การกำเนิดของชีวิตใหม่มักถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุดของครอบครัว ภาพของแม่ผู้เปี่ยมสุขกำลังอุ้มลูกน้อยในอ้อมกอดคือสิ่งที่สังคมคาดหวัง แต่ในความเป็นจริง ผู้หญิงจำนวนมากกลับต้องเผชิญกับภาวะที่เรียกว่า Perinatal Depression หรือภาวะซึมเศร้าช่วงรอบคลอด ซึ่งเป็นภัยเงียบที่คอยกัดกินจิตใจของคุณแม่อย่างเงียบๆ โดยที่ไม่ทันตั้งตัว

Perinatal Depression คืออะไร?
Perinatal Depression เป็นศัพท์ทางแพทย์ที่ครอบคลุมทั้งภาวะซึมเศร้า ระหว่างตั้งครรภ์และ หลังคลอด ต่างจากอาการอารมณ์ดิ่งชั่วคราวหลังคลอดที่เรียกว่า Baby Blues ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันแล้วหายไปเอง
ภาวะ Perinatal Depression มีความรุนแรงและรื้อรังกว่ามาก สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงอุ้มท้องไปจนถึง 1 ปีหลังคลอด หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลกระทบเรื้อรังต่อทั้งตัวแม่ เด็ก และความสัมพันธ์ในครอบครัว
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
คุณแม่ที่เผชิญกับภาวะนี้ไม่ได้แค่รู้สึก เศร้า เท่านั้น แต่มักมีอาการหลากหลายที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น:
ความรู้สึกวิตกกังวลอย่างรุนแรง: รู้สึกกลัว กลัวว่าจะเลี้ยงลูกได้ไม่ดีพอ หรือกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับลูกตลอดเวลา
หมดพลังและสิ้นหวัง: รู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา แม้จะได้พักผ่อน รู้สึกไร้ค่า หรือรู้สึกผิดที่ไม่สามารถรักลูกได้อย่างที่ควรจะเป็น
การอารมณ์แปรปรวน: หงุดหงิดง่าย ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ หรือในทางตรงกันข้าม อาจรู้สึกเฉยชา ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งรอบตัว
ความผูกพันกับลูกลดลง: รู้สึกไม่เชื่อมโยงกับลูกน้อย หรือไม่อยากอุ้ม ไม่อยากดูแลลูก
ความคิดทำร้ายตัวเอง: ในเคสที่รุนแรง อาจมีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายลูก

สาเหตุที่มากกว่าแค่ จิตใจอ่อนแอ
สังคมมักเข้าใจผิดว่าคุณแม่ที่เป็นโรคนี้คือคน อดทนไม่พอ หรือ คิดมากไปเอง แต่ในทางวิทยาศาสตร์ Perinatal Depression เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยทาง hoiana ได้แบ่งเป็นข้อๆเพื่อนำมาแนะนำให้ดังนี้
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: หลังคลอด ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดวูบลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อสารเคมีในสมองที่ควบคุมอารมณ์
- ความอดนอนและร่างกายที่อ่อนล้า: การต้องตื่นมาดูแลลูกทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ทำให้ร่างกายขาดการพักผ่อนอย่างสะสม
- ความกดดันทางสังคมและจิตใจ: ความคาดหวังที่จะต้องเป็น แม่ที่สมบูรณ์แบบ บวกกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
- ขาดระบบซัพพอร์ต: การต้องเลี้ยงลูกตามลำพังโดยไม่มีคนช่วยแบ่งเบาภาระ
สิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับ Perinatal Depression คือ การตระหนักรู้และไม่ตัดสิน คุณแม่ต้องเข้าใจว่าโรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคุณเป็นแม่ที่ไม่ดี แต่เป็นโรคทางกายและจิตใจที่ต้องการการรักษา
ครอบครัวคือปราการแรก: สามีและคนรอบข้างต้องคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลง ช่วยแบ่งเบาภาระการเลี้ยงลูก และเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการรับฟังโดยไม่ต่อว่า
ขอความช่วยเหลือจากแพทย์: ภาวะนี้สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการปรึกษาจิตแพทย์ การทำจิตบำบัด หรือการใช้ยาที่ปลอดภัยสำหรับแม่ให้นมบุตร
การเป็นแม่ไม่ใช่เรื่องง่าย และการยอมรับว่า ตัวเองไม่ไหวไม่ใช่ความล้มเหลว หากเราช่วยกันปลดล็อคค่านิยมเดิมๆ และเปิดใจเข้าใจภาวะ Perinatal Depression เราจะสามารถช่วยให้คุณแม่หลายคนก้าวผ่านม่านหมอกแห่งความเศร้า และกลับมารับรู้ถึงความสุขในการเลี้ยงลูกได้อย่างแท้จริง