เพื่อนบ้านนั้นสุดจะทนเพราะว่าในบ้านหลังที่เกิดเหตุนั้นมีกลิ่นที่เหม็นมานานเป็นอาทิตย์จนต้องเข้าแจ้งเจ้าของบ้านเพื่อที่จะให้มาตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวจากที่เจ้าของบ้านมานั้นก็ได้เห็นว่าคนมาที่บ้าที่เธอนั้นได้ปล่อยให้เช่า  โดยที่ชุดสอบสวนด้วยจากนั้นเมื่อเธอเปิดบ้านเข้าไปนั้นถึงกลับต้องผวาออกมาเพราะว่าเจอศพที่นอนอยู่ที่ชั้นล่าง 

แต่ว่ากลับแปลกใจว่าทำไมศพนั้นจึงถูกว่าจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ  และก็มีผ้าห่ม  รวมทั้งแป้งนั้นโรยอยู่ที่ตัวศพอีกทั้งบ้านช่องนั้นดูสะอาดเหมือนกับว่ามีคนนั้นอยู่ดูแลเรื่องความสะอาด 

จนเจ้าที่ขึ้นไปชั้นสองนั้นกลับไปไม่เจออะไรที่ผิดปกติ  จากนั้นก็ได้เดินดูรอบบ้าไปเปิดที่ห้องครัวถึงกับตกใจเพราะว่าเจอผู้หญิงสามคนนั้นนั่งกันอยู่กอดกันร้องไห้  จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้พาตัวไปสืบหาข้อมูลว่าเป็นเพราะว่าทำไมว่ามีคนตายกลับไม่ไปแจ้งอะไรเลย  

       เมื่อวันที่เกิดเหตุนั้นมีเพื่อนบ้านที่ถัดออกไปอีกสองหลังนั้นได้รู้สึกว่ามีกลิ่นอะไรที่เหม็นอย่างมากนามมาเป็นอาทิตย์และก็เริ่มที่จะมีกลิ่นที่มากขึ้นนั่นเอง  จากนั้นเธอก็ได้โทรไปแจ้งเจ้าของบ้านให้มาดูเพราะว่าส่วนตัวเธอนั้นไม่รู้ว่าใครเป็นอยู่อาศัยเพราะว่ารู้แต่ว่ามีคนอยู่ประมาณสามสี่คนนั่นเอง  จากนั้นก็ได้ส่งสายสืบลงไปสืบว่าผู้ที่เสียชีวิตนั้นเป็นชายอายุ 62 ปี

เป็นคนจังหวัดอยุธยา  และทางเจ้าหน้าที่นั้นก็ได้ถามผู้หญิงหนึ่งในสามคนนั้นได้บอกว่าศพที่ตายนั้นเป็นคนที่ดูแลเธอนั่นเองแต่ว่าในระหว่างที่เขานั้นเสียชีวิตนั้นได้บอกกับเธอว่าจะไปนอนพักจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเสียเมื่อไหร่หน้าจะประมาณหนึ่งอาทิตย์  จากการที่ถามนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในช่วงของการตกใจ  พูดจาไม่รู้เรื่องนั่นเองจากนั้นก็ได้ส่งให้เธอนั้นไปสงบสติอารมณ์ก่อนที่เรานั้นจะนำเธอมาสอบสวนใหม่นั่นเอง  

     ทางเพื่อนบ้านที่เป็นคนไปแจ้งให้เจ้าของบ้านนั้นมาดูเพราะว่าเธอนั้นได้อยู่ห่างออกไปสองหลังเธอบอกว่าได้กลิ่นมาเป็นอาทิตย์แล้ว  แต่ว่าไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นได้แต่เห็นว่ามีคนเข้าออกบ้านอยู่เท่านั้นเอง  แต่ว่าวันที่โทรไปแจ้วเจ้าของบ้านนั้นรู้สึกว่ากลิ่นเริ่มที่จะเหม็นมากขึ้นนั่นเองก็เลยไปไปบอกให้เข้ามาด๔ว่าในบ้านนั้นมีอะไรหรือเปล่า  จนมารู้อีกทีว่ามีคนตายอยู่ในบ้านนั่นเอง ที่ส่งกลิ่นที่เหม็น 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet

ญาติสงสัยน้องสาวถูกทำร้ายเพราะมีร่องรอยที่คอและแขน แถมท่อนร่างยังเปลือยแต่ตำรวจบอกว่าล้มหัวฟาดพื้น

      ที่จังหวัดนครปฐมไม่มีหญิงสาวคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพในตอนที่มีคนเข้าไปพบหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่ในอาการหายใจรวยรินนอนอยู่ตรงระเบียงห้องพักสภาพไม่ได้สวมใส่กางเกงและศีรษะมีร่องรอยการโดนของแข็งทุบ  และเมื่อส่งตัวไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้เพียงไม่เกินอาทิตย์หญิงสาวคนดังกล่าวก็เสียชีวิตลงทำให้ญาติทั้งแม่และพี่สาวของผู้เสียชีวิตต่างก็สงสัยในสาเหตุการตาย

เนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตอาจจะล้มตรงระเบียงแล้วหัวไปฟาดพื้นจึงทำให้เสียชีวิตขอจากการจะสูดตามร่างกายแล้วไม่มีรอยนิ้วมือของคนร้ายและไม่มีร่องรอยการถูกข่มขืนใดๆรวมถึงทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตก็ยังคงอยู่ในห้องครบไม่มีร่องรอยการหรือคนแต่อย่างใด 

