนึงซึ่งแต่งชุดนักเรียนซึ่งคาดว่าจะเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ช่วยเขาสังเกตเห็นว่ารองเท้าที่เด็กคนนั้นใส่ฉันขาดฝันเห็นนิ้วเท้าโผล่ออกมา

เขาจำได้เรียกให้พนักงานไปเรียกเด็กชายคนนั้นมาหาซึ่งเด็กชายคนดังกล่าวเดินมาพร้อมกับผู้จัดการของร้านด้วยหน้าตาของเด็ก Part Time ดูตกใจมากซึ่งอาจจะกลัวว่าเขานั้นจะร้องเรียนการให้บริการหรือไม่ในเมื่อเด็กบินมาถึงเขาก็ถามเด็กว่ารองเท้าขาดหมดแล้วทำไมถึงยังไม่ซื้อใหม่เป็นเด็กก็ได้แค่ยิ้มเท่านั้นเขาก็ยืมเงินจำนวน 300 บาทไปให้กับเจ้าชายคนดังกล่าวพร้อมกับถามเด็กว่านี่สำหรับเป็นค่าซื้อรองเท้าใหม่เงิน 300 บาทนี้พอซื้อไหม

ซึ่งเด็กนักเรียนนั้นบอกว่าเพียงพอกับการซื้อรองเท้าเขาจึงให้เงินเด็กไป 300 บาทโดยทางผู้จัดการร้านได้ขอบคุณแทนเด็กพร้อมทั้งขอถ่ายรูปเขาไว้เหตุการณ์ในครั้งนี้เขาได้นำเรื่องราวนี้มาโพสต์ใน Facebook ของคลินิกเวชกรรมสุรัตน์ซึ่งเขาเป็นเจ้าของคลินิกเองไม่มีการเปิดรักษาพยาบาลให้กับคนป่วยฟรี

ซึ่งเรื่องราวที่เขามีการนำไปโพสต์นี้เกิดความรู้สึกว่าเขารู้สึกดีใจที่ได้ช่วยเหลือคนคนหนึ่งโดยเขาเต็มใจที่จะช่วยเหลือเด็กคนนี้เนื่องจากว่าเขาเห็นเด็กคนนี้นั้นขยันทำมาหากินหาเงินไปช่วยเหลือพ่อแม่และหาเงินเรียนหนังสือซื้อเขามองว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กดีแต่เขารู้สึกภูมิใจแทนพ่อแม่ของเด็กคนนี้มากเขาจึงอยากช่วยเหลือเด็กคนนี้ให้มีรองเท้าใหม่ขอดูจากสภาพของรองเท้าของเด็กคนนี้แล้วหากฝนตกลงมาก็คงเปียกแฉะไปหมดเพราะมีรอยรั่วรอยขาดเต็มไปหมด

           นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่ายกย่องอย่างหนึ่งสำหรับคนในสังคมไทยที่มีจิตใจเมตตาออกอ้อมอารีสำหรับคนที่มีมากกว่าก็สามารถช่วยเหลือคนที่มีน้อยกว่าโดยเฉพาะเด็กที่ยากจนแต่ขยันและรักเรียนควรได้รับการส่งเสริมให้ได้รับสิ่งที่ดีบ้างโทรหาเปรียบเทียบกับเด็กที่พ่อแม่มีเงินทองร่ำรวยก็เข้ามาจะไม่เห็นค่าของเงิน

และมักจะมีการใช้จ่ายเงินโดยที่ไม่สนใจว่าพ่อแม่นั้นจะหาเงินมาด้วยความยากลำบากขนาดไหนในขณะที่เด็กบางคนต้องดิ้นรนออกมาทำงานหาเลี้ยงตนเองตั้งแต่อายุยังน้อยยังงั้นในกลุ่มนี้จึงควรได้รับการสนับสนุนให้พวกเขาได้ประสบกับความสำเร็จ

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

ขนาดนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ยังต้องทำตามกฎเว้นระยะห่างทางสังคมเมื่อร้านอาหารไม่ให้เข้าร้านเต็ม ต้องรอคิว 

     เป็นเรื่องราวที่มีคนพูดถึงกันอย่างมาก เมื่อนายกรัฐมนตรีของประเทศ นิวซีแลนด์  จาซินดา อาร์เดิร์น เดินทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เป็นร้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในกรุงเวลลิงตัน ชื่อว่าร้าน Olive  โดยนายกรัฐมนตรีเดินทางเพื่อไปรับประทานอาหารกับสามีของเธอ  แต่เมื่อไปถึงร้านปรากฏว่ามีคนมารอเข้าคิวทานอาหารที่ร้าน Olive เยอะมาก

