เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนปีพศ 2563 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้มีการเข้าจับกุมตัวชายคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวจีนอายุประมาณ 41 ปีโดยเขาได้เข้ามาอยู่ที่ประเทศไทยเป็นระยะเวลาหลายปีแล้วซึ่งมีสายข่าวรายงานให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าชายดังกล่าวนั้นเป็นผู้ที่ขายยาเสพติดประเภทกัญชาโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการพยายามสืบหาข้อมูลจึงทราบว่าชายคนดังกล่าวนั้นมีการขายยาเสพติดประเภทกัญชาจึงได้

เข้าจับกุมทำให้ทราบว่าชาวจีนนั้นนอกจากจะขายกัญชาแล้วเขายังเป็นคนปลูกกัญชาเองอีกด้วยโดยพบข้อมูลเกี่ยวกับการเช่าโกดังในเขตประเวศของชาวจีนคนดังกล่าวซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่เข้าไปค้นก็พบว่ามีการปลูกต้นกัญชาออแกนิคเอาไว้พันกว่าต้นโดยชาวจีนนั้นยอมรับสารภาพเกี่ยวกับเรื่องของการเช่าโกดังไว้ปลูกต้นกัญชาขายด้วยตนเอง

ซึ่งเขาต้องเสียค่าเช่าเดือนละเป็นแสนในการจ่ายค่าไฟสำหรับในการใช้ปลูกต้นกัญชาในครั้งนี้ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเห็นว่าดังกล่าวนั้นเป็นโกดังของเอกชนแห่งหนึ่งเปิดให้มีการเช่าโกดังโดยลักษณะของโกดังนั้นจะเป็นการระบุเอาไว้เป็นการเช่าเพื่อจัดเก็บสินค้าเท่านั้นแต่เมื่อเปิดประตูโกดังเข้าไปเราจะเห็นต้นกัญชาวางเรียงรายเต็มไปหมด

แต่ที่โกดังดังกล่าวนั้นจะมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นผลงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมชายคนดังกล่าวได้ซึ่งชายคนดังกล่าวนั้นชื่อว่านายอู๋ ติง ปิน โดยเขาก็มาที่ประเทศไทยตั้งแต่ปีพศ2561 แล้วซึ่งตอนที่เขาเข้ามานั้นเขาใช้วีซ่าการท่องเที่ยวเข้ามา

และหลังจากนั้นเมื่อหาลู่ทางได้แล้วว่าจะมาปลูกกัญชาที่เมืองไทยจึงได้เปลี่ยนจากวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นวีซ่านักเรียนโดยมีการระบุว่าเขาจะเข้ามาเรียนการชกมวยที่เมืองไทยนั้นเองซึ่งจะนำจับกุมพ่อค้าขายกัญชาคนจีนได้ในครั้งนี้เกิดมาจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมการส่งกัญชาผ่านทางไปรษณีย์ได้แล้วมีการขยายผลเพื่อหาต้นตอว่าผู้ส่งนั้นเป็นใครมาจากไหนจึงสามารถจับกุมตัวผู้ผลิตเซ็นทาราไปไหนกลางเมืองกรุงเทพฯวันนี้ได้นั่นเอง

          เดี๋ยวนี้ยาเสพติดสามารถที่จะหาซื้อได้ง่ายๆและสามารถขนส่งได้ง่ายๆผ่านทางไปรษณีย์แต่การส่งแบบนี้ก็เป็นความเสี่ยงที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ง่ายเพราะว่าตอนที่เราส่งไปรษณีย์นั้นเราจะต้องมีการระบุว่าผู้ส่งเป็นใครมาจากไหนโดยมีการยิงบาร์โค้ดเป็นประชาชนส่วนผู้รับแน่นอน

ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรู้อยู่แล้วและปัจจุบันนี้จะมีการสแกนพัสดุว่าข้างในนั้นเป็นอะไรเพื่อเป็นการหาว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของผิดกฎหมายหรือเป็นยาเสพติดหรือไม่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้ง่ายนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ae บาคาร่า