แต่ในขณะเดียวกันหนังพี่สาวของผู้เสียชีวิตกลับมั่นใจว่าน้องสาวของตนเองถูกคนร้ายเข้าไปทำร้ายหวังที่จะข่มขืนเพราะไม่เช่นนั้นทำไมน้องสาวของตนเองถึงท่อนล่างเปลือยและถึงแม้จะไม่มีร่องรอยการข่มขืนแต่ก็พบว่ามีพยานได้ยินเสียงชายหญิงทะเลาะกันในช่วงกลางดึกช่วงประมาณตี 2 ถึงตี 3 ซึ่งยังมีคนโทรเข้าไปแจ้งเจ้าของหอพักให้เจ้าของหอโทรเข้ามาคุยกับน้องสาวเพราะมีการคุยกันเสียงดัง

แต่เมื่อเจ้าของหอโทรมาหาน้องสาวกลับไม่มีคนรับสายและที่ทำให้รู้ว่าน้องสาวถูกทำร้ายก็เพราะว่าเพื่อนของน้องสาวติดต่อน้องสาวของตนเองไม่ได้โทรไปแล้วไม่มีคนรับจึงได้เดินทางมาหาที่ห้องพักแต่เมื่อเคาะประตูเรียกแล้วไม่มีคนเปิดจึงได้แจ้งให้เจ้าของหอพักมาทำการไขกุญแจเปิดให้เมื่อเปิดเข้าไปจึงพบว่าน้องสาวของตัวเอง

โดนถูกทำร้ายนอนหายใจรวยรินอยู่ตรงระเบียงห้องพักจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่คุณหมอแจ้งว่าพามารักษาช้าไปเพราะมีอาการเลือดคั่งในสมองอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลได้ไม่กี่วันน้องสาวของตนเองก็เสียชีวิตซึ่งพี่สาวของผู้เสียชีวิตเองให้การว่าชื่อว่าน่าจะมีคนเข้าไปทำร้ายน้องสาวและตนเองสงสัยช่างทาสีที่ทาสีอยู่ใกล้

แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่จะไปเอาผิดได้ซึ่งต้องขอความเห็นใจให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบและสอบใหม่อีกครั้งหนึ่งพี่สาวต้องการให้คนร้ายถูกดำเนินคดีให้ได้ซึ่งในขณะนี้เองแม่ของผู้เสียชีวิตเองก็เสียใจต่อการจากไปของลูกสาวและยังไม่สามารถทำใจหรือให้สัมภาษณ์กับนักข่าวใดๆได้ ส่วนหลายคนให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของหอพักนั้น

สรุปว่ากล้องวงจรปิดของหอพักเสียไม่สามารถตรวจได้แต่ยืนยันได้ว่าในวันเกิดเหตุพบว่ามีรอยเท้าอยู่ 1 จุดซึ่งน่าจะเป็นหลักฐานได้ดีว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในห้องของน้องสาวของตนเอง 

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub มือถือ

        จากกรณีที่พบศพหญิงดาราอายุประมาณ 60 9 ปีนอนเสียชีวิตภายในบ้านพักของตนเองโดยสภาพถูกคนร้ายตีด้วยของแข็งและมีร่องรอยการถูกรัดคอซึ่งทางลูกสาวผู้ตายไปให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นสามีใหม่ของแม่เพราะลูกสาวมักจะเห็นว่าสามีใหม่กับแม่มักจะมีเรื่องทะเลาะกับดีกันอยู่เป็นประจำ

ถ้าหากสามีใหม่ของแม่กินเหล้าเมาและยังเคยมีปัญหาว่าสามีใหม่ของแม่จะเข้ามาข่มขืนลูกสาวก็คือตัวของเธอเองซึ่งเมื่อ 10 วันก่อนเพิ่งไปทำการแจ้งความที่สถานีตำรวจบันทึกไว้เป็นหลักฐานเอาไว้หลังจากนั้นแม่ก็ได้ขับไล่สามีออกจากบ้านแต่สามีใหม่ของแม่ยังคงวงเวียนใบงอนแม่อยู่เป็นประจำซึ่งในวันเกิดเหตุทางด้านลูกสาวและออกไปทำงานไม่อยู่บ้านเกิดว่าสามีใหม่น่าจะกลับมาง้อผู้เสียชีวิตอีกครั้ง

แต่อาจจะมีปากเสียงกันจึงทำให้เกิดเหตุฆ่ากันตายขึ้น เพราะ หลังจากที่เกิดเหตุสามีใหม่ของผู้เสียชีวิตก็ได้หายตัวไปทางเจ้าหน้าที่จึงได้เรื่องออกตามตัวจนในที่สุดก็สามารถตามตัวผู้ก่อเหตุที่ทำร้ายหญิงชรามาได้แล้วซึ่งก็เป็นไปตามคาดว่าเป็นสามีใหม่ของอินทราเล่นเองเลยเขาให้การรับสารภาพว่าในวันเกิดเหตุขณะที่เขากำลังนั่งกินเหล้าอยู่ที่หน้าบ้านหญิงชราได้เดินมาขอเงิน

เพื่อจะนำไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟแต่เนื่องจากเขาไม่มีทำให้เกิดมีปากเสียงกันขึ้นและด้วยความเมาเขาจึงได้ใช้เสียงปีที่ใบหน้าของหญิงชราจนล้มลงหลังจากนั้นก็ตีไปอีกหลายครั้งจนเห็นว่าหญิงชราหน้านิ่งแล้วจึงได้เอาผ้ามามัดคอหญิงชราจนถึงแก่ความตายหลังจากนั้นจึงลากศพเข้าไปในบ้านทำความสะอาดเนื้อตัวของหญิงชราแล้ว