ซึ่งทางร้านได้มีการจัดที่นั่งให้ลูกค้าด้วยการนั่งเว้นระยะห่างทางสังคมตามที่มีการประกาศของความร่วมมือจากทางรัฐบาล ดังนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรีและสามีมารับประทานอาหารที่ร้านแห่งนี้แบบไม่ได้มีการจองโต๊ะไว้ล่วงหน้า พนักงานของร้านจึงจำเป็นต้องให้ทั้งคู่รอคิวในการเข้าไปรับประทานอาหารภายในร้าน แต่ถึงแม้จะมีการรอคิว แต่ท้ายที่สุดแล้ว

พนักงานของร้านก็ออกมาบอกกับนายกรัฐมนตรีและสามีของเธอว่า ที่นั่งภายในร้านเต็มหมดแล้วทำให้ทั้งคู่จำเป็นต้องเดินกลับไม่ได้กินอาหารในร้านทีตั้งใจมากิน ซึ่งในขณะที่ทั้งคู่มารอคิวเข้าไปทานอาหารภายในร้านนั้น มีประชาชนเห็นทั้งคู่และจำได้ว่าเธอคือ นายกรัฐมนตรีของประเทศนิวซีแลนด์ จาซินดา อาร์เดิร์น กับสามีของเธอ  คลาร์ก นั่นเอง 

ซึ่งในเวลาต่อมาคนที่เห็นและจำทั้งคู่ได้นั่นก็คือ โจอี้ เขาได้นำเรื่องราวที่เขาพบเห็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนิวซีแลนด์ จาซินดา อาร์เดิร์น กับสามีของเธอ  คลาร์ก มารอคิวเพื่อจะกินอาหารแต่ถูกปฏิเสธ จึงได้นำเรื่องราวของทั้งคู่ไปทวิตในทวิตเตอร์  ซึ่งเขาได้บอกความรู้สึกของตนเองไปด้วยว่า ตัวเขาเองนั้น รู้สึกตกใจมากที่เห็นนายกรัฐมนตรี กับสามีของเธอ  มาที่ร้านนี้และยังถูกทางร้านไม่ให้เข้าร้านอีกด้วย

ซึ่งต่อมาได้มีทวิตเตอร์ของ นาย คลาร์ก  ซึ่งเป็นสามีของ จาซินดา อาร์เดิร์น ได้มีการทวิตกลับมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวว่าที่จริงแล้วเป็นความผิดของพวกเขาเองที่ไม่ยอมจองโต๊ะก่อน และการทำงานของพนักงานของร้าน Olive ก็ทำถูกตอ้งและถูกขั้นตอนดีแล้ว และทุกคนก็บริการดีมาก ซึ่งนายคลาร์ก ยังได้บอกอีกว่า ที่จริงแล้วหลังจากที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังเดินทางกลับกันนั้น

พนักงานร้านได้วิ่งมาตามพวกเขาให้กลับไปที่ร้านเพราะมีที่ว่างพอดี ซึ่งพวกเขาเองก็ได้กลับไปที่ร้านเพื่อทานอาหารกัน ซึ่งพนักงานทุกคนที่บริการอยู่ภายในร้านก็บริการดีมาก  ภายหลังทางร้านซึ่งเป็นเจ้าของร้านได้ออกมาบอกถึงเรื่องนี้ว่า ทางร้านจะปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีกับสามีมากินอาหารที่ร้านนี้ก็ตาม และเจ้าของร้านยังบอกอีกว่า  นายกรัฐมนตรีกับสามี น่ารักมากและสุภาพกับพนักงานในร้านมากซึ่งพวกเขา นั่งทานอาหารเพียงแค่ 30 นาทีก็กลับ

 

สนับสนุนโดย    gclub slot ทดลองเล่น

        มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ออกมาเตือนภัยเกี่ยวกับพฤติกรรมเวลาที่ต้องเดินทางไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนๆของสามีซึ่งเธอบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเธอนั้นได้พากันไปเที่ยวกับกลุ่มของเพื่อนซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนของฝั่งทางสามีของเธอโดยเธอนั้นได้ไปเที่ยวพักผ่อนบนแพซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสามีของเธอและเพื่อนๆกินเหล้ากันอยู่ที่บริเวณทานอาหารบนแพส่วนตัวเธอนั้นเธอได้เข้าไปนอนหลับพักผ่อนอยู่ในห้องแต่อยู่ดีๆ

