ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศครั้งแรก  (International Relations) หมายถึง การปฏิสัมพันธ์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่าง ๆ ในระดับโลก ซึ่งครอบคลุมถึงการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ

และความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น การทูต การค้าขาย และความมั่นคง โดยมีเป้าหมายในการสร้างสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และความร่วมมือระหว่างประเทศ

 

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศประกอบด้วยหลายด้าน เช่น

1.*การทูต (Diplomacy): การติดต่อและเจรจาระหว่างรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือ

  1. เศรษฐกิจระหว่างประเทศ (International Economics): การค้าขาย การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
  2. กฎหมายระหว่างประเทศ (International Law): กฎระเบียบและข้อตกลงที่ใช้ควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  3. ความมั่นคงระหว่างประเทศ (International Security): การป้องกันประเทศและความร่วมมือด้านความมั่นคง
  4. องค์กรระหว่างประเทศ (International Organizations): องค์กรที่มีบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN) องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นต้น

 

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นสาขาวิชาที่ศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการกระทำและนโยบายของประเทศต่าง ๆ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาความเข้าใจและการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ

การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในรูปแบบที่เรารู้จักในปัจจุบันนั้นสามารถย้อนไปได้ถึงสมัยโบราณ แต่การที่รัฐต่างๆ มีการติดต่อและทำข้อตกลงกันมีมาตั้งแต่ก่อนคริสตกาลแล้ว ตัวอย่างเช่น:

  1. อาณาจักรโบราณของเมโสโปเตเมีย – มีการติดต่อและทำข้อตกลงกับอาณาจักรอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น สุเมเรียน อัคคาเดียน และบาบิโลเนีย 
  2. จักรวรรดิโรมันและจักรวรรดิจีน – มีการส่งทูตและติดต่อทางการทูตกับประเทศและอาณาจักรอื่นๆ
  3. สนธิสัญญาขึ้นฝั่งนาม (Peace of Westphalia) ในปี 1648 – ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของระบบระหว่างประเทศแบบสมัยใหม่ สนธิสัญญานี้เป็นการยุติสงครามสามสิบปีในยุโรปและเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐสมัยใหม่และหลักการอธิปไตย

ดังนั้น  เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ      แม้การติดต่อทางการทูตและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะมีมานานแล้ว แต่ระบบและหลักการที่ใช้ในปัจจุบันมีต้นกำเนิดจากสนธิสัญญาขึ้นฝั่งนามในคริสต์ศตวรรษที่ 17

ประเทศไทยเริ่มสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา โดยในสมัยกรุงสุโขทัยมีการติดต่อกับประเทศจีน ส่วนในสมัยกรุงศรีอยุธยามีการติดต่อกับประเทศต่างๆ มากขึ้น

รวมถึงชาติตะวันตกอย่างโปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ และฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังมีการติดต่อค้าขายกับประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย และเปอร์เซีย

 

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

ประเทศไทยมีการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศตะวันตกอย่างเป็นทางการมากขึ้น มีการทำสนธิสัญญาและการแลกเปลี่ยนทางการทูต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถคงความเป็นอิสระและป้องกันการตกเป็นอาณานิคมของประเทศตะวันตก