ทาแป้งให้โดยทำลักษณะให้เหมือนกับว่าหญิงชราล้มที่หน้าห้องน้ำแล้วเสียชีวิตเองแต่เมื่อลูกสาวของหญิงชรากลับมาเธอก็มาโวยวายจนทำให้ตนเองตกใจจึงได้วิ่งหนีออกไปแต่ด้วยความหิวจึงได้ย้อนกลับมาเอาของกินที่บ้านจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้

     ซึ่งเมื่อนักข่าวไปสอบถามเพื่อนของคนร้ายก็ได้ความว่าโดยปกติแล้วคนร้ายจะมีคนนิสัยดี  แต่ถ้ากินเหล้าเข้าไปเมื่อไหร่นิสัยก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่งเลยจะมีนิสัยชอบปากเสียและพูดมากจึงทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกับผู้เสียชีวิตอยู่เป็นประจำซึ่งล่าสุดก็เลยมีการทะเลาะกับทางหญิงชราผู้ที่เสียชีวิตเจ้าหญิงชราไม่ให้เข้าบ้านส่วนสาเหตุที่เกิดมาจากว่าจะไปข่มขืนลูกสาวของหญิงชรา

หรือไม่นั้นไม่มีใครรู้ความจริงแต่ก็อาจจะเป็นไปได้เพราะว่าสร้างมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีการไปแจ้งความทิ้งเอาไว้สำหรับศพของหญิงชรานั้นเมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้มีการชันสูตรพลิกศพดูพบว่าภายในบริเวณช่องปากมีการนำเหรียญไปใส่เอาไว้ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นการทำพิธีทางไสยศาสตร์อย่างหนึ่ง 

 

 

สนับสนุนโดย    ufabet

แพทย์ป่วยติดเชื้อไวรัส กระทรวงสาธารณสุขประกาศพบแพทย์ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเพิ่มขึ้นอีก 2 คน 

      แพทย์ป่วยติดเชื้อไวรัส ตามที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาประกาศจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในแต่ละวันนั้นหนึ่งในนั้นมีนายแพทย์ที่ทำการรักษาผู้ป่วยจำนวน 2 คนได้รับการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าด้วยซึ่งจากการสอบถามนายแพทย์ทั้งสองคนต่างให้ข้อมูลว่าการติดเชื้อน่าจะมีสาเหตุมาจากการติดมาจากคนไข้ที่มารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเพราะนายแพทย์คนแรกทำงานอยู่ในห้องผ่าตัดอยู่ตลอดเวลาต้องเจอกับคนไข้แล้วก็ผู้ช่วยพยาบาลต่างๆซึ่งก็ไม่ได้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศหรือมีญาติคนไหนของเขาที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเลย

ดังนั้นถ้าจากการซักประวัติสอบถามข้อมูลการทำงานและการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆแล้วก็สาเหตุของการติดเชื้อน่าจะมาจากตัวคนไข้ที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วไม่ได้มีการแจ้งกลับทางโรงพยาบาลว่าตัวเองติดเชื้อแล้วเข้ามารับการรักษาส่งผลให้เชื้อไวรัสโคโรน่าแพร่เข้าสู่คุณหมอที่เป็นผู้รักษาได้ซึ่งในขณะนี้ได้มีการซักประวัติสอบถามถึงการติดต่อว่านายแพทย์ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าคนแรกนี้มีการพูดคุยหรือติดต่อกับใครนั่งใกล้ใคร

โดยทั้งนี้มีการพบว่าอาจจะมีคนที่เสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสและหน้าต่างคนแรกนี้ประมาณ 15 คนจึงได้มีการกักตัวให้อยู่แต่ในบ้านเพื่อรอดูอาการก่อนส่วนนายแพทย์มีการส่งเข้าไปรักษาตัวสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสมรณะเรียบร้อยแล้วและนายแพทย์คนที่ 2 เมื่อมีการสอบถามประวัติสาเหตุของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าพบว่ามีการรักษาคนไข้คนหนึ่ง

ซึ่งทางผู้ป่วยเองไม่ได้มีการบอกกับทางคุณหมอหรือทางโรงพยาบาลมาก่อนว่าสามีของคนไข้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าทำให้คุณหมอติดมาจากสามีของคนไข้ที่มาคอยเฝ้าอาการของคนไข้ในโรงพยาบาลนั่นเองทั้งนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการประกาศขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนเวลาที่เข้าไปรักษาพยาบาลตามโรงพยาบาลต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนขอให้ความร่วมมือในการสอบประวัติเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ตนเองจะมีในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่คุณหมอจะได้มีการประเมินและระวังตัวในการที่จะรักษาคนไข้

เพราะคุณหมอเองก็มีครอบครัวที่จะต้องดูแลและทุกคนก็รักชีวิตของตนเองเช่นเดียวกันค่ะคุณหมอ 1 คนป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาเราก็จะขาดบุคลากรที่จะสามารถรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรน่าได้อีกหลายชีวิตเลยทีเดียวดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสควรหน้าไปสู่ผู้อื่นคิดว่าตนเองอาจจะอยู่ใกล้ผู้คนที่มีความเสี่ยงที่จะติดไวรัสโคโรน่าควบคุมจะมีการกักตัวเองอยู่