เพื่อนสามีของเธอซึ่งเธอก็รู้จักและสนิทสนมเป็นอย่างดีก็เดินเข้ามาในห้องขณะที่เธอนอนหลับและเธอก็รับรู้ได้ว่ามีการสัมผัสที่หน้าอกของเธอเธอจึงได้ร้องโวยวายออกมาซึ่งชายคนดังกล่าวนั้นยืนยันว่าเขาเพียงแค่ต้องการมาเข้าห้องน้ำเท่านั้นและไม่ได้ทำอะไรเธอและต่อว่าเธอหาว่าเธอนั้นตั้งเรื่องโกหกอย่างไรก็ตามเธอได้บอกกล่าวถึงเรื่องราวดังกล่าวว่าเธอได้มีการเช็คข้อมูลกับทางเจ้าของแพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ยืนยันว่าห้องน้ำบนแพใช้ปั๊มน้ำตัวเดียวดังนั้นหากจะอ้างว่าห้องน้ำห้องอื่นไม่ไหลจึงต้องมาขอห้องน้ำที่ห้องของเธอนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เพราะเธอมีหลักฐานพยานจากทางเจ้าของแพยืนยันนั่นเองเธอยังบอกอีกว่าขนาดนี้เธอยังรอให้อีกฝ่ายมาขอโทษเพราะเธอนั้นไม่อยากที่จะฟ้องร้องกันให้เป็นเรื่องราว

เนื่องจากว่าตัวเธอเองนั้นรู้จักครอบครัวของฝ่ายชายเป็นอย่างดีโดยเธอนั้นนับถือพ่อแม่ของฝ่ายชายและยังสงสารภรรยาของฝ่ายชายอีกด้วย อย่างไรก็ตามเธอได้ออกมาพูดถึงเรื่องราวในครั้งนี้ว่าที่เธอต้องการแชร์ข้อความนี้ลงใน Facebook ก็เพราะว่าเธออยากจะให้ผู้หญิงทุกคนนั้นพึงระลึกอยู่เสมอว่าไม่ควรที่จะไว้ใจใครแม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นเพื่อนของคุณหรือเพื่อนของสามีคุณก็ตามและเธอยังเด้อัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมใน Facebook อีกด้วยว่าหลังจากผ่านพ้นจากเรื่องราวดังกล่าวนั้นไป 3 วันแล้วฝ่ายชายก็ยังไม่ออกมาขอโทษเธอ

ซึ่งในที่สุดเธอจึงได้ตัดสินใจว่าจะมีการดำเนินการทางกฎหมายซึ่งเธอได้มีการปรึกษาทนายความเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยทนายความยืนยันว่าเธอสามารถชนะคดีในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอนเพราะเธอมีทั้งพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว 

          สำหรับผู้ชายที่เธอกล่าวถึงว่าเป็นเพื่อนของสามีของเธอและจะข่มขืนเธอนั้นมีหน้าที่การงานเป็นถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเธอยังได้กล่าวอีกว่าหลังจากที่เธอมีการโพสต์เรื่องราวนี้ออกไปมีหญิงสาวหลายคนได้มีการติดต่อมาพูดคุยกับเธออีกทั้งยังเคยโดนชายคนดังกล่าวนั้นลวนลามเช่นเดียวกันกับที่เธอโดนเหมือนกันอีกด้วยดังนั้นเธอจึงต้องการที่จะดำเนินคดีกับฝ่ายชายเพราะไม่อยากให้ฝ่ายชายนั้นไปกระทำแบบนี้กับหญิงสาวคนอื่นอีก

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าเล่นยังไง

ข่าวนี้เป็นที่เปิดเผยขึ้นเมื่อ เด็กหญิง ป.6 วัย 12 ปี เกิดอาการปวดท้อง และมีอาการปวดท้องมาอย่างต่อเนื่อง จนพี่สาวต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ได้ทำการรักษาและพบว่ามดลูกของน้องสาวมีอาการอักเสบอย่างรุนแรง อีกทั้งยังมีร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากนั้นพี่สาวได้เค้นความจริงจากน้องสาว

ถึงได้ทราบว่าถูกญาติทั้งหมด 7 คน ข่มขืนมาเป็นเวลากว่า 2 ปี มีการใช้อาวุธข่มขู่และบังคับให้กินยาคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ จึงนำไปสู่การแจ้งความเพื่อนำตัวคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.มาโนชญ์ จิตรภักดี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศาสตรา คงนาม รองผู้กำกับปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองสุพรรณบุรี พ.ต.ท.สะอาด ดัดธุยะวัตร์ รองผู้กำกับสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสุพรรณบุรี ได้แถลงข่าวการเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คนตามหมายจับ ดังนี้ 

1.นายอนันต์ อายุ 51 ปี มีพฤติการณ์ข่มขืนกระทำชำเราละยังมีการใช้นิ้วสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของเด็กหญิง A (นามสมมติ) ที่บ้านของนายอนันต์เอง พร้อมทั้งมีการข่มขู่ว่าถ้าเด็กหญิงนำเรื่องดังกล่าวไปบอกใคร จะทำร้ายเด็กหญิง A ครั้งสุดท้ายที่ล่วงละเมิดเด็กหญิง A คือเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2563 

  1. นายสุรัตน์ อายุ 34 ปี เป็นลูกเขยของนายอนันต์ มีบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับบ้านเด็กหญิง A มีพฤติการณ์บังคับกระทำชำเราวันเว้นวันตามคำให้การของเด็กหญิง A วันสุดท้ายคือวันที่ 3 มิถุนายน 2563 