          หากจำกันได้ดีว่าเมื่อวันที่ 26 เดือนตุลาคม  ปี พ.ศ 2553 มีหญิงสาวคนหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความใน Facebook   ส่วนตัวของเธอเล่าเรื่องที่เธอนั้นถูกเจ้าของห้องหรือเจ้าของหอพักที่เธอชอบอาศัยอยู่เรียกเก็บเงินค่าปรับในการทำข้าวของภายในห้องเสียหายหลังจากที่เธอจะแจ้งความจำนงกับเจ้าของหอพักว่าเธอต้องการที่จะย้ายออก

          โดยที่เธอออกมาโพสต์เล่า นั้นเนื่องจากว่าเธอรู้สึกว่าค่าปรับที่เธอเสียไปให้กับเจ้าของห้องเช่านั้นค่อนข้างสูงจึงได้โพสต์ออกมาเล่าให้กับคนในโลกออนไลน์ที่ใช้ชีวิตเหมือนเธอนั่นก็คือการเช่าหออาศัยอยู่ได้รับทราบถึงเรื่องราวที่เธอได้เจอมาเพราะเธอมั่นใจว่ารายการที่เธอถูกเรียกเก็บค่าปรับบางรายการนั้นเป็นรายการที่ไม่สมเหตุสมผลและเป็นรายการที่ไม่น่าจะต้องมาจ่ายแต่ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ยินยอมจ่ายทั้งหมดเพื่อที่เธอต้องการจะย้ายออกจากหอพักดังกล่าวนั้นเอง 

           ยังเลยครับตามข้อความที่เธอได้โพสต์ออกไปนั้นเกิดเป็นข่าวดังซึ่งมีนักข่าวนำข้อความที่เธอโพสต์มาออกข่าวจนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตทำให้เจ้าของห้องเช่าดังกล่าวเกิดความรู้สึกไม่พอใจ  จึงต้องการที่จะออกมาชี้แจงกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งยังอยากจะให้คนในโลกออนไลน์และคนในสังคมได้ฟังความจริงทั้งสองฝั่งว่าเหตุใดเธอจึงต้องเรียกเก็บค่าปรับสูงถึง 6,000 บาทและที่สำคัญเธอต้องการที่จะมีการดำเนินคดีกับหญิงสาวคนดังกล่าวที่นำเรื่องราวเกี่ยวกับหอพักของเธอไปโพสในโลกออนไลน์เพราะเธอถือว่าวิธีการของหญิงสาวคนนั้นเป็นการทดประกันหอพักของเธอสร้างความเสื่อมเสียให้ตัวเธอและหอพักของเธอเป็นอย่างมากนั่นเอง 

                สำหรับเจ้าของหอเธอยืนยันว่าก่อนที่เธอจะให้คนเช่าได้เข้าไปอยู่อาศัยนี่ในห้องเช่าได้นั้นจะต้องมีการเซ็นสัญญากันก่อนซึ่งในสัญญาจะได้มีการระบุเอาไว้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องของค่าปรับที่ถูกและเก็บโดยเธอยืนยันว่า  ห้องเช่าที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้เป็นห้องที่ทำขึ้นมาใหม่เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนั้นใหม่ทุกชิ้นดังนั้นเมื่อเฟอร์นิเจอร์ได้รับความเสียหายจึงจำเป็นต้องมีการเรียกเก็บค่ามัดจำเป็นค่าปรับ

            และในขนาดนี้เรื่องราวของเธอและห้องเช่าของเธอกำลังเป็นที่วิจารณ์กันอย่างสนุกปากของคนในสังคมออนไลน์ซึ่งเธอเกิดความรู้สึกไม่พอใจอย่างมากและในขณะนี้เธอรู้สึกเครียดและเป็นกังวลมากเพราะเธอเกรงว่าเมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปห้องเช่าของเธออาจจะได้รับผลกระทบมีคนมาเช่าน้อยลงดังนั้นเธอจึงต้องการดำเนินคดีกับหญิงสาวที่นำเรื่องหอพักของเธอไปพบตระการ อีกทั้งเธอยังยืนยันในความถูกต้องของตนเองว่าเงินค่าปรับที่เธอได้เก็บนั้นสมเหตุสมผลแล้ว

 

สนับสนุนโดย    เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1