แต่ในบริเวณบ้านมีความจำเป็นที่จะต้องออกมานอกบ้านควรพยายามทำตัวให้ห่างจากผู้อื่นอยู่ประมาณ 2 เมตรและที่สำคัญหากไปใช้บริการตามสถานพยาบาลต่างๆควรจะต้องมีการบอกกล่าวทางโรงพยาบาลแล้วคุณบอกไปทางโรงพยาบาลและคุณหมอทราบว่าตนเองมีการคลุกคลีอยู่กับคนในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่โดยปกติแล้วทางโรงพยาบาลเขาจะมีแบบฟอร์มให้กรอกอยู่แล้วดังนั้นประชาชนควรจะให้ความร่วมมือออกข้อมูลที่ถูกต้องลดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Ufa168 ฝาก

    บุกเข้าบ้านเด็กวัย 5 ขวบ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความจากเจ้าของบ้านหลังหนึ่งว่าพี่ชายโรคจิตคนหนึ่งบุกเข้าไปในบ้านและหวังข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวของเขาไว้เพียงแค่ 4 ขวบซึ่งตอนนี้ได้จับตัวคนร้ายเอาไว้ได้แล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงไปยังบ้านที่เกิดเหตุดังกล่าวแล้วหาข้อมูลหลักฐานเพื่อนำมาประกอบการจับกุมคนร้าย

ซึ่งทางพ่อของเด็กหญิงวัย 4 ขวบได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในวันเกิดเหตุดังกล่าวเป็นช่วงเวลาประมาณ 17:30 นซึ่งตัวของพ่อเองนั้นออกไปทำงานนอกบ้านลูกสาววัย 4 ขวบกินอยู่กับแม่ซึ่งในขณะนั้นแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ในบ้าน โดยช่วงเวลาที่ชายโรคจิตมาอยู่ที่หน้าบ้านนั้นเด็กหญิงวัย 4 ขวบเข้าใจว่าเป็นบุรุษไปรษณีย์มาส่งของเธอจึงตะโกนบอกแม่ของเธอว่าเธอจะไปรับของที่ไปรษณีย์เองและเมื่อเธอเดินออกไปนายมงคลซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงวัย 4 ขวบก็ได้เดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านพร้อมกับอุ้มเด็กหญิงเข้ามาในบ้านซึ่งในพื้นที่บ้านหลัง

ดังกล่าวนั้นจะมีบ้านหลังหนึ่งซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่และคนงานไม่ได้อยู่ในบ้านนายมงคลจึงได้อุ้มเด็กหญิงเข้าไปในบ้านหวังจะข่มขืนแต่หน้าจากหน้าต่างบ้านยังไม่สามารถปิดได้เพราะยังสร้างไม่เสร็จในมงคลจึงได้อุ้มเด็กนอนลงกับพื้นกำลังถอดกางเกงของตนเองและของเด็กก็ผลปรากฏว่าแม่ของเด็กเห็นว่าเด็กหายไปนานจึงได้ตะโกนเรียกและออกตามหาจึงมาพบว่าลูกสาวกำลังจะถูก

นายมงคลข่มขืน เธอจะได้ร้องโวยวายเมื่อ นายมงคลเห็นดังนั้นจึงได้วิ่งหนีออกไปโดยสวนทางกับพ่อของเด็กที่พึ่งเลิกงานกำลังกลับเข้ามาในบ้านแม่ของเด็กจึงได้ตะโกนบอกให้พ่อของเด็กจับตัวคนร้ายเอาไว้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ความตื่นตกใจให้กับเด็กเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าเด็กจะยังไม่ถูกข่มขืนแต่ก็เกิดความหวาดกลัวที่จะเห็นคนแปลกหน้าตอนนี้เด็กมีอาการตื่นเมื่อมีคนแปลกหน้ามาอยู่ใกล้ๆ

ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่รู้สึกสงสารลูกของตนเองเป็นอย่างมากและเบื้องต้นจากการที่เจ้าหน้าที่มีการสอบสวนนายมงคลที่เป็นผู้ก่อเหตุได้ความว่า ตนเองเข้าไปในบ้านเพียงเพราะต้องการจะขอรับซื้อของเก่าเท่านั้นแต่พ่อของเด็กหญิงผู้เสียหายไม่เชื่อคำให้การของนายมงคลเนื่องจากว่าไม่มีรถที่จะเป็นรถแสดงถึงการรับซื้อของเก่า

แต่อย่างใดรวมถึงมีข้อมูลจากทางเพื่อนบ้านได้บอกว่าเคยเห็นนายมงคลขับรถวนเวียนเข้ามาในหมู่บ้านหลายวันแล้วเส้นคาดการณ์กันว่า นายมงคลอาจจะขี่รถเลาะเข้ามาภายในหมู่บ้านเพื่อต้องการมามองหาเหยื่อประจวบเหมาะกับลูกสาวของตนเองเปิดประตูออกมาเจอนายมงคลพอดีจึงทำให้ลูกสาวของตนเองทุ่มไป

เพื่อจะนำตัวไปข่มขืนแต่โชคยังดีที่แม่ของเด็กมาเห็นเสียก่อนทำให้ลูกยังไม่ถูกข่มขืน เบื้องต้นจากประวัติที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบมาพบว่านายมงคลเคยมีคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กมาแล้วและคาดว่าครั้งนี้ก็จะมาทำเหมือนเดิมอีก 

 

งูเหลือมยาว 7 เมตร หญิงวัยกลางคน ถูกฉกหวังกินเป็นอาหารสุดท้ายงูใหญ่แพ้หญิงวัย 50 ปี