3.นายพะเยาว์ อายุ 32 ปี อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับบ้านเด็กหญิง A ได้ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง A เฉพาะตอนที่ไม่มีคนอยู่ภายในบ้าน

4.นายประเชิญ อายุ 32 ปี มีพฤติการณ์ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง A ในห้องน้ำของบ้านเด็กหญิง A หลายครั้ง ทั้งยังข่มขู่ว่าจะฆ่าหากเด็กหญิง A เอาเรื่องไปบอกใคร

5.นายทรงวุธต์ อายุ 21 ปี มีพฤติการณ์ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง A โดยการบังคับขู่เข็ญขณะที่ไม่มีคนอยู่ในบ้าน ตั้งแต่ปลายเดือน กุมภาพันธ์ 2561 เฉลี่ยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือเดือนพฤษภาคม 2563 

ส่วนอีก 2 คน เป็นเด็กชาย มีพฤติการณ์ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง A หลายครั้ง พนักงานสอบสวนจึงต้องทำหนังสือไปถึงผู้ปกครองเพื่อเรียกตัวมาสอบปากคำ เนื่องจากเป็นเด็ก ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่สามารถออกหมายจับได้ ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ยังคงให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาล อีกทั้งยังอ้างว่าเด็กหญิง A สติไม่สมประกอบ

กุเรื่องขึ้นมา ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คนไปส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรีแล้ว ได้มีญาติมาติดต่อขอประกันตัว แต่ในชั้นพนักงานสอบสวนตำรวจไม่อนุมัติให้ประกันตัว ให้ทำเรื่องประกันตัวในชั้นศาลต่อไป

เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่น่าสลดใจทีเลยทีเดียวที่เด็กหญิงวัยแค่ 12 ปี จะต้องมาเจอกับฝันร้ายที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต เด็กที่กำลังมีอยู่ในวัยผลิบาน มีอนาคตสดใสจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดระแวงและหวาดกลัว สภาพจิตใจของเด็กคงไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ หากผลพิสูจน์ออกมาว่าทั้ง 7 คน ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง A จริง ก็หวังว่ากฎหมายจะลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเป็นธรรมที่สุด

 

สนับสนุนโดย  ufabetcn

เพื่อนบ้านนั้นสุดจะทนเพราะว่าในบ้านหลังที่เกิดเหตุนั้นมีกลิ่นที่เหม็นมานานเป็นอาทิตย์จนต้องเข้าแจ้งเจ้าของบ้านเพื่อที่จะให้มาตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวจากที่เจ้าของบ้านมานั้นก็ได้เห็นว่าคนมาที่บ้าที่เธอนั้นได้ปล่อยให้เช่า  โดยที่ชุดสอบสวนด้วยจากนั้นเมื่อเธอเปิดบ้านเข้าไปนั้นถึงกลับต้องผวาออกมาเพราะว่าเจอศพที่นอนอยู่ที่ชั้นล่าง 

แต่ว่ากลับแปลกใจว่าทำไมศพนั้นจึงถูกว่าจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ  และก็มีผ้าห่ม  รวมทั้งแป้งนั้นโรยอยู่ที่ตัวศพอีกทั้งบ้านช่องนั้นดูสะอาดเหมือนกับว่ามีคนนั้นอยู่ดูแลเรื่องความสะอาด 

จนเจ้าที่ขึ้นไปชั้นสองนั้นกลับไปไม่เจออะไรที่ผิดปกติ  จากนั้นก็ได้เดินดูรอบบ้าไปเปิดที่ห้องครัวถึงกับตกใจเพราะว่าเจอผู้หญิงสามคนนั้นนั่งกันอยู่กอดกันร้องไห้  จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้พาตัวไปสืบหาข้อมูลว่าเป็นเพราะว่าทำไมว่ามีคนตายกลับไม่ไปแจ้งอะไรเลย  

       เมื่อวันที่เกิดเหตุนั้นมีเพื่อนบ้านที่ถัดออกไปอีกสองหลังนั้นได้รู้สึกว่ามีกลิ่นอะไรที่เหม็นอย่างมากนามมาเป็นอาทิตย์และก็เริ่มที่จะมีกลิ่นที่มากขึ้นนั่นเอง  จากนั้นเธอก็ได้โทรไปแจ้งเจ้าของบ้านให้มาดูเพราะว่าส่วนตัวเธอนั้นไม่รู้ว่าใครเป็นอยู่อาศัยเพราะว่ารู้แต่ว่ามีคนอยู่ประมาณสามสี่คนนั่นเอง  จากนั้นก็ได้ส่งสายสืบลงไปสืบว่าผู้ที่เสียชีวิตนั้นเป็นชายอายุ 62 ปี

