ลุงขับแท็กซี่วัย 70 ปีเปิดขอรับเงินบริจาค เพราะไม่มีเงินมาเลี้ยงลูกที่พิการ

              เมื่อวันที่ 27 เดือนเมษายนพ.ศ 2563    นายภัคณัฏฐ์ซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ ได้ออกมาเรียกร้องขอรับเงินบริจาคจากประชาชนเนื่องจากว่าตอนนี้มันเองกำลังประสบปัญหาความลำบากเป็นอย่างมากเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องและยังไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าแท็กซี่รายวันที่ต้องเสียวันละ 450 บาทซึ่งปัจจุบันนายพัฒนาตนเองบอกว่าตนเองนั้นมีเงินติดตัวเหลืออยู่แค่เพียง 200 บาทเท่านั้น

ด้วยเหตุการณ์ขอความช่วยเหลือในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อนายภัคณัฏฐ์อายุ 70 ปีเขาเป็นคนจังหวัดนครราชสีมามีอาชีพขับรถแท็กซี่อยู่ในจังหวัดเลยเขาอาศัยอยู่กับลูกวัย 40 ปีแค่เพียงสองคนเท่านั้นแต่ปัญหาของเขาก็คือลูกสาววัย 40 ปีของเขานั้นป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถลุกเดินหรือทำอะไรได้ดังนั้นผู้ที่หาเงินจึงเป็นนายภัคณัฏฐ์เพียงคนเดียว

ซึ่งโดยปกติแล้วเขาจะขับรถแท็กซี่และมีรายได้มาเลี้ยงดูลูกสาวและจ่ายค่าเช่าห้องแต่หลังจากที่ประเทศไทยมีปัญหาการระบาดของไวรัส Corona ก็ทำให้เขาประสบปัญหาหาเงินไม่ได้เหมือนเก่าเพราะไม่มีผู้โดยสารโดยนายภัคณัฏฐ์  ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าเขาได้มีการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5 พันบาทจากรัฐบาลแต่ก็ได้รับการปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าตัวเขาเองนั้น

ไม่เข้าข่ายที่จะรับเงินเยียวยาได้ ซึ่งเขาเองได้มีการส่งเรื่องร้องขอไปอีกครั้งหนึ่งแล้วแต่ก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่ซึ่งยังไม่รู้เลยว่าจะได้เงิน 5000 บาทนั้นหรือไม่แต่ในขณะนี้เขากำลังประสบปัญหาเรื่องของค่ากินค่าใช้จ่ายที่ตอนนี้ไม่มีเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวของเขาตอนนี้มีเงินเหลืออยู่แค่เพียง 200 บาทเท่านั้นซึ่งตอนนี้เขาไม่มีเงินมากพอที่จะไปจ่ายค่าเช่ารถที่เขาต้องเสียค่าเช่าวันละ 450 บาท

ดังนั้นถ้าหากเขาไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าเขาก็จะไม่มีรถไปขับแท็กซี่เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวซึ่งตอนนี้เขาอายุ 70 ปีแล้วแต่ยังต้องดูแลลูกสาวที่ยังป่วยอัมพาตแต่ถ้าหากไม่มีแท็กซี่ไปขับรถหาเงินเขาก็จะไม่มีเงินนำมารักษาลูกสาวที่ป่วยอยู่และไม่มีเงินซื้อของกินของใช้ให้เขาและลูกสาวได้ดำรงชีวิตอีกต่อไป

ดังนั้นเขาจึงต้องมาร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มีใจบุญในช่วงนี้ว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะหาเงินมาจากไหนเลยตอนนี้เขาหวังแต่เพียงว่าเงินเยียวยา 5,000 บาทจากโครงการเราไม่ทิ้งกันจะสามารถช่วยประทังชีวิตให้เขามีชีวิตต่อไปได้ จนกว่าสถานการณ์ของประเทศไทยจะดีขึ้น 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sa gaming ทดลองเล่น