           เมื่อวันที่ 7 เดือนเมษายนปี 2563  ที่เว็บไซต์ข่าวของประเทศอินโดนีเซียได้มีการรายงาน ข่าวว่า นาง นียา หญิงชาวอินโดนีเซียอยู่ 50 ปีได้ถูกหวยธรรมดาร้ายเดือยงูตัวดังกล่าวเป็นงูเหลือมขนาดใหญ่ยักษ์มีความยาวถึง 7 เมตรด้วยกันซึ่งมันพุ่งเข้าทำลายและล่างนางนียา

โดยเธอได้ทำการต่อสู้ขัดขืนยอมทั้งตะโกนขอความช่วยเหลือซึ่งในขณะนั้นเองลูกทั้งสองคนของเธอได้เดินนำหน้าเธอไม่ไกลจากเธอมากนักทำให้ได้ยินเสียงนางนียาร้องขอความช่วยเหลือ 

  และเมื่อเขาทั้งสองคนหันมาเห็นนางนียาก็พบว่านางมียากำลังถูกงูเหลือมตัวใหญ่ยักษ์พันรอบตัวอยู่    ดังนั้นรูปคนหนึ่งจึงได้วิ่งเข้ามาช่วยเหลือนางนียาพยายามแกะเอางูออกส่วนลูกอีกคนนึงก็วิ่งไปขอความช่วยเหลือกับคนในหมู่บ้านให้มาช่วยเหลือนางนียาที่กำลังถูกงูเหลือมรัด

อยู่ในขณะนี้ ซึ่งในที่สุดแล้วเธอก็สามารถเอาชีวิตรอดจากเจ้างูยักษ์ตัวนั้นได้รวมถึงแทนที่เจ้าอยากจะได้กินมนุษย์มันกลับโดนมนุษย์ฆ่าตายซะเอง 

        เหตุการณ์ที่สร้างความตระหนกตกใจในครั้งนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านบุหงี จังหวัดสุลาเวซี ของประเทศอินโดนีเซียซึ่งหญิงสาวที่เขาเล่าให้ฟังว่าในช่วงเช้ามืดจะเดินทางไปทำงานในสวนกับลูกๆทั้งสองคนของเธอหลังจากที่ทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอและลูกๆก็พากันกลับบ้านโดยลูกๆทั้งสองคนเดินนำหน้าและเธอเดินตามหลังแต่ระหว่างทางที่กำลังจะกลับถึงบ้านนั้น

เธอก็ถูกต้องอยู่นั้นทำร้ายซึ่งลูกของเธอก็ให้การตรงกันว่าระหว่างที่เดินทางกลับบ้านนั้นอยู่ๆก็ได้ยินเสียงแม่ของเขาตระกูลร้องโวยวายพวกเขาจึงได้ทำการวิ่งกลับมาดูก็พบว่าแม่ของเขากำลังถูกงูตัวมารัดตัวอยู่พวกเขาจึงได้ช่วยกันแซะเอางูออกจากตัวแม่ของเขาแต่ก็ปรากฏว่าสู้แรงไม่ได้ลูกชายคนนึงจะได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือกับชาวบ้านไปช่วยกันมาเอาออกจากแม่

ซึ่งระหว่างที่รอความช่วยเหลือจากชาวบ้านนั้นนานมียาเองก็พยายามต่อสู้กับเจ้างูร้ายเต็มที่จนในที่สุดก็สามารถเอาชนะมันได้ปัจจุบันนางนียาถูกส่งไปรักษาตัวที่ได้รับการบาดเจ็บจากการถูกงูกัดที่โรงพยาบาลซึ่งพบว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมากตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว 

        ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีงูข้างและมูลส่วนใหญ่ก็เป็นงูขนาดใหญ่และบางครั้งก็เป็นงูที่มีพิษร้ายแรงซึ่งเรามักจะเห็นตามข่าวบ่อยๆเกี่ยวกับงูที่มักจะออกมาทำร้ายคนสำหรับประเทศไทยเองในช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่มีงูชุกชุมเช่นเดียวกันซึ่งตามหมู่บ้านก็มักจะมีงูเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านรวมถึงในห้องน้ำหรือในชักโครกก็มักจะมีงูไม่ว่าจะเป็นงูมีพิษหรือพวกงูเหลือมก็มักจะแอบเข้าไปอาศัย

และแอบทำร้ายคนที่เป็นเจ้าของบ้านอยู่บ่อยครั้งดังนั้นควรระมัดระวังตนเองให้ดีอย่างการเข้าห้องน้ำก็ควรจะมีการปิดฝาชักโครกให้เรียบร้อยและก่อนที่จะเข้าใช้บริการก็ควรจะมีการกดชักโครกก่อน 1 ครั้งเพื่อให้งูมันรู้ตัวแล้วให้มันหนีไปก่อนจะได้ไม่ได้งูทำร้าย 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

    อาถรรพ์ต้นหว้า ที่จังหวัดชลบุรีตรงข้ามกับหมู่บ้านเจริญสินธานี  เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านแถวชุมชนหมู่บ้านเจริญสินธานีว่ามีคนมาผูกคอตายตรงสนามตะกร้อซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านโดยเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยเดินทางไปถึงต่างก็พากันตกใจเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าต้นไม้ต้นดังกล่าวเป็นต้นว่าซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมา 20 กว่าปีแล้วแต่ที่ทำให้ทำกู้ภัยและตำรวจตกใจนั่นก็คือมีเหตุการณ์ผูกคอตายที่ต้นว่าต้นนี้มาแล้วก่อนหน้านี้ถึง 2 ครั้ง