เป็นคนจังหวัดอยุธยา  และทางเจ้าหน้าที่นั้นก็ได้ถามผู้หญิงหนึ่งในสามคนนั้นได้บอกว่าศพที่ตายนั้นเป็นคนที่ดูแลเธอนั่นเองแต่ว่าในระหว่างที่เขานั้นเสียชีวิตนั้นได้บอกกับเธอว่าจะไปนอนพักจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเสียเมื่อไหร่หน้าจะประมาณหนึ่งอาทิตย์  จากการที่ถามนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในช่วงของการตกใจ  พูดจาไม่รู้เรื่องนั่นเองจากนั้นก็ได้ส่งให้เธอนั้นไปสงบสติอารมณ์ก่อนที่เรานั้นจะนำเธอมาสอบสวนใหม่นั่นเอง  

     ทางเพื่อนบ้านที่เป็นคนไปแจ้งให้เจ้าของบ้านนั้นมาดูเพราะว่าเธอนั้นได้อยู่ห่างออกไปสองหลังเธอบอกว่าได้กลิ่นมาเป็นอาทิตย์แล้ว  แต่ว่าไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นได้แต่เห็นว่ามีคนเข้าออกบ้านอยู่เท่านั้นเอง  แต่ว่าวันที่โทรไปแจ้วเจ้าของบ้านนั้นรู้สึกว่ากลิ่นเริ่มที่จะเหม็นมากขึ้นนั่นเองก็เลยไปไปบอกให้เข้ามาด๔ว่าในบ้านนั้นมีอะไรหรือเปล่า  จนมารู้อีกทีว่ามีคนตายอยู่ในบ้านนั่นเอง ที่ส่งกลิ่นที่เหม็น 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet

ญาติสงสัยน้องสาวถูกทำร้ายเพราะมีร่องรอยที่คอและแขน แถมท่อนร่างยังเปลือยแต่ตำรวจบอกว่าล้มหัวฟาดพื้น

      ที่จังหวัดนครปฐมไม่มีหญิงสาวคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพในตอนที่มีคนเข้าไปพบหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่ในอาการหายใจรวยรินนอนอยู่ตรงระเบียงห้องพักสภาพไม่ได้สวมใส่กางเกงและศีรษะมีร่องรอยการโดนของแข็งทุบ  และเมื่อส่งตัวไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้เพียงไม่เกินอาทิตย์หญิงสาวคนดังกล่าวก็เสียชีวิตลงทำให้ญาติทั้งแม่และพี่สาวของผู้เสียชีวิตต่างก็สงสัยในสาเหตุการตาย

เนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตอาจจะล้มตรงระเบียงแล้วหัวไปฟาดพื้นจึงทำให้เสียชีวิตขอจากการจะสูดตามร่างกายแล้วไม่มีรอยนิ้วมือของคนร้ายและไม่มีร่องรอยการถูกข่มขืนใดๆรวมถึงทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตก็ยังคงอยู่ในห้องครบไม่มีร่องรอยการหรือคนแต่อย่างใด 

แต่ในขณะเดียวกันหนังพี่สาวของผู้เสียชีวิตกลับมั่นใจว่าน้องสาวของตนเองถูกคนร้ายเข้าไปทำร้ายหวังที่จะข่มขืนเพราะไม่เช่นนั้นทำไมน้องสาวของตนเองถึงท่อนล่างเปลือยและถึงแม้จะไม่มีร่องรอยการข่มขืนแต่ก็พบว่ามีพยานได้ยินเสียงชายหญิงทะเลาะกันในช่วงกลางดึกช่วงประมาณตี 2 ถึงตี 3 ซึ่งยังมีคนโทรเข้าไปแจ้งเจ้าของหอพักให้เจ้าของหอโทรเข้ามาคุยกับน้องสาวเพราะมีการคุยกันเสียงดัง

แต่เมื่อเจ้าของหอโทรมาหาน้องสาวกลับไม่มีคนรับสายและที่ทำให้รู้ว่าน้องสาวถูกทำร้ายก็เพราะว่าเพื่อนของน้องสาวติดต่อน้องสาวของตนเองไม่ได้โทรไปแล้วไม่มีคนรับจึงได้เดินทางมาหาที่ห้องพักแต่เมื่อเคาะประตูเรียกแล้วไม่มีคนเปิดจึงได้แจ้งให้เจ้าของหอพักมาทำการไขกุญแจเปิดให้เมื่อเปิดเข้าไปจึงพบว่าน้องสาวของตัวเอง

โดนถูกทำร้ายนอนหายใจรวยรินอยู่ตรงระเบียงห้องพักจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่คุณหมอแจ้งว่าพามารักษาช้าไปเพราะมีอาการเลือดคั่งในสมองอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลได้ไม่กี่วันน้องสาวของตนเองก็เสียชีวิตซึ่งพี่สาวของผู้เสียชีวิตเองให้การว่าชื่อว่าน่าจะมีคนเข้าไปทำร้ายน้องสาวและตนเองสงสัยช่างทาสีที่ทาสีอยู่ใกล้

แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่จะไปเอาผิดได้ซึ่งต้องขอความเห็นใจให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบและสอบใหม่อีกครั้งหนึ่งพี่สาวต้องการให้คนร้ายถูกดำเนินคดีให้ได้ซึ่งในขณะนี้เองแม่ของผู้เสียชีวิตเองก็เสียใจต่อการจากไปของลูกสาวและยังไม่สามารถทำใจหรือให้สัมภาษณ์กับนักข่าวใดๆได้ ส่วนหลายคนให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของหอพักนั้น

สรุปว่ากล้องวงจรปิดของหอพักเสียไม่สามารถตรวจได้แต่ยืนยันได้ว่าในวันเกิดเหตุพบว่ามีรอยเท้าอยู่ 1 จุดซึ่งน่าจะเป็นหลักฐานได้ดีว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในห้องของน้องสาวของตนเอง 

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub มือถือ

        จากกรณีที่พบศพหญิงดาราอายุประมาณ 60 9 ปีนอนเสียชีวิตภายในบ้านพักของตนเองโดยสภาพถูกคนร้ายตีด้วยของแข็งและมีร่องรอยการถูกรัดคอซึ่งทางลูกสาวผู้ตายไปให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นสามีใหม่ของแม่เพราะลูกสาวมักจะเห็นว่าสามีใหม่กับแม่มักจะมีเรื่องทะเลาะกับดีกันอยู่เป็นประจำ

ถ้าหากสามีใหม่ของแม่กินเหล้าเมาและยังเคยมีปัญหาว่าสามีใหม่ของแม่จะเข้ามาข่มขืนลูกสาวก็คือตัวของเธอเองซึ่งเมื่อ 10 วันก่อนเพิ่งไปทำการแจ้งความที่สถานีตำรวจบันทึกไว้เป็นหลักฐานเอาไว้หลังจากนั้นแม่ก็ได้ขับไล่สามีออกจากบ้านแต่สามีใหม่ของแม่ยังคงวงเวียนใบงอนแม่อยู่เป็นประจำซึ่งในวันเกิดเหตุทางด้านลูกสาวและออกไปทำงานไม่อยู่บ้านเกิดว่าสามีใหม่น่าจะกลับมาง้อผู้เสียชีวิตอีกครั้ง

แต่อาจจะมีปากเสียงกันจึงทำให้เกิดเหตุฆ่ากันตายขึ้น เพราะ หลังจากที่เกิดเหตุสามีใหม่ของผู้เสียชีวิตก็ได้หายตัวไปทางเจ้าหน้าที่จึงได้เรื่องออกตามตัวจนในที่สุดก็สามารถตามตัวผู้ก่อเหตุที่ทำร้ายหญิงชรามาได้แล้วซึ่งก็เป็นไปตามคาดว่าเป็นสามีใหม่ของอินทราเล่นเองเลยเขาให้การรับสารภาพว่าในวันเกิดเหตุขณะที่เขากำลังนั่งกินเหล้าอยู่ที่หน้าบ้านหญิงชราได้เดินมาขอเงิน

เพื่อจะนำไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟแต่เนื่องจากเขาไม่มีทำให้เกิดมีปากเสียงกันขึ้นและด้วยความเมาเขาจึงได้ใช้เสียงปีที่ใบหน้าของหญิงชราจนล้มลงหลังจากนั้นก็ตีไปอีกหลายครั้งจนเห็นว่าหญิงชราหน้านิ่งแล้วจึงได้เอาผ้ามามัดคอหญิงชราจนถึงแก่ความตายหลังจากนั้นจึงลากศพเข้าไปในบ้านทำความสะอาดเนื้อตัวของหญิงชราแล้ว

ทาแป้งให้โดยทำลักษณะให้เหมือนกับว่าหญิงชราล้มที่หน้าห้องน้ำแล้วเสียชีวิตเองแต่เมื่อลูกสาวของหญิงชรากลับมาเธอก็มาโวยวายจนทำให้ตนเองตกใจจึงได้วิ่งหนีออกไปแต่ด้วยความหิวจึงได้ย้อนกลับมาเอาของกินที่บ้านจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้

     ซึ่งเมื่อนักข่าวไปสอบถามเพื่อนของคนร้ายก็ได้ความว่าโดยปกติแล้วคนร้ายจะมีคนนิสัยดี  แต่ถ้ากินเหล้าเข้าไปเมื่อไหร่นิสัยก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่งเลยจะมีนิสัยชอบปากเสียและพูดมากจึงทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกับผู้เสียชีวิตอยู่เป็นประจำซึ่งล่าสุดก็เลยมีการทะเลาะกับทางหญิงชราผู้ที่เสียชีวิตเจ้าหญิงชราไม่ให้เข้าบ้านส่วนสาเหตุที่เกิดมาจากว่าจะไปข่มขืนลูกสาวของหญิงชรา