          ประมาณสามทุ่มครึ่งของวันที่ 19 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุเพลิงไหม้แถวถนนติวานนท์ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการติดต่อขอความช่วยเหลือกับทางทีมดับเพลิงและมูลนิธิปอเต็กตึ้งเพื่อเดินทางไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบอุบัติเหตุซึ่งเมื่อไปถึงคอนโดหรูดังกล่าวเป็นคอนโดที่มีความสูงถึง 7 ชั้นด้วยกันส่วนชั้นที่เกิดเพลิงไหม้น้ำอยู่ที่ชั้น 6 ห้อง 623

โดยที่บริเวณนี้มีคอนโดหลายอาคารที่เกิดเหตุนั้นเป็นอาคาร เจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบว่ามีอาการดังกล่าวมีควันลอยออกมาจากชั้น 6 และที่สำคัญด้านล่างของตัวอาคารมีเศษกระจกร่วมอยู่เต็มไปหมดประชาชนที่อาศัยอยู่ในคอนโดดังกล่าวต่างก็พากันวิ่งหนีตายอลหม่านออกมาจากคอนโดทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้มีการทำการดับเพลิงซึ่งใช้เวลาแค่เพียง 15 นาทีเท่านั้น

ก็สามารถดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ได้ต้องใช้รถดับเพลิงถึง 8 คันด้วยการในการดับเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ซึ่งการเกิดไฟไหม้มีครั้งนี้มีผู้อยู่ในเหตุการณ์ได้ให้ข้อมูลที่เป็น ประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เธอมีหนึ่งคนชื่อว่านางสาวนิชาภาเธออยู่ที่ชั้น 6 จะอยู่ห้อง 629 เป็นห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องที่ประสบเหตุในตอนที่เกิดเหตุนั้นเธออยู่ในห้องพอดีขนาดนั้นกำลังทำความสะอาดห้องเธอได้ยินเสียงระเบิดขึ้นเสียงเหมือนคล้ายกับกระจกแตกแต่คิดว่าเป็นเพียงแค่สัตว์ภายในห้องพักของลูกค้าคอนโด

ทำข้าวของเสียหายเท่านั้นจะไม่ได้สนใจอะไรต่อมาไม่นานเธอได้ยินเสียงคนโวยวายหน้าห้องไม่มีการตะโกนว่ามีไฟไหม้เกิดขึ้น  เธอจึงได้เปิดประตูออกไปดูทำให้เห็นว่ามีควันลอยอยู่เต็มไปหมดในชั้น 6 เธอจึงรีบหาผ้าไปชุบน้ำแล้วมาคุมร่างกายพร้อมทั้งนำทรัพย์สินมีค่าวิ่งออกมาจากคอนโดทันทีเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้นั้นคอนโดไม่ได้รับความเสียหายมากเท่าไหร่เพราะสามารถดับไฟได้ทันท่วงที

ซึ่งห้องที่รับความเสียหายมากที่สุดก็คือเกิดเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในนั้นเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ในห้องพักทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการติดตามเจ้าของห้องมาสอบถามข้อมูลอีกทีนึงว่าสาเหตุของผลไม้นั้นเกิดจากอะไรเพื่อที่จะได้มีการดำเนินคดีหากมีการประมาทจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดับไฟไหม้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

เข้าไปดูห้องที่เกิดเหตุเข้าของภายในห้องต่างๆเสียหายเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นโต๊ะหรือเตียงเนื่องจากว่าสะเก็ดไฟมีการร่วงลงมาจากเพดานแล้วลงมาที่เตียงพอดีทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว    

 

 