และที่สำคัญบริเวณที่ผู้เสียชีวิตมักจะผูกคอตายนั้นจะเป็นกิ่งของต้นว่านับจากด้านล่างขึ้นด้านบนเป็นสิ่งที่ 2 ซึ่งทั้ง 3 ศพที่ผูกคอนั้นผูกคอตายสิ่งเดียวกันทั้ง 3 ศพจึงทำให้ทั้งกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงชาวบ้านที่มาดูศพต่างพากันตกใจเกรงว่าต้นว่าต้นนี้จะมีอาถรรพ์เนื่องจากว่ามีคนมาฆ่าตัวตายที่ต้นว่าต้นนี้ปีละคน

สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นเป็นหญิงสาวชาวกัมพูชาอายุประมาณ 49 ปีซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสำรวจสอบแล้วไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใดจึงคาดว่าไม่น่าจะใช่เหตุการณ์ฆาตกรรมแต่น่าจะเป็นการเสียชีวิตเพราะตั้งใจมาผูกคอตายด้วยตนเองเนื่องจากใช้เชือกไนลอนสีขาวผูกกับกิ่งไม้และจากสภาพศพพบว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง

โดยคนที่พบศพคนแรกนั้นเป็นชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นเดินผ่านมาตรงสนามตะกร้อและได้มีการมองไปทางต้นหว้า ทำให้มองเห็นศพห้อยอยู่จึงได้ประสานงานแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งชาวบ้านบอกว่าก่อนหน้านี้ก็มีคนผูกคอตายเช่นเดียวกันเป็นผู้ชายซึ่งทั้ง 3 ศพที่ผูกคอตายนั้นเป็นชาวกัมพูชาแทบทั้งสิ้นหลายคนจึงเชื่อกันว่าน่าจะเป็นอาถรรพ์ของต้นว่าที่นี่มักจะมาเอาชีวิตชาวกัมพูชาทุกคน

จึงลงความเห็นกันว่าเมื่อทางเจ้าหน้าที่นำศพออกไปแล้วอาจจะมีการประสานงานกับทางเจ้าของที่ทำบุญให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วแถวบริเวณต้นว่าต้นนี้รวมถึงอาจจะต้องมีการขอความร่วมมือเจ้าของที่ขอตัดต้นว่าทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นมาแขวนคอตายที่นี่อีก

     สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นมีสามีและลูกซึ่งมีการเช่าห้องพักอยู่ใกล้ๆกับหมู่บ้านเจริญสินธานีซึ่งสามีและลูกให้การตรงกันว่าช่วงประมาณเวลาตี 4 ของเมื่อวันที่ 9 เมษายนปีพศ. 2563 ได้มีคนมาเคาะที่หน้าห้องและมีการชวนผู้ตายออกไปนอกห้องหลังจากนั้นทางผู้ตายก็เดินมาบอกสามีกับลูกว่าจะออกไปซื้อของซึ่งหลังจากออกไปนานสามีและลูกจึงได้ออกตามหาเนื่องจากแปลกใจว่าออกไปตั้งแต่ 4:00

แล้วยังไม่กลับเข้ามาสักทีแต่ตามหาอยู่นานก็ไม่พบจนมีคนเดินมาบอกว่ามีคนพบศพภรรยาผูกคอตายอยู่ใต้ต้นว่าทั้งนี้ทั้งสามีและลูกยืนยันว่าทั้ง 3 คนไม่ได้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างไรรวมถึงไม่ได้มีปัญหาหรือเรื่องเครียดแต่อย่างใดโดยชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงก็ยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่เคยเห็นคนในครอบครัวนี้มีการทะเลาะกันดังนั้นจึงเชื่อว่าอาจจะเกิดจากอาถรรพ์ของต้นไม้มากกว่า 

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

           สัตวแพทย์โพสต์ถูกตำรวจจับ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในขณะนี้ประเทศไทยมีการประกาศ  พรก. ฉุกเฉินเกี่ยวกับเรื่องของการเดินทางว่าห้ามประชาชนทุกจังหวัดเดินทางออกนอกบ้านหลังเวลา 10:00 นเป็นต้นไปและจะสามารถออกจากบ้านได้อีกครั้งหนึ่งตั้งแต่เวลา 04:00 นซึ่งผู้ที่จะสามารถออกช่วงเวลาที่มีการควบคุมเวลานี้ได้จะต้องเป็นแพทย์และพยาบาลที่มีหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยหรือต้องทำงานเกี่ยวข้องกับโควิด-19 เท่านั้น

แต่เมื่อวันที่ 7 เดือนเมษายนปีพศ 2563 ที่ผ่านมาได้มีนายแพทย์หนุ่มคนหนึ่งชื่อว่าหมอบอยได้ออกมาโพสต์ผ่าน Facebook ส่วนตัวของตนเองโดยมีการโพสต์เรื่องราวที่ทำให้ตัวเองรู้สึกเสียใจเกี่ยวกับวิชาชีพที่ตนเองทำอยู่เนื่องจากหมอบอยมีอาชีพเป็นสัตวแพทย์ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเกี่ยวกับสัตว์ที่จังหวัดสมุทรสาครเลยบ่ได้เล่าเรื่องราวผ่าน Facebook ของตนเองว่าช่วงนี้คืนของวันที่ 7 เมษายนช่วงเวลาประมาณ 21:00

ได้มีชาวบ้านนำแมวตัวหนึ่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยบอกว่าแมวดังกล่าวเป็นแมวจรจัดชาวบ้านเห็นว่าถูกหมากัดและได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งแมวมีอาการบาดเจ็บหลายที่รวมถึงบาดเจ็บที่ตาโดยตาของแมวถลนออกมานอกบ้านเราทำให้นายแพทย์หนุ่มจำเป็นต้องรับตัวแมวเอาไว้รักษาอย่างเร่งด่วน