หรือไม่นั้นไม่มีใครรู้ความจริงแต่ก็อาจจะเป็นไปได้เพราะว่าสร้างมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีการไปแจ้งความทิ้งเอาไว้สำหรับศพของหญิงชรานั้นเมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้มีการชันสูตรพลิกศพดูพบว่าภายในบริเวณช่องปากมีการนำเหรียญไปใส่เอาไว้ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นการทำพิธีทางไสยศาสตร์อย่างหนึ่ง 

 

 

สนับสนุนโดย    ufabet

แพทย์ป่วยติดเชื้อไวรัส กระทรวงสาธารณสุขประกาศพบแพทย์ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเพิ่มขึ้นอีก 2 คน 

      แพทย์ป่วยติดเชื้อไวรัส ตามที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาประกาศจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในแต่ละวันนั้นหนึ่งในนั้นมีนายแพทย์ที่ทำการรักษาผู้ป่วยจำนวน 2 คนได้รับการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าด้วยซึ่งจากการสอบถามนายแพทย์ทั้งสองคนต่างให้ข้อมูลว่าการติดเชื้อน่าจะมีสาเหตุมาจากการติดมาจากคนไข้ที่มารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเพราะนายแพทย์คนแรกทำงานอยู่ในห้องผ่าตัดอยู่ตลอดเวลาต้องเจอกับคนไข้แล้วก็ผู้ช่วยพยาบาลต่างๆซึ่งก็ไม่ได้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศหรือมีญาติคนไหนของเขาที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเลย

ดังนั้นถ้าจากการซักประวัติสอบถามข้อมูลการทำงานและการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆแล้วก็สาเหตุของการติดเชื้อน่าจะมาจากตัวคนไข้ที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วไม่ได้มีการแจ้งกลับทางโรงพยาบาลว่าตัวเองติดเชื้อแล้วเข้ามารับการรักษาส่งผลให้เชื้อไวรัสโคโรน่าแพร่เข้าสู่คุณหมอที่เป็นผู้รักษาได้ซึ่งในขณะนี้ได้มีการซักประวัติสอบถามถึงการติดต่อว่านายแพทย์ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าคนแรกนี้มีการพูดคุยหรือติดต่อกับใครนั่งใกล้ใคร

โดยทั้งนี้มีการพบว่าอาจจะมีคนที่เสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสและหน้าต่างคนแรกนี้ประมาณ 15 คนจึงได้มีการกักตัวให้อยู่แต่ในบ้านเพื่อรอดูอาการก่อนส่วนนายแพทย์มีการส่งเข้าไปรักษาตัวสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสมรณะเรียบร้อยแล้วและนายแพทย์คนที่ 2 เมื่อมีการสอบถามประวัติสาเหตุของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าพบว่ามีการรักษาคนไข้คนหนึ่ง

ซึ่งทางผู้ป่วยเองไม่ได้มีการบอกกับทางคุณหมอหรือทางโรงพยาบาลมาก่อนว่าสามีของคนไข้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าทำให้คุณหมอติดมาจากสามีของคนไข้ที่มาคอยเฝ้าอาการของคนไข้ในโรงพยาบาลนั่นเองทั้งนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการประกาศขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนเวลาที่เข้าไปรักษาพยาบาลตามโรงพยาบาลต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนขอให้ความร่วมมือในการสอบประวัติเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ตนเองจะมีในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่คุณหมอจะได้มีการประเมินและระวังตัวในการที่จะรักษาคนไข้

เพราะคุณหมอเองก็มีครอบครัวที่จะต้องดูแลและทุกคนก็รักชีวิตของตนเองเช่นเดียวกันค่ะคุณหมอ 1 คนป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาเราก็จะขาดบุคลากรที่จะสามารถรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรน่าได้อีกหลายชีวิตเลยทีเดียวดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสควรหน้าไปสู่ผู้อื่นคิดว่าตนเองอาจจะอยู่ใกล้ผู้คนที่มีความเสี่ยงที่จะติดไวรัสโคโรน่าควบคุมจะมีการกักตัวเองอยู่

แต่ในบริเวณบ้านมีความจำเป็นที่จะต้องออกมานอกบ้านควรพยายามทำตัวให้ห่างจากผู้อื่นอยู่ประมาณ 2 เมตรและที่สำคัญหากไปใช้บริการตามสถานพยาบาลต่างๆควรจะต้องมีการบอกกล่าวทางโรงพยาบาลแล้วคุณบอกไปทางโรงพยาบาลและคุณหมอทราบว่าตนเองมีการคลุกคลีอยู่กับคนในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่โดยปกติแล้วทางโรงพยาบาลเขาจะมีแบบฟอร์มให้กรอกอยู่แล้วดังนั้นประชาชนควรจะให้ความร่วมมือออกข้อมูลที่ถูกต้องลดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Ufa168 ฝาก