สนับสนุนโดย  SaGaming สมัครขั้นต่ำเท่าไหร่     

เรื่องนี้นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 นี้เองที่อำเภอหนองแค ซึ้งมีคนขับรถกระบะอยู่ซึ้งตอนนั้นถนนลื้นมากทำให้เกิดอุบัติเหตุซึ้งตอนนั้นมีชาวบ้านมากมายจอดรถและลงจากรถแต่ชาวบ้านกลับไม่ช่วยคนขับรถกระบะแต่กลับวิ่งไปที่รถกระบะเพื่อหยิบและขนถุงที่ใส่ไส้กรอกกลับบ้านไปซึ้งเจ้าของถุงที่มีไส้กรอกอยู่นั้นนั่นก็คือคนที่ขับรถกระบะ ชาวบ้านไม่แม้แต่จะหันไปมองคนขับรถกระบะเลยเอาแต่หยิบของกินขึ้นรถตัวเองอย่างเดียว

ก็เข้าใจนะคะว่าช่วงนี้หลายคนไม่มีอาหารที่จะกินไม่มีเงินที่จะใช้แต่ก็ไม่ควรที่ไร้น้ำใจและไม่ควรหยิบของคนอื่นแบบนี้ ซึ้งได้มีผู้ชายคนหนึ่งเข้าคือคนที่เห็นเหตุการณ์ (แต่ไม่ใช่คนเก็บไส้กรอก) ซึ้งเขาได้บอกไว้ว่าเขานั้นคือคนที่ขับรถเพื่อกลับบ้านตอนนั้นพอดีซึ้งตอนั้นรถติดมากเขาจึงคิดว่าอาจจะมีอุบัติเหตุก็เป็นได้

ซึ้งเขาเมื่อพอขับรถมาได้นิดหนึ่งเขาก็เห็นว่ามีอุบัติเหตุจริงๆซึ้งตอนนั้นเห็นว่าชาวบ้านเก็บไส้กรอกขึ้นมาตนจึงขึ้นว่าสงสัยจะช่วยเก็บลงไปช่วยเก็บบ้างดีกว่าแต่เขาก็ได้ก็เห็นว่าพวกเขานำไส้กรอกไปใส่ที่รถของตัวเองทำให้เขาเห็นว่าไม่มีใครที่จะช่วยคนขับรถเลยและเมื่อไส้กรอกหมดทุกคนก็ไปไม่มีใครที่จะแม้แต่โทรหารถพยาบาลให้เขาเลยซึ้งเขาเองก็เป็นคนที่ช่วยคนขับรถกระบะได้ทันทำให้เขาไม่เสียชีวิตลง

แต่ก็เกือบที่จะเสียชีวิตเลยค่ะ ซึ้งหลังจากที่อาการดีขึ้นก็ต้องหาเงินเพื่อจ่ายค่าเสียหายที่ทำให้ไส้กรอกหายไปค่ะนั่นทำให้ผู้โพสต์ Facebook มีความรู้สึกที่โกรธเป็นอย่างมากที่ชาวบ้านเลือกที่จะไม่ช่วยคนที่เกิดอุบัติเหตุแต่ดำมัวแต่นั่งเจ็บไส้กรอกไปจนหมดแล้วพอถึงเวลาก็ไม่คิดที่แม้แต่จะช่วยที่จะจ่ายให้กับ

ค่าเสียหายที่ไส้กรอกหายไปซึ่งนั่นถือว่าไม่ดีเป็นอย่างมากที่ชาวบ้านเลือกที่จะทำอย่างนั้นดังนั้นขอเตือนกับทุกคนไว้ว่าหากใครก็ตามที่พบเจออุบัติเหตุแบบนี้ก็คงจะสิ้นหวังมากถ้าเกิดไม่มีใครช่วยตื่นมาหลังจากอาการดีขึ้นก็ต้องมานั่งหาเงินเพื่อที่จะชดใช้หนี้จึงอยากให้ทุกคนที่เก็บไส้กรอกไปลองคิดกับตัวเองว่าถ้าเกิดว่าคนที่เป็นคนขับที่รถกระบะคว่ำนั้นคือตัวเราเองแล้วเราจะทำยังไง

ถ้าเกิดว่ามีคนมาเป็นอย่างนั้นที่เอาแต่เก็บไส้กรอกแล้วเก็บของเราที่ตกอยู่ที่พื้นโดยที่ไม่สนใจแม้แต่จะมองเรา

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020