เพราะไม่ฉะนั้นแมวก็จะเสียชีวิตได้ซึ่งได้มีการใช้ระยะเวลาในการรักษาแมวจนถึงเกือบเวลา 22:00 นหลังจากนั้นหมอบอยก็มีการเดินทางกลับที่พักแต่ระหว่างทางได้มีการแวะซื้อกับข้าวเพื่อจะกลับไปกินยังที่พักด้วยโดยหมอบอยได้กล่าวว่าระหว่างที่ขับรถใกล้จะถึงบ้านพักนั้นได้เจอด่านของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจ เคอร์ฟิวแล้วเมื่อคุณหมอได้มีการแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเหตุผลที่กลับบ้านล่าช้าว่าอยู่รักษาสัตว์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ให้เหตุผลในการจับกุมในครั้งนี้ว่าอาชีพของสัตวแพทย์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรักษาไวรัสโคโรน่า

ซึ่งไม่อยู่ในกลุ่มแพทย์ทำให้หมอบอยไม่ได้รับการยกเว้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการควบคุมตัวหมอบอยไปขังคุกเป็นเวลา 1 คืนจะลงเช้าแฟนของน้องชายจึงได้เดินทางมาประกันตัวและพิธีการจ่ายเงินค่าประกันตัวไปทั้งหมด 4,000 บาททำให้หมอบอยรู้สึกเสียใจเกี่ยวกับวิชาชีพของตนเองว่าการเป็นสัตวแพทย์ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงไม่อนุโลมให้และยังบอกว่าไม่ได้เป็นบุคคลทางการแพทย์โดยหมอบอยได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าหากย้อนเวลากลับไปได้แล้ว

ยังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อยู่หมอบอยก็จะทำเหมือนเดิมคือต้องอยู่รักษาสัตว์ให้เรียบร้อยก่อนถึงจะเดินทางกลับบ้านพักจะไม่มีทางปล่อยให้สัตว์ต้องเสียชีวิตหรือทิ้งไว้อย่างนั้นอย่างเด็ดขาดซึ่งหลังจากที่เรื่องราวของหมอบอยได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีผู้คนเข้ามาแสดงความเห็นใจหมอบอยกันเป็นจำนวนมาก

      โดยเรื่องนี้หมอบอยก็ได้ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าควรจะมีการแยกแยะและคัดกรองรวมถึงฟังเหตุผลของผู้ที่เดินทางกลับล่าช้าในช่วงเคอร์ฟิวว่าเขามีเหตุผลสำคัญอะไรหรือไม่ 

 

 

ขอขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย   gclub online ผ่านเว็บ

หลอกนายจ้าง เดือนร้อนกันทั้งบริษัทเหตุเพราะชายคนหนึ่งอยากได้วันหยุดพักผ่อนนานๆ จึงหลอกนายจ้างว่าติดโควิด -19

        หลอกนายจ้าง ชายหนุ่มคนหนึ่งฉลาดแกมโกง จัดทำเอกสารปลอมขึ้นมาเพื่อหวังตบตาที่บริษัทว่าตัวเองน้ันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพียงเพราะอยากให้ตัวเองได้หยุดพักผ่อนอยู่บ้านยาวยาว ทำเอาวุ่นวายกันทั้งบริษัทแถมลูกยังต้องอายเพื่อนที่โรงเรียนถึงการกระทำของเขาในครั้งนี้ สุดท้ายได้พักผ่อนยาวยาวในคุกฐานปลอมแปลงเอกสารและให้ข้อมูลเท็จกับรัฐ

       เหตุการในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากว่า  มีผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่า  เจฟฟรีย์ ทราวิส ลอง   อายุราวๆ 30 ปีซึ่งเขาทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในแผนก Call Center และเนื่องด้วยปัจจุบันสถานการณ์ที่รัฐอเมริกาเกี่ยวกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ามีอย่างแพร่หลายและรุนแรง  ตัวของนายเจฟฟรีย์ ทราวิส ลอง ก็อยากจะได้หยุดเหมือนกับคนอื่นเขาบ้างจึงได้วางแผนหลอกลวงบริษัทด้วยการปลอมแปลงเอกสารจากทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยู่ทางนอร์ธ  แคโรไลนาอยู่ในเอกสารระบุว่าก็มีการไปทำการตรวจสอบหาเชื้อไวรัสโคโรน่า

และพบว่าเขาเป็นผู้ติดเชื้อคนหนึ่งซึ่งทางบริษัทของเขาได้รับเอกสารซึ่งอนุญาตให้เขาหยุดพักผ่อนเพื่อไปรักษาตัวที่สำคัญเหนืออื่นใดทางบริษัทต้องให้พนักงานคนอื่นที่ทำงานแผนกเดียวกันกับเขาหยุดด้วยถึง 5 วันเพื่อที่จะได้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในสถานที่ทำงานและความแตกเมื่อทางบริษัทของนายเจฟฟรีย์ ทราวิส ลอง ไม่มีการส่งเอกสารของเขาแจ้งไปยังทางสำนักงาน สปราร์ตันเบอร์ดเพื่อแจ้งให้หน่วยงานรัฐทราบว่าในบริษัทของเขามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