    บุกเข้าบ้านเด็กวัย 5 ขวบ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความจากเจ้าของบ้านหลังหนึ่งว่าพี่ชายโรคจิตคนหนึ่งบุกเข้าไปในบ้านและหวังข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวของเขาไว้เพียงแค่ 4 ขวบซึ่งตอนนี้ได้จับตัวคนร้ายเอาไว้ได้แล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงไปยังบ้านที่เกิดเหตุดังกล่าวแล้วหาข้อมูลหลักฐานเพื่อนำมาประกอบการจับกุมคนร้าย

ซึ่งทางพ่อของเด็กหญิงวัย 4 ขวบได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในวันเกิดเหตุดังกล่าวเป็นช่วงเวลาประมาณ 17:30 นซึ่งตัวของพ่อเองนั้นออกไปทำงานนอกบ้านลูกสาววัย 4 ขวบกินอยู่กับแม่ซึ่งในขณะนั้นแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ในบ้าน โดยช่วงเวลาที่ชายโรคจิตมาอยู่ที่หน้าบ้านนั้นเด็กหญิงวัย 4 ขวบเข้าใจว่าเป็นบุรุษไปรษณีย์มาส่งของเธอจึงตะโกนบอกแม่ของเธอว่าเธอจะไปรับของที่ไปรษณีย์เองและเมื่อเธอเดินออกไปนายมงคลซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงวัย 4 ขวบก็ได้เดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านพร้อมกับอุ้มเด็กหญิงเข้ามาในบ้านซึ่งในพื้นที่บ้านหลัง

ดังกล่าวนั้นจะมีบ้านหลังหนึ่งซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่และคนงานไม่ได้อยู่ในบ้านนายมงคลจึงได้อุ้มเด็กหญิงเข้าไปในบ้านหวังจะข่มขืนแต่หน้าจากหน้าต่างบ้านยังไม่สามารถปิดได้เพราะยังสร้างไม่เสร็จในมงคลจึงได้อุ้มเด็กนอนลงกับพื้นกำลังถอดกางเกงของตนเองและของเด็กก็ผลปรากฏว่าแม่ของเด็กเห็นว่าเด็กหายไปนานจึงได้ตะโกนเรียกและออกตามหาจึงมาพบว่าลูกสาวกำลังจะถูก

นายมงคลข่มขืน เธอจะได้ร้องโวยวายเมื่อ นายมงคลเห็นดังนั้นจึงได้วิ่งหนีออกไปโดยสวนทางกับพ่อของเด็กที่พึ่งเลิกงานกำลังกลับเข้ามาในบ้านแม่ของเด็กจึงได้ตะโกนบอกให้พ่อของเด็กจับตัวคนร้ายเอาไว้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ความตื่นตกใจให้กับเด็กเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าเด็กจะยังไม่ถูกข่มขืนแต่ก็เกิดความหวาดกลัวที่จะเห็นคนแปลกหน้าตอนนี้เด็กมีอาการตื่นเมื่อมีคนแปลกหน้ามาอยู่ใกล้ๆ

ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่รู้สึกสงสารลูกของตนเองเป็นอย่างมากและเบื้องต้นจากการที่เจ้าหน้าที่มีการสอบสวนนายมงคลที่เป็นผู้ก่อเหตุได้ความว่า ตนเองเข้าไปในบ้านเพียงเพราะต้องการจะขอรับซื้อของเก่าเท่านั้นแต่พ่อของเด็กหญิงผู้เสียหายไม่เชื่อคำให้การของนายมงคลเนื่องจากว่าไม่มีรถที่จะเป็นรถแสดงถึงการรับซื้อของเก่า

แต่อย่างใดรวมถึงมีข้อมูลจากทางเพื่อนบ้านได้บอกว่าเคยเห็นนายมงคลขับรถวนเวียนเข้ามาในหมู่บ้านหลายวันแล้วเส้นคาดการณ์กันว่า นายมงคลอาจจะขี่รถเลาะเข้ามาภายในหมู่บ้านเพื่อต้องการมามองหาเหยื่อประจวบเหมาะกับลูกสาวของตนเองเปิดประตูออกมาเจอนายมงคลพอดีจึงทำให้ลูกสาวของตนเองทุ่มไป

เพื่อจะนำตัวไปข่มขืนแต่โชคยังดีที่แม่ของเด็กมาเห็นเสียก่อนทำให้ลูกยังไม่ถูกข่มขืน เบื้องต้นจากประวัติที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบมาพบว่านายมงคลเคยมีคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กมาแล้วและคาดว่าครั้งนี้ก็จะมาทำเหมือนเดิมอีก