เพื่อทำการเก็บไว้เป็นสถิติของประเทศแต่เมื่อทางหน่วยงานรัฐบาลมีการตรวจสอบเอกสารดังกล่าวพบว่าเอกสารนั้นเป็นของปลอมเพราะไม่มีตราประทับของทางโรงพยาบาลจึงทำให้เขาถูกขับไล่ออกจากการเป็นพนักงานบริษัทและรัฐบาลต้องจับกุมของเขาในการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการที่สำคัญในขณะที่เขาได้หยุดจากการที่บริษัทให้เขาหยุดไปรักษาตัวในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น

ก็ได้เดินทางไปหาลูกของเขาที่โรงเรียนซึ่งทางโรงเรียนเองก็ทราบว่าตัวเขาเองเจอไวรัสกรุณาดังนั้นเมื่อทางโรงเรียนเห็นว่าเขาเดินทางไปที่โรงเรียนจึงได้ประกาศปิดเรียนและการฉีดยาฆ่าเชื้อซึ่งเมื่อผลออกมาว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะเขาโกหกและอันที่จริงเขาไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าส่งผลกระทบให้ลูกของเขาเอง

ได้รับความอับอายจากเพื่อนที่โรงเรียนและทางบริษัทที่เขาทำงานรวมถึงโรงเรียนก็ได้รับความเสียหายจากการที่ต้องหยุดปิดให้ทางโรงเรียนและนำบริษัทฉีดยาฆ่าเชื้อซึ่งตรงนี้เองเขาอาจจะต้องโดนทั้งโรงเรียนและบริษัทฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายด้วย

 

 

สนับสนุนโดย   เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

นายกเมืองโอซากา ถูกโจมตีหลังจากออกมาพูดเรื่องการช็อปปิ้งของผู้หญิงว่ามักจะซื้อของนาน

          ที่ประเทศญี่ปุ่นกระแสโซเชียลออกมาโจมตี และพูดถึงการให้สัมภาษณ์ของนากยกเทศมนตรีเมืองโอซากากันมากโดยส่วนใหญ่ออกมาพูดทำนองไม่พอใจกับคำพูดของนายกเทศมนตรีคนดังกล่าวที่ออกมาพูดแสดงความคิดเห็นของตัวเองในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด -19 ในขณะนี้โดยคำพูดของเขานั้นต้องการให้ผู้ชายเป็นผู้ที่ออกมาซื้อของนอกบ้านในช่วงนี้มากกว่า เพราะเขามองว่าผู้หญิงเวลาออกมาซื้อของทีจะซื้อของนานมากเกินไป

ซึ่งจากคำพูดในครั้งนี้ทำให้สืบเนื่องมาจากคำสัมภาษณ์นายกเทศมนตรีเมืองโอซาก้าทำให้ประชากรชาวญี่ปุ่นกำลังรู้สึกไม่พอใจกับคำสัมภาษณ์ของนายอิชิโร มัตซุย  อยู่ในคำพูดของเขานั้นพูดเหมือนกับต้องการให้ผู้ชายเป็นคนออกมาซื้อของนอกบ้านแทนผู้หญิงเพราะเขามองว่าทุกวันนี้เวลาผู้หญิงเอามาซื้อของนอกบ้านมักจะใช้เวลาในการเลือกซื้อของนาน

ซึ่งถ้าเป็นผู้ชายจะใช้ระยะเวลาในการซื้อของรวดเร็วกว่าผู้หญิงมากจึงทำให้ถ้าหากผู้ชายเป็นคนออกมาซื้อของเองแล้วจะเป็นการลดความเสี่ยงที่ผู้ติดเชื้อจะติดเชื้อกันในซุปเปอร์มาร์เก็ตได้มากโดยมองว่าถ้าผู้หญิงเป็นคนไปซื้อของการที่ผู้หญิงเลือกซื้อของนานานั้นเอง

จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้คนไปติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในซุปเปอร์มาเก็ตได้เมื่อบทสัมภาษณ์ดีได้มีการเผยแพร่ออกมาก็ทำให้ประชาชนพลเมืองญี่ปุ่นเริ่มไม่พอใจมีการระบุใน Social Media เกี่ยวกับความเท่าเทียมกันของเพศชายและเพศหญิงซึ่งในประเทศญี่ปุ่นมองว่าประชากรส่วนใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นผู้หญิงโดยมีมากถึงร้อยละ 51 และสถิติการจัดอันดับความเท่าเทียมกันของแพทย์นั้นญี่ปุ่นก็อยู่ในอันดับที่ 110 จากทั่วโลก

  ดังนั้นหลายคนมองว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องของเพศโดยมีการมองว่ามีการเหยียดเพศอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น   ซึ่งสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าของประเทศญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้นั้นถือได้ว่ามีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศเป็นจำนวนมากแล้วก็มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้ว 358 คนเส้นทางประเทศญี่ปุ่นเองก็ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกมาเพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัสชนิดนี้

โดยมีการขอความร่วมมือให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นอยู่แต่ในบ้านไม่ให้ออกไปไหนหากไม่มีความจำเป็นแต่ไม่ใช่คำสั่งห้ามโดยเด็ดขาดทุกคนยังสามารถเดินทางได้ตามปกติซึ่งในขณะนี้ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตของประเทศญี่ปุ่นนั้นก็มีการจัดระเบียบจำนวนลูกค้าในการเข้าไปซื้อของโดยจะมีการควบคุมจำนวนคนไม่ให้มีการอัดในห้างซุปเปอร์ market มากจนเกินไป

และมีการแนะนำจากทางรัฐบาลเองว่าควรจะมีการกระจายเวลาการซื้อของออกไปเช่นออกมาซื้อของทุก 2-3 วันแทนที่จะ ไปอัดแน่นกันในวันเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตร sexy